ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้คนไทยวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ที่ทำท่าว่าจะมีรอบ 2 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดไวรัส 19 หลายคนเกิดความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพทางกายและทางใจ วันนี้. ShopBack Blog ชวนเพื่อนมารู้จักการทำสมาธิก่อนนอน เพื่อช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจของทุกคนผ่อนคลายมากขึ้น จะทำสมาธิต้องทำอย่างไรบ้าง อ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

การทำสมาธิคืออะไร

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

การทำสมาธิ คือ การฝึกควบคุมจิตใจให้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความตั้งมั่นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น การฝึกควบคุมลมหายใจ พินิจดูที่ลมหายใจเป็นหลัก ทำให้ผู้ฝึกเกิดความสงบ ผ่อนคลายและมีสติมากขึ้นค่ะ 

ทำสมาธิก่อนนอนดีอย่างไร?

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

ในยุคที่ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเร่งรีบ ยิ่งโดยเฉพาะมนุษย์ในเมืองที่ต้องเจอกับมลภาวะและความวุ่นวายมากมาย แต่ละวันมีเรื่องให้กังวลไม่น้อย จึงไม่แปลกใจที่หลายคนจะประสบปัญหาเรื่องการนอน นอนไม่หลับ หรือ คุณภาพการนอนไม่ดี การทำสมาธิก่อนนอนจะทำให้จิตใจของเราสงบและผ่อนคลายขึ้น และช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างมีคุณภาพนั่นเองค่ะ 

มารู้จัก การนอนสมาธิกันเถอะ!

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

เชื่อว่าหลายคนอยากจะนั่งสมาธิ แต่อาจจะมีปัญหาทางสุขภาพ เช่น ปวดหลัง หรือไม่มีสมาธิมากพอที่จะนั่งได้สำเร็จ ShopBack Blog ขอแนะนำการ “นอนสมาธิ” ต้องขออธิบายก่อนว่าการทำสมาธินั้น มีหลายวิธีโดยทุกวิธีจะมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความสงบภายในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น

  1. การทำสมาธิด้วยมโนภาพ
  2. มันตราสมาธิบำบัดหรือการสวดมนต์
  3. โยคะ
  4. การฝึกสติหรือการเจริญสติ

ซึ่งการนอนสมาธิก็ถือเป็นการเจริญสติวิธีหนึ่ง เพียงเปลี่ยนจากการนั่ง เป็นการนอน โดยยังคงหลักการเดิม คือ ผู้ปฏิบัติจะฝึกสังเกตและจดจ่ออยู่กับอาการทางร่างกายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำสมาธิ เช่น ลมหายใจที่ผ่านปลายจมูก รวมไปถึงความคิดและอารมณ์ โดยวางใจเป็นกลาง เพียงแค่รับรู้และปล่อยวางค่ะ

วิธีทำสมาธิก่อนนอน

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

การนอนสมาธิทำได้ไม่ยาก แถมยังสะดวกกว่าการนั่งสมาธิอีกค่ะ ยิ่งใครที่มีปัญหาปวดเมื่อยหลัง ปวดขา ไม่สามารถนั่งนานๆ ได้ การนอนสมาธิถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพื่อนๆ คนไหนสนใจ อยากนอนหลับง่าย สามารถลองทำตามวิธีดังต่อไปนี้ได้เลยค่ะ 

  1. นอนลงโดยหงายมือทั้งสองวางข้างลำตัว จัดท่านอนให้สบาย หายใจสะดวก
  2. จดจ่อกับลมหายใจ โดยเมื่อหายใจเข้าให้พุงของเราป๋อง หายใจออกให้พุงของเราแฟบลง
  3. จดจ่อการเคลื่อนไหวของหน้าท้องจนกว่าจะหลับไป หากจิตใจเริ่มฟุ้งซ่าน คิดเรื่องงาน หรือ เรื่องที่เรากังวล ให้ค่อยๆ ดึงตัวเองกลับมาจดจ่อที่ลมหายใจใหม่แล้วปล่อยให้ความคิดเรื่องอื่นจางหายไปอีกครั้งค่ะ
ShopBack Tips : หากใครที่อยากลองทำสมาธินอกสถานที่ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ โดยแนะนำให้เลือกสถานที่เรียนสมาธิวิวสวย วิวที่เราเห็นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถฝึกสมาธิได้อย่างมีความสุขนั่นเองค่ะ เพื่อนคนไหนอยากหาข้อมูลสถานที่สำหรับฝึกสมาธิเพิ่มเติม อย่าลืมเลือกซื้อแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตดีๆ จาก AIS Online Store ไว้สำหรับค้นหาข้อมูล อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนนะจ้ะ

ช้อป AIS Online Store ผ่าน ShopBack คลิก!

วิธีการหายใจที่ถูกต้อง

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

การหายใจที่ถูกวิธีในการทำสมาธินั้นเรียกว่าการหายใจแบบลึก เป็นการหายใจอย่างช้าๆลึกๆลงไป โดยไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อหน้าอก แต่ใช้กระบังลมแทน การฝึกหายใจแบบลึกนี้สามารถฝึกทำได้ทุกที่ ใครที่กำลังฝึกนั่งสมาธิ แต่ยังมีปัญหาในการหายใจ ลองใช้วิธีตามด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 

  1. หายใจเข้าลึกๆ ผ่านทางจมูก กระบังลมจะยกขึ้น ทำให้ช่วงท้องส่วนกลางและส่วนบนยายจนเต็มบริเวณหน้าท้อง หน้าอก จนถึงบ่าไหล่ หากทำอย่างถูกต้องส่วนบริเวณอกจะยกขึ้น ท้องจะโป่งออก และจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของกระบังลม
  2. หายใจออกทางปากอย่างช้าๆ นับให้ถึง 5 ต้องหายใจเอาลมออกให้หมด ลองฝึกทำประมาณ 5-10 ครั้ง หากได้รับการฝึกฝนการหายใจแบบลึกบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายหายใจแบบลึกนี้ได้โดยไม่ต้องคิดและไม่ต้องพยายามเลยล่ะค่ะ
ShopBack Tips : ประโยชน์ของการหายใจแบบลึก คือ จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนได้มากเพียงพอในครั้งหนึ่ง รวมถึงทำให้มีสุขภาพดี ความดันโลหิตลดลง การเต้นของหัวใจช้าลงและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทั้งยังช่วยให้จิตใจเกิดความสงบ และยังช่วยลดการนอนไม่หลับอีกด้วย

ใครที่มักมีปัญหานอนไม่หลับ อีกตัวช่วยที่น่าสนใจคือ วิตามินช่วยนอนหลับ ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ เพื่อนๆ สามารถหาซื้อวิตามินที่มีคุณภาพราคาดีๆ ได้ที่ Robinson อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนด้วยนะคะ 

ช้อป Robinson ผ่าน ShopBack คลิก!

ข้อแนะนำและการเตรียมตัวในการทำสมาธิ

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

  1. หาเวลาที่เหมาะสม ควรเลือกเวลาหลังจากที่ทุกคนในบ้าน หรือ ตัวเราทำกิจกรรมต่างๆ เสร็จแล้ว ไม่ควรทำหลังจากเพิ่งกินอาหารเสร็จเพราะอาจจะทำให้เราเคลิ้มหลับง่ายก่อนจะได้ทำสมาธิค่ะ 
  2. หาสถานที่ที่เหมาะสม เลือกที่ที่เงียบสงบและไม่มีเสียงดังอึกทึกครึกโครม 
  3. สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายตัวในระหว่างการทำสมาธิ เพื่อให้เราสามารถหายใจได้อยากสะดวกค่ะ 
  4. ตั้งเป้าหมายในการทำสมาธิแต่ละครั้ง เช่น ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำสมาธิให้ครบ 15 นาที ลองทำให้ครบตามเวลา และลองเพิ่มวันละ นาที เพื่อให้เราสามารถฝึกสมาธิได้นานขึ้นค่ะ 

ประโยชน์ของการทำสมาธิก่อนนอน

ทำสมาธิก่อนนอน, นอนสมาธิ

  1.  ทำให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ลดความเครียด
  2. ช่วยพัฒนาให้มีบุคลิกภาพดีขึ้น มีความเชื่อมั่นในตัวเองและควบคุมอารมณ์ได้ดี
  3. ทำให้ความสามารถในการจดจำดีขึ้น 
  4. ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
  5. เมื่อเรามีสมาธิจะทำให้เรามีระบบความคิดที่เป็นระเบียบ ช่วยให้เราสามารถติดสินใจได้เด็ดขาดและดีขึ้น 
  6. ช่วยบำบัดอาการเสพติดได้ เช่น การเสพติดยา หรือ บุหรี่
  7. การทำสมาธิก่อนนอนช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น
ShopBack Tips : การทำสมาธินอกจากจะเป็นการฝึกฝนจิตใจให้เกิดความสงบสุขแล้ว ยังมีประโยชน์ในการช่วยบรรเทาโรคหรือภาวะทางร่างกายบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคที่มีอาการเนื่องมาจากความวิตกกังวลหรือความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศหรือใครที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เครียดเรื้อรังจนมีปัญหาเป็นออฟฟิศซินโดรม การลองหาที่เที่ยวธรรมชาติ เพื่อเดินทางไปพักผ่อน ปลดปล่อยความเครียดก็ช่วยได้นะคะ หรือหากไม่มีเวลาเดินทางไปต่างจังหวัด ลองเข้าสปานวดผ่อนคลายก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีคลายเครียดที่ดี แถมยังทำให้เลือดลมไหลเวียน รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น เพียงแค่คลิกเข้ามาที่ GoWabi คุณก็สามารถจองบริการนวดสปาที่คุณสนใจได้ทั้งหมด รวมถึงนวดไทย นวดแผนโบราณ นวดน้ำมัน นวดอโรมาในราคาพิเศษ และคุ้มสองต่อเมื่อช้อปผ่าน ShopBack เพราะจะได้รับเงินคืนอีกต่อด้วยค่ะ 

ช้อป Gowabi ผ่าน ShopBack คลิก!
 

จบไปแล้วสำหรับการแนะนำวิธีการทำสมาธิก่อนนอนรวมทั้งประโยชน์ที่ได้ในการทำสมาธิที่ได้มากกว่าความสงบความผ่อนคลาย เพราะช่วยเรื่องความจำและช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นอีกด้วย เพื่อนๆ คนไหนที่นอนไม่หลับ หรือ อยากลองฝึกเพื่อช่วยให้อารมณ์และจิตใจดีขึ้น ลองทำตามบทความนี้ที่เรานำมาแนะนำได้เลย! 

 

ที่มาอ้างอิง : marieclaire.co.ukhealthline.com

Facebook Comments