บริจาคเลือดดียังไง…? มาดูข้อดีของการบริจาคเลือด ที่คุณอาจไม่เคยรู้…!

ความสุขใจจากการได้เป็น “ผู้ให้” นั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และช่วยเติมเต็มคุณค่าให้กับตัวเราเองได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งที่เราให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้คนหรือสังคมได้ เพราะถ้าได้เห็นคนอื่นๆ มีความสุขมากขึ้นจากการให้ของเราแล้ว ShopBack เชื่อว่า เป็นใครก็ต้องรู้สึกดีกันทั้งนั้น….

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะคิดว่า ก่อนที่เราจะเป็นผู้ให้ได้นั้น เราเองคงต้องรวยก่อนต้องมีเงินให้เยอะๆก่อน ซึ่งต้องบอกว่าไม่จริงเสมอไปค่ะ เพราะเราทุกคนสามารถเป็นผู้ให้ได้ตามแต่กำลังของตัวเอง และความยิ่งใหญ่ของการให้ ก็ไม่จำเป็นต้องแปลว่าให้มากกว่าคนอื่นเสมอไปหรอกนะคะ อย่างเช่น “การบริจาคเลือด” ก็นับว่าเป็นการให้รูปแบบหนึ่งที่ใครๆก็สามารถทำได้ ไม่เกี่ยวกับว่าเราจะรวยหรือจน เพราะว่ามันไม่มีค่าใช้จ่าย! แต่ก็สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมายมหาศาล นับเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การให้แบบไหนๆเลย เพราะเลือดของเรานี่แหละที่จะไปมีส่วนในการช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่น

และเนื่องจากว่าในวันที่ 14 มิถุนายน ของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็น “วันผู้บริจาคโลหิตโลก” ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้คนได้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของการบริจาคโลหิต และวันนี้ ShopBack จึงตั้งใจว่าจะมานำเสนอเกร็ดความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการบริจาคเลือด และประโยชน์ของการบริจาคเลือดมาฝากกันค่ะ

ข้อดีของการบริจาคเลือด วันผู้บริจาคโลหิตโลก

ข้อดีของการบริจาคโลหิตนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ที่ผู้อื่นจะได้รับแล้วนั้น ก็ต้องบอกว่ายังมีประโยชน์ต่อตัวของผู้บริจาคเองอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึก “ดีต่อใจ” หรืออิ่มบุญอิ่มกุศลเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “ดีต่อกาย” อีกต่างหาก ดียังไงน่ะเหรอ? มาดูกันเลยค่ะ

  • ได้ตรวจสุขภาพแบบฟรีๆ

เพราะการบริจาคเลือดนั้น ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถบริจาคกันได้ แต่คุณจะต้องผ่านการ “ตรวจสุขภาพ” อย่างเคร่งครัดและเพียงพอที่จะตอบได้ว่า คุณมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า รวมถึงการตรวจหาความผิดปกติของเลือดอย่างละเอียดอีกด้วย แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คุณจะได้รับไปแบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าบริการเหมือนอย่างโปรแกรมตรวจสุขภาพอื่นๆ เลยล่ะ

ข้อดีของการบริจาคเลือด ได้ตรวจสุขภาพแบบฟรีๆ

  • ช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดใหม่

บางคนอาจเข้าใจผิดคิดไปว่าการบริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ แต่ในความเป็นจริงแล้วเลือดที่เราสูญเสียไปนั้นมีปริมาณไม่เยอะเลย ในส่วนนี้ถ้าร่างกายของคุณสตรองพร้อมบริจาคอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ ชิวสุดๆ แถมยังได้สิ่งดีๆ ที่จะเกิดกับร่างกายของเราเมื่อมีการสูญเสียเลือดไปอีกด้วยนั่นคือ ไขกระดูกจะถูกกระตุ้นการทำงานเพื่อให้มีการสร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นนั่นเอง นับเป็นข้อดีของการบริจาคเลือดที่สร้างประโยชน์โดยตรงต่อร่างกายของเราเลยค่ะ

  • มีออร่า หน้าใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

อีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ที่ทำเอาสาวๆหลายคนหลงคิดไปว่า การบริจาคเลือดจำทำให้อ้วนขึ้น ซึ่งต้องบอกว่านอกจากจะไม่เป็นความจริงแล้ว ผลยังออกมาตรงกันข้ามอีกด้วย เพราะมันทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดี เหมือนเป็นการลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ มีหุ่นเพรียวยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้หน้าใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ไม่ต้องพึ่งพาโบท็อกเลยค่ะ

  • ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร และอื่นๆ ทั้งยังช่วยลดปริมาณธาตุเหล็กส่วนเกินในร่างกาย อันเป็นปัจจัยของการเกิดโรค “เส้นเลือดหัวใจอุดตัน” รวมถึง “กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน” อีกด้วย

ShopBack Tips : อีกหนึ่งหนทางสุขภาพดีที่ทุกคนควรทำ นั่นก็คือการออกกำลังกาย และไม่ว่าคุณจะเลือกออกกำลังกายแบบไหนก็อย่าลืมใส่ใจสภาพร่างกายของตัวเองกันด้วย การเลือกซื้อ "ชุดกีฬา" และ "รองเท้ากีฬา" ที่มีคุณภาพ และถูกประเภทกับกีฬาชนิดนั้นๆคือสิ่งที่เป็นที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ ซึ่ง Nike คือแบรนด์ที่จะมาตอบทุกโจทย์ความต้องการของทุกคน ทั้ง เสื้อผ้า รองเท้าวิ่ง รองเท้าสตั๊ด ฯลฯ ทั้งยังช้อปได้ง่ายๆผ่านทางออนไลน์ ได้ทั้งส่วนลดและเงินคืนจาก ShopBack ด้วย คลิกดู ไนกี้ ลดราคา จากช้อปแบ็คได้เลยค่ะ
Blog-sign up

ได้เห็นข้อดีของ “การบริจาคเลือด” การให้เล็กๆที่ยิ่งใหญ่นี้แล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนออกไปบริจาคกันเดี๋ยวนี้เลยนะคะ แม้ว่ามันจะไม่ยาก แต่ก็ต้องมีการเตรียมตัวอยู่เหมือนกันนะ มาดูกันค่ะว่า ผู้ที่สามารถบริจาคเลือดได้นั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องปฏิบัติตัวแบบไหน แล้วจะสามารไปบริจาคได้ที่ไหนบ้าง

ข้อดีของการบริจาคเลือด ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ

  • คุณสมบัติของผู้ที่สามารถบริจาคโลหิตได้

  1. ต้องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
  2. ต้องมีอายุระหว่าง 17-60 ปี บริบูรณ์
  3. ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างป่วย หรือกำลังรับประทานยาใดๆ
  4. ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใน 7 วันที่ผ่านมา
  5. น้ำหนักต้องไม่ลดผิดปกติในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบสาเหตุ
  6. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด
  7. สตรีต้องไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  8. หากถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนหรือรักษารากฟัน ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน
  9. หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน, ผ่าตัดเล็ก ต้องเกิน 1 เดือน
  10. หากมีประวัติเจ็บป่วยและได้รับโลหิตของผู้อื่น ต้องเกิน 1 ปี
  11. ต้องไม่ได้รับวัคซีนในระยะ 14 วัน หรือเซรุ่มในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา
  • การเตรียมตัวก่อนมาบริจาคโลหิต

  1. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต
  2. ควรรับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ประกอบด้วย กะทิ ของทอด ของหวาน ฯลฯ เนื่องจากจะทำให้สีพลาสมาผิดปกติ เป็นสีขาวขุ่น ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ได้
  3. การดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเพิ่มเติม เช่น น้ำผลไม้ (ใครชอบน้ำผลไม้สกัดเย็นลองดูนะ) นม น้ำหวาน จะช่วยเพิ่มปริมาณโลหิตแก่ร่างกาย และช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนภายหลังการบริจาคโลหิต เช่น มึนงง อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นลม
  4. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคโลหิต 24 ชั่วโมง
  5. งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี
  6. ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับจนเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว

ข้อดีของการบริจาคเลือด การเตรียมตัวก่อนมาบริจาคโลหิต

  • ข้อควรปฏิบัติ ขณะบริจาคโลหิต

  1. เลือกแขนข้างที่เส้นเลือดดำใหญ่เห็นชัดเจน จะทำให้เลือดไหลลงถุงได้ดี
  2. ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะต้องไม่มีผื่นคันหรือรอยเขียวช้ำ
  3. แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า ถ้าคุณแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์
  4. ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล
  5. ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
  6. ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เลือดไหลได้สะดวก
  7. หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน ชา คล้ายจะเป็นลม หรือมีอาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที
ShopBack Tips : ถ้าใครไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองมากนัก กลัวว่าเมื่อถึงเวลาที่จะโดนเข็มจิ้มจริงๆ แล้วเราเองจะตื่นเต้นตกใจ หรือประหม่าไปหมด ShopBack แนะนำวิธีเบี่ยงเบนความสนใจแบบง่ายๆแต่ได้ผลดีให้ค่ะ แค่เอามืออีกข้างที่ยังว่างของคุณ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วเปิด DOONEE ดูหนัง ดูซีรีส์ จัดเต็มในราคาแค่วันละ 9 บาทเท่านั้น แถม ShopBack ใจดีให้เงินคืนอีกต่างหาก เหลือไม่ถึง 9 บาทแล้ว รับรองดูเพลินลืมเจ็บแน่นอน
  • ข้อควรปฏิบัติ หลังบริจาคโลหิต

  1. หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย ห้ามลุกทันที ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงค่อยลุกไปดื่มน้ำและรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง
  2. ถ้ามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบนั่งก้มศีรษะต่ำระหว่างเข่า หรือนอนราบยกเท้าสูง จนกระทั่งมีอาการปกติจึงลุกขึ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม
  3. ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน
  4. งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ ภายหลังการบริจาคโลหิตเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการบวมช้ำ
  5. งดกิจกรรมที่ใช้กำลัง หรือทำให้เสียเหงื่อ เช่น การทำซาวน่า ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ต้องเสียเหงื่อเยอะ
  6. ถ้ามีเลือดซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล ไม่ต้องตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดแน่นลงบนผ้าก๊อซ แล้วยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมาพบแพทย์หรือพยาบาล
  7. รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก อ่านวิธีดูแลสุขภาพเพิ่มเติมกันต่อได้เลย !
  8. การบริจาคโลหิตครั้งต่อไปต้องเว้นระยะ 3 เดือน ยกเว้นการบริจาคพลาสมาหรือเกล็ดเลือด
ข้อดีของการบริจาคเลือด ข้อควรปฏิบัติ หลังบริจาคโลหิต
Image Credit : flickr.com/semicolonth
  • สามารถบริจาคโลหิตได้ที่ไหนบ้าง

  1. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  2. หน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิตตามพื้นที่ต่างๆ ของสภากาชาดไทย
  3. สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ
ShopBack Tips : หลังบริจาคเลือดเสร็จ อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองกันให้ดีนะคะ ไม่ยากๆ แค่ดื่มน้ำเยอะๆ และกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม ทำอาหารกินเองก็ดี เพราะเราจะได้รู้ถึงระดับความต้องการของตัวเอง ทั้งยังจะได้เลือกใช้เครื่องปรุง วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพอีกด้วย ซึ่งคุณสามารถหาซื้อได้ง่ายๆจาก Tops Online อ้ะ แล้วอย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนให้ประหยัดได้อีกกันด้วยนะคะ

เป็นยังไงกันบ้าง หวังว่าข้อมูลที่เราหยิบมาแชร์กันในคราวนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนตัดสินใจในการบริจาคเลือดกันได้มากขึ้นนะคะ 🙂

สนใจข้อมูลการบริจาคโลหิตเพิ่มเติม คลิก www.blood.redcross.or.th

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments