บัตรเครดิต เป็นเครื่องมือทางการเงินชิ้นหนึ่ง ที่ผู้ใช้เงิน (ซึ่งก็น่าจะทุกคน) ควรศึกษา เพราะแม้บัตรเครดิตจะมีมานานแล้ว แต่ก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่ผู้คนกังขา ว่าการถือบัตรเครดิตสักใบนั้น เป็นเรื่องที่ดีจริงหรือไม่ ซึ่งดีหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับบัตรเครดิต หรือธนาคารเลย แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีใช้บัตรเครดิต” ต่างหากค่ะ 

สำหรับคนที่กำลังคิดว่าจะสมัครทำบัตรเครดิตครั้งแรก คิดจะรูดใช้บัตรเครดิตเพื่อจับจ่าย หรือกำลังประสบปัญหาบัตรเครดิตเลยหาข้อมูลเพื่อตั้งหลักกระเป๋าเงินตัวเองอีกครั้ง ShopBack Blog มีวิธีใช้บัตรเครดิตที่ช่วยให้การใช้เงินเป็นเรื่องง่าย เหมือนมีคนให้ยืมเงิน ได้กำไร ที่สำคัญ ไม่เป็นหนี้ก้อนโต ทำอย่างไรมาดูกัน

วิธีใช้บัตรเครดิตอย่างสร้างสรรค์ ได้กำไร ไม่สร้างหนี้

1. กำหนดงบใช้บัตรเครดิตรายเดือนให้ชัดเจน

เมื่อได้บัตรเครดิตมาแล้วคิดจะใช้บัตรเครดิต ข้อแรก ให้จัดงบประมาณการใช้บัตรเครดิตแต่ละเดือน เริ่มจากรู้ว่าเงินเดือนหรือเงินที่เราได้ประจำเท่าไหร่ สำหรับคนทำอาชีพอิสระ ก็ให้กะเงินได้ ที่มักได้ประจำทุกเดือนอย่างน้อยย้อนหลัง 6 – 12 เดือนนะคะ

งบประมาณสำหรับการรูดบัตรเครดิตแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 30% ของเงินได้ เช่น เงินเดือน 20,000 บาท รูดบัตรเครดิตได้ 6,000 บาท ต่อเดือน เราต้องตั้งงบประมาณของเราชัดเจน เพราะธนาคารเจ้าของบัตรจะให้วงเงินบัตรเครดิตเยอะอยู่แล้ว หรือถ้าคิดว่าน่าจะห้ามใจได้ยาก หรืออยากได้การควบคุมแบบภาคบังคับ ก็โทรไปแจ้งจำกัดวงเงินการใช้บัตรเครดิตกับธนาคารก็ได้

2. จ่ายเต็มจำนวนเท่านั้น

กล้าใช้ก็ต้องกล้าจ่าย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหนี้จะมาปลุกคุณให้รู้สึกตัว การชำระบิลบัตรเครดิตแบบเต็มจำนวน เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้กับบัตรเครดิตแม้แต่บาทเดียว และห่างไกลพิษของดอกเบี้ยมหาโหดด้วย

3. จ่ายตรงเวลา

นอกจากจ่ายค่ารูดบัตรไปเต็มจำนวน การชำระให้ตรงเวลาก็สำคัญมาก เพราะถ้าจ่ายเต็มจำนวน แต่เกินระยะเวลาที่กำหนด ก็เจอดอกเบี้ยอยู่ดี เสียเงินโดยใช่เรื่อง ทั้งค่าปรับการชำระล่าช้า ค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามหนี้ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ธนาคารเล็งจะเก็บคุณ ถ้าคิดว่าเป็นคนขี้ลืมหรืองานยุ่ง กลัวลืมชำระบัตรเครดิต อาจจะเลือกวิธีตัดบัญชีอัตโนมัติเลยก็ได้

4. จำวันครบกำหนดชำระเก่ง

การจะจ่ายเงินตรงเวลาได้ ส่วนหนึ่งก็คือเป็นคนจำเก่ง จำได้ว่าวันครบกำหนดชำระเงินคือวันไหน วันสรุปรอบบัญชีเครดิต มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการชำระแบบเต็มจำนวน อย่างที่บอก

ระยะปลอดดอกเบี้ย จะเริ่มนับตั้งแต่วันสรุปรอบบัญชีบัตรเครดิต จำนวนวันก็ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินผู้ออกบัตร ตรวจสอบให้ดีค่ะ แต่ส่วนมากจะอยู่ที่ 45 วัน โดยวันที่ 45 จะเรียกกันว่า วันครบกำหนดชำระ หรือวันที่ต้องจ่ายเงิน หากชำระหนี้บัตรเครดิตเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระนี้ ก็จะทำให้คุณไม่ต้องเสียดอกเบี้ยนั่นเอง เท่านี้หนี้บัตรเครดิต ไม่มีวันได้แอ้มเราแน่นอน

5. ใช้สิทธิพิเศษบัตรเครดิต

นอกจากการหยิบเอาเงินในอนาคตของเรามาใช้ บัตรเครดิตทุกใบมีสิทธิพิเศษด้วย เหนือกว่าการใช้เงินสดซื้อสินค้าหรือบริการ สิทธิพิเศษเหล่านี้จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

รวมสิทธิพิเศษบัตรเครดิต วิธีใช้บัตรเครดิตให้ยิ่งได้ยิ่งกำไร

  • ใช้บัตรเครดิตสะสมแต้ม

บัตรเครดิตเกือบทั้งหมด จะเปิดให้ผู้ใช้บัตรสะสมแต้มด้วยทุกการใช้จ่าย เป็นต้นว่า ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 25 บาท จะได้รับ 1 แต้ม โดยแต้มสะสมนี้มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะนำไปแลกเป็นของสมนาคุณ แลกเป็นไมล์สะสมสำหรับซื้อตั๋วเครื่องบิน แลกเป็นบัตรชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ หรือแลกเป็นเครดิตเงินคืนกลับบัญชีบัตรเครดิตของคุณ

  • ใช้บัตรเครดิตสะสมไมล์ตั๋วเครื่องบิน

บัตรเครดิตสะสมไมล์ เป็นโปรโมชั่นบัตรเครดิตยอดนิยมที่ทางธนาคารมักจะไปดีลกับสายการบินต่างๆ บัตรเครดิตที่ร่วมกับสายการบินต่าง ๆ เช่น สายการบินไทย สายการบิน Bangkok Airways เช่น ทุกการใช้จ่ายเพื่อจองตั๋วเครื่องบิน 25 บาท จะได้รับไมล์สะสมในบัตรเครดิต 1 ไมล์ หรือบัตรเครดิตบางใบสามารถสะสมแต้มสะสมเวลาใช้จ่าย และนำแต้มสะสมไปเปลี่ยนเป็นไมล์สะสมได้

เมื่อสะสมไมล์นี้ได้ครบตามจำนวนที่กำหนด ก็นำไปแลกรับเป็นตั๋วเครื่องบินได้ ระยะทางการบินจะใกล้ไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับไมล์สะสมของบัตรอีกที ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ

ShopBack Tips : บัตรเครดิตแนะนำสำหรับแต่ละคน ขึ้นอยู่กับวิธีใช้บัตรเครดิตของแต่ละคน แต่ ShopBack Blog ก็มีบัตรเครดิต 2019 มาอัพเดตเพื่อนๆ เล็กน้อยเช่นกันค่ะ 

  1. TMRW by UOB

TMRW จากธนาคารยูโอบีตอบโจทย์มนุษย์สายดิจิทัล ที่ชอบทำธุรกรรมแบบออนไลน์ เพราะบัตรเครดิตแนะนำใบนี้ จะตัดขั้นตอนการทำธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร ไปทำบนแอพหรือที่ตู้อัตโนมัติ ที่ตั้งกระจายทั่วกรุงเทพฯ ข้อดีของบัตรเครดิตใบนี้คือ ให้เครดิตเงินคืนถึง 3% ในหมวดที่เราใช้จ่ายบ่อยได้ 3 หมวด เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ท่องเที่ยว ดูหนังฟรีทุกเดือน แต่ต้องลงทะเบียน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% สำหรับ 15 ร้านที่ร่วมรายการ เช่น Lazada, True Cofee, SF, MRT

2. Citi Reward

บัตรเครดิต Citi Reward จาก Citi Bank เป็นอีกหนึ่งบัตรสำหรับนักช้อปออนไลน์ค่ะ เพราะว่าถ้าใช้จ่ายใน Lazada, Shopee หรือ Rabbit LINE Pay จะได้รับคะแนนสะสมไปสูงสุด 5 เท่า ให้คะแนนสะสมถึง 5,000 คะแนน เมื่อรูดซื้อสินค้าในสกุลเงินต่างประเทศครบ 150,000 บาทใน 3 เดือน

3. Krungsri First Choice Visa Platinum

บัตรเครดิต First Choice Visa Platinum จากธนาคารกรุงศรี เป็นบัตรสินเชื่อหรือบัตรเครดิตผ่อนของโดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่ต้องการจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วยการผ่อนชำระ เพราะมักจะมีโปรโมชั่นผ่อน 0% ผูกกับร้านค้าหลายๆ ที่ค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถรูดซื้อสินค้าทั่วไปได้ด้วย โดยวงเงินสินเชื่อกับวงเงินบัตรเครดิตจะแยกออกจากกัน

4. SCB JCB Platinum

บัตรเครดิต SCB JCB Platinum สำหรับสายเกาหลีและญี่ปุ่น บัตร JCB ปกติมักจะมีสิทธิพิเศษที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และประเทศในเอเชียอยู่แล้ว สำหรับ SCB JCB Platinum เป็นบัตรเครดิต JCB ใหม่ล่าสุดที่รวมสิทธิประโยชน์มาให้นักช้อปสายเอเชีย เมื่อใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน จะได้รับเครดิตเงินคืนถึง 3% เข้าใช้ Airport Lounge ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวันได้ ที่สำคัญ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีด้วย

 

ช้อปสินค้าง่ายๆ ส่งตรงถึงบ้านแบบมีส่วนลด Lazada ได้เงินคืน ShopBack คลิก!
 

รูดบัตรเครดิต ใช้เครดิตเงินคืน

  • รับโปรโมชั่นเครดิตเงินคืน

บัตรเครดิตส่วนหนึ่งเป็นบัตรเครดิตเงินคืน มอบสิทธิพิเศษเป็นเครดิตเงินคืนเข้าสู่บัญชีบัตรเครดิตในทุกการใช้จ่าย เช่น คืนเงิน 1% สำหรับทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เป็นต้น ยิ่งซื้อยิ่งลดทำนองนี้ แต่ส่วนมาก บัตรเครดิตเงินคืนจะไม่สามารถสะสมแต้มได้ ดังนั้น เราควรคิดให้ดีก่อนสมัครว่า บัตรเครดิตแบบเครดิตเงินคืน หรือบัตรเครดิตที่สะสมแต้มได้แบบไหน เหมาะสมกับการใช้งานของเรามากกว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับนะคะ

ShopBack Tips : บัตรเครดิตเงินคืน เป็นบัตรเครดิตแบบเน้นคุ้มค่า (Value Seeker) เพราะหลายคนหาผลประโยชน์จากใช้บัตรเครดิตอย่างชัดเจน เช่น ใช้บัตรเครดิตให้ได้ดอกเบี้ยมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เช่น ช้อปปิ้งและเติมน้ำมันจ่ายด้วยบัตรเครดิตเดือนละ 5,000 บาททั้งปีมียอดใช้จ่าย 60,000 บาท ถ้าบัตรเครดิตให้เงินคืน 3% จากยอดใช้จ่าย เท่ากับช่วยประหยัดเงินได้ 1,800 บาทต่อปี เมื่อเทียบว่านำเงิน 60,000 บาทไปฝากบัญชีออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี สิ้นปี เราอาจจะได้รับดอกเบี้ยเพียงแค่ 300 บาทเท่านั้น หรือถ้าเราใช้จ่ายรูดซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท แล้วเลือกจ่ายด้วยบัตรที่มีเงินคืน 3% ก็เหมือนได้รับผลตอบแทนเพิ่ม 3,000 บาทต่อปีด้วย อยากดีมีจนขึ้นอยู่กับวิธีใช้บัตรเครดิตจริงๆ ว่าไหมคะ
  • ใช้บัตรเครดิตผ่อนสินค้า 0%

ร้านค้าส่วนใหญ่มอบสิทธิพิเศษผ่อนสินค้าดอกเบี้ย 0% เป็นช่วงระยะเวลานานได้ เช่น 10 เดือน ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายเงินสดก้อนใหญ่เพื่อชำระบิลบัตรเครดิตเต็มจำนวน เพราะหากซื้อสินค้าด้วยเงินสด อาจทำให้การเงินติดขัดได้

แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ หากเลือกซื้อสินค้าโดยการผ่อน 0% มากเกินไป อาจทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนของคุณหนักมาก ต้องระมัดระวังปริมาณการซื้อสินค้าให้ดี อาจจะเลือกซื้อเพียง 1-2 อย่างในเดือนนั้น เมื่อผ่อนหมดจึงค่อยไปซื้อของชิ้นต่อไปมีเวลาหายใจหายคอหาเงินมาหมุนได้ทันนะจ๊ะ นอกจากนี้ผู้ใช้บัตรเครดิตยังได้ส่วนลดพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมกับห้างสรรพสินค้าด้วย ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบัตรเครดิตอีกที

ShopBack Tips : อย่าลืมเช็คก่อนทุกครั้งว่าสามารถเข้าร่วมรายการผ่อน 0% ได้กับบัตรเครดิตจากสถาบันไหนบ้างหรือเปล่า แค่นี้ก็ซื้อของได้อย่างสบายใจมากขึ้นแต่ถ้าช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า PowerBuy การันตีว่า โปรโมชั่นผ่อน 0% เยอะ ที่สำคัญช้อปผ่าน ShopBack ได้ ก็ได้เงินคืนเพิ่มด้วยนะ
ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพ ราคาคุ้มค่าด้วยเงินคืน เข้า PowerBuy ผ่าน ShopBack เท่านั้น คลิก!
 

รูดบัตรเครดิต ใช้จ่ายสบายเมื่อไร้เงินสด

  • ไม่ต้องเสี่ยงพกเงินสด

หลายคนมีความกังวล เมื่อพกเงินสดจำนวนมากเวลาเดินทางไปไหน ตั้งแต่เดินทางไปทำงานในชีวิตประจำวัน หรือเดินทางไกล ไปต่างประเทศ การที่เราสามารถรูดเงินสดจากบัตรเครดิตได้เป็นอะไรที่สะดวกและสบายใจมากกว่า

หรือถ้าลืมพกเงินสดหรือเงินสดหมดฉุกเฉินในกรณีอยู่ต่างประเทศ เราก็สามารถใช้บัตรเครดิตสำรองจ่ายไปก่อนได้เช่นกัน นอกจากสะดวกและปลอดภัยกว่าในบางประเทศ ยังสามารถเช็คยอดการใช้จ่ายของเราได้ง่ายกว่าการใช้เงินสดอีกด้วย

  • จ่ายค่าสาธารณูปโภคได้ทันเวลาและฟรี!

ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือแม้แต่ค่าอินเตอร์เน็ต เราสามารถตัดจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ด้วยเช่กัน นอกจากจะช่วยให้เราไม่ลืมที่จะจ่ายเงินพวกนี้หรือวิ่งหาที่จ่ายจนเสียเวลาแล้ว เรายังได้แต้มเพิ่มได้มากยิ่งกว่าอีกด้วย

  • บัตรเครดิตให้ประกันการเดินทาง

นอกจากค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตจะเปลี่ยนเป็นไมล์สะสมแลกตั๋วเครื่องบินฟรีแล้ว บัตรเครดิตหลายเจ้ายังให้ประกันการเดินทางฟรีด้วย ในหลายกรณี ไม่ใช่เพียงตัวคุณเพียงคนเดียว แต่ครอบคลุมความคุ้มครองไปยังครอบครัวของคุณได้ แต่ถ้าสมัครบัตรเครดิตไม่ทัน แต่ต้องเดินทางแล้ว ซื้อประกันการเดินทาง MSIG ไว้ก่อน เข้าผ่าน ShopBack คุ้มครองได้เงินคืนจาก ShopBack ด้วยนะ

ซื้อประกันการเดินทาง MSIG ผ่าน ShopBack อุ่นใจแถมได้เงินคืนอีก คลิก!

วิธีใช้บัตรเครดิตและประเภทบัตรเครดิตที่ ShopBack Blog แนะนำมาทั้งหมดนี้ น่าจะทำให้เพื่อนๆ ตัดสินใจเลือกบัตรเครดิตได้ง่ายขึ้นใช่ไหมคะ แล้วอย่าลืมว่า เมื่อมีบัตรเครดิตต้องชำระตรงตามยอดบิล ไม่ชำระแค่ยอดขั้นต่ำ เพราะดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่สวยแน่นอนการันตี นอกจากนี้มีบัตรเครดิตแล้วก็ต้องรู้จักเก็บเงินให้ดีๆ เพื่อที่จะได้มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ให้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินช่วยให้ชีวิตเราสบายขึ้นอย่างแท้จริง อย่างเป้าหมายของการมีอยู่ของมันนะคะ

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments