ขาเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ต้องรู้ ! พาส่องความเป็นมา e commerce ยักษ์ใหญ่ระดับโลก♡

นับว่าเป็นข่าวใหญ่เขย่าวงการ E commerce หรือเว็บช้อปปิ้งออนไลน์อยู่พอสมควรเลยทีเดียว เมื่อ Jack Ma แห่งอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “Alibaba” กำลังเตรียมที่จะเกษียณตัวเองจากตำแหน่งประธานบริษัท และตั้งใจที่จะไปลุยงานมูลนิธิเพื่อการศึกษาแบบเต็มตัว อย่างไรก็ตาม เขาก็จะยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษารวมถึงยังคงมีสิทธิมีเสียงอยู่ในกลุ่มคณะกรรมการ Alibaba Partnership ต่อไป

เห็นข่าวนี้แล้ว ShopBack ก็นึกขึ้นได้ ว่าอยากจะมาเขียนอะไรที่มันเป็นสาระความรู้แก่บรรดาขาช้อปปิ้งออนไลน์ทั้งหลายกันบ้าง นั่นก็เพราะว่า “เว็บช้อปปิ้ง” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น AliExpress (by Alibaba), Amazon, eBay ฯลฯ กว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้ ผู้ก่อตั้งแต่ละท่านเค้าก็ต้องฝ่าฟันอะไรต่างๆ มามากมาย ตั้งแต่ยุคสมัยที่คนทั่วโลกคงจะไม่มีใครมโนภาพออกด้วยซ้ำว่าการ “ช้อปปิ้งออนไลน์” มันเป็นอย่างไร

แล้วทำไมคนเราจะต้องสั่งของจากในเน็ตทั้งๆ ที่ออกไปซื้อนอกบ้านก็ได้ (กลับกัน สมัยนี้คนเลือกที่จะช้อปออนไลน์อยู่กับบ้าน และไม่อยากออกจากบ้านกันแล้ว!)

และในเมื่อเรื่องช้อปเราเก่งอยู่แล้ว ความรู้รอบตัวเราก็ต้องแน่นด้วย วันนี้ ShopBack ก็เลยจะพอมาส่อง 3 อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลก เปิดประวัติกันแบบเน้นๆ กันเลยทั้ง eBay, Amazon และ Alibaba ค่า

  • eBay (อีเบย์)

เว็บช้อปปิ้ง ebay
Image Credit : FB/ebay

มองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักประมาณ 20 กว่าปี ใครบ้างจะคาดคิดว่า “อินเทอร์เน็ต” จะพาเรามาได้ไกลจนถึงจุดนี้ จุดที่โลกทั้งใบถูกเชื่อมต่อกันผ่านอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆขนาดเท่าฝ่ามือ แถมพัฒนาการของมันก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนและได้กลายมาเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ “การซื้อขายสินค้าออนไลน์” นั่นเอง Pierre Omidyar” ดูเหมือนจะเป็นคนแรกๆ ที่เล็งเห็นถึงโอกาสตรงนี้ และนั่นก็เป็นที่มาของ Ebay เว็บเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ที่จะมาปฏิวัติทุกรูปแบบการค้าขายบนโลกไปตลอดกาล

แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะมาใช้ชื่อ eBay อย่างในปัจจุบันนั้น เว็บช้อปปิ้งแห่งนี้เริ่มต้นมาจากการเป็น “Free Market ตลาดนัดขายของเก่าออนไลน์ โดยเปิดตัวในชื่อ AuctionWeb.com เมื่อเดือนกันยายน ปี 1995  ซึ่งในตอนนั้นเว็บไซต์แห่งนี้ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเว็บไซต์บริษัทเล็กๆ ที่ชื่อว่า “Echo Bay Technology Group โดยมีสินค้าที่ Pierre ประเดิมขายเป็นชิ้นแรกคือ “เครื่องชี้เลเซอร์ที่เสียแล้ว” ของเขาเอง ในราคา $14

เว็บช้อปปิ้ง ebay 2
Image Credit : omidyar.com

หลังจากนั้นเพียงแค่ 5 เดือน จากงานอดิเรกของคนคนนึง ก็กลายมาเป็นอาณาจักรที่มีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านเหรียญ จนต่อมาในปี 1997 AuctionWeb.com จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น eBay โดยในตอนแรก Pierre ตั้งใจว่าจะชื่อโดเมนเป็น “Echobay.com” แต่ว่าชื่อโดเมนดังกล่าวถูกจดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เค้าจึงย่อลงมาเหลือแค่ “eBay.com” และมันก็ได้กลายมาเป็นชื่อแห่งตำนานจนถึงทุกวันนี้

การขายของใน eBay จะเป็นลักษณะของการประมูลสินค้าเป็นหลัก โดยสินค้าที่วางขายมีตั้งแต่ ของสะสม, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เฟอร์นิเจอร์, เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ความสำเร็จของ eBay นั้นต้องบอกว่ามาไกลมาก จากสถิติสมาชิกบนเว็บไซต์เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2009 นั้น พบว่ามีจำนวนมากถึง 90 ล้านบัญชี มียอดรวมจากการขายทั่วโลกสูงถึง 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้าถูกประมูล 1,000 ครั้งต่อวินาที และในทุกๆ วินาทีจะมีมูลค่าการเทรดสินค้าเฉลี่ยที่ 2,000 เหรียญ เลยทีเดียว

ShopBack Tips : รู้ประวัติความเป็นมาเป็นไปแล้ว ก็อย่าลืมมารับรู้เรื่องราวข่าวสารโรโมชั่นต่างๆ ของทุกการช้อปที่ eBay จาก ShopBack ได้ แล้วอีกข้อที่ต้องรู้ก็คือ ทุกการช้อปผ่าน eBay มีเงินคืนจาก ShopBack อีกด้วย อยากช้อปแล้วก็ไปลุยได้เลยที่ Ebay
  • Amazon (อเมซอน)

เว็บช้อปปิ้ง Amazon
Image Credit : FB/Amazon

ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ “Jeff Bezos” ชายที่เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของเว็บไซต์ Amazon.com เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของโลก โดยกว่าที่จะมาเป็น Amazon ใบปัจจุบันนั้น ย้อนกลับไปในปี 1994 Jeff กับ Mackenzie ภรรยาของเขา ได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ “Cadabra” แต่เพราะคนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดและคิดว่ามันคือ Cadaver ที่แปลว่า “ซากศพ” พวกเขาจึงคิดที่จะเปลี่ยนชื่อบริษัท คิดกันไปมาอยู่หลายชื่อ จนในที่สุด Jeff ก็ไปสะดุดกับคำว่า “Amazon” แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งไปพ้องกับการที่เขาอยากให้เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นร้านหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งหมดจึงกลายเป็นที่มาของชื่อ Amazon.com ในที่สุด

Jeff เริ่มต้นธุรกิจจากโรงรถในบ้านของตัวเองเอามาเป็นออฟฟิศ มีพนักงานเพียงแค่ 4 คน และมีเงินลงทุนเพียงแค่ 10,000 เหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ Amazon ประสบความสำเร็จได้นั้น เกิดจากการติดต่อกับร้านขายส่งหนังสือหรือสำนักพิมพ์โดยตรง และเมื่อมีคำสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ เขาก็จะส่งออเดอร์นั้นไปยังร้านขายหนังสือหรือสำนักพิมพ์ ทำให้เว็บสามารถขายหนังสือทุกเล่มได้โดยไม่ต้องสต็อกหนังสือแม้แต่เล่มเดียว นอกจากนี้ เขายังใช้ Email marketing ในการขาย รวมถึงพัฒนาระบบการนำเสนอหนังสือให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้ยอดขายหนังสือของเขาเติบโตอย่างงดงาม ในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน ยอดขายก็พุ่งไปถึง 20,000 ดอลล่าร์ต่อสัปดาห์ ทำให้มีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนในบริษัทเพิ่ม และในอีก 2 ปีต่อมา Jeff ก็สามารถนำ Amazon เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้เป็นผลสำเร็จ ในราคา IPO ที่ 18 ดอลล่าร์สหรัฐ (ปัจจุบันราคาหุ้นของ Amazon อยู่ที่ประมาณ 968 ดอลล่าร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากถึง 54 เท่า!)

เว็บช้อปปิ้ง Amazon 2
Image Credit : fortune.com

จากการที่ Amazon เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ Jeff มองเห็นช่องทางในการขยายธุรกิจ ไม่หยุดอยู่แค่การเป็นร้านขายหนังสือออนไลน์เพียงอย่างเดียว เขาจึงค่อยๆ เพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามา จนกระทั่งตอนนี้ Amazon.com ก็ได้กลายมาเป็น “Everything Store” เว็บช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีขายกันตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ มีสินค้าทั้งหมดมากกว่า 300 ล้านรายการ และในปี 1999 นิตยสาร Time Magazine ก็ได้ยกให้ Jeff Bezos เป็น “Person of The Year” หรือ “บุคคลแห่งปี” จากการที่เขาได้ปฏิวัติวงการค้าขายของตลาดทั่วโลกไปโดยสิ้นเชิง

ShopBack Tips : ปัจจุบัน Amazon เค้าก็มีเว็บไซต์ที่แยกย่อยออกมาเพื่อความสะดวกในการซื้อขายสินค้า ณ ประเทศอื่นๆ อาทิเช่น แคนาดา อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส จีน และสำหรับไทยเราก็สามารถที่จะสั่งซื้อสินค้าผ่าน Amazon ได้ จากประเทศที่ใกล้ๆ หน่อยอย่าง “ญี่ปุ่น” กับ Amazon JP ซื้อผ่าน ShopBack ได้เงินคืนด้วยนะจ๊ะ
  • Alibaba (อะลีบาบา)

เว็บช้อปปิ้ง Alibaba
Image Credit : FB/alibabagroupofficial

มาสู่เรื่องราวของอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียกันบ้าง ที่แม้จะเป็นน้องใหม่ในวงการระดับโลก แต่ก็ทะยานขึ้นสู่อันดับ Top 5 ไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว เขย่าบัลลังก์ Amazon, eBay ได้แบบสบายๆ ความจริงแล้วมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า Jack Ma และ Alibaba เค้าไม่ได้ทำแค่ธุรกิจ E commerce เพียงอย่างเดียว แต่ ธุรกิจด้านคอมเมิร์ซก็นับว่าเป็นธุรกิจหลักของบริษัทที่ให้สัดส่วนรายได้สูงที่สุด เราจึงจะยกเอามาพูดกันค่ะ

Jack Ma เริ่มต้นโครงการ Alibaba เมื่อประมาณปี 1998 โดยระหว่างนั้นเขายังคงทำงานประจำไปด้วย ก่อนที่จะลาออกมาและก่อตั้ง Alibaba อย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 4 เมษายน 1999 โดยกู้ยืมเงินจากคนรู้จักเป็นจำนวน 60,000 เหรียญสหรัฐ โดยโมเดลธุรกิจของ Alibaba เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในหมวด Wholesales (ค้าส่ง) ที่เปิดให้บริการผู้ขายส่ง (Business-to-Business หรือ B2B) มาสร้างโปรไฟล์และโพสต์ขายส่งสินค้า ในขณะที่ผู้ซื้อก็เข้ามาค้นหาสินค้าเพื่อสั่งซื้อล็อตใหญ่ๆไปขายปลีกต่ออีกทอด ส่วน Alibaba ก็มีรายได้จากการเก็บค่าบริการเป็นราย Transaction และค่าสมาชิกแบบรายปีจาก “ผู้ค้าส่ง” เท่ากับว่า Alibaba จะไม่ต้องมาสต็อกและจัดส่งสินค้าเอง

เว็บช้อปปิ้ง Jack Ma
Image Credit : time.com

Alibaba ขยายกิจการออกไปมากมายจนกลายเป็นอาณาจักร Alibaba Group มีค้าส่งออนไลน์, ค้าปลีกออนไลน์, ค้าปลีกแบบออฟไลน์, ระบบ Clound service, ระบบชำระเงินออนไลน์ ฯลฯ ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเลยก็คือ ในปี 2003 กับการก่อตั้งTaobao” เว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์แบบ Consumer-to-Consumer ที่ตั้งขึ้นมาเพื่องัดข้อกับ ebay โดยการดำเนินนโยบายฟรีไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น จนสุดท้าย ebay แข่งไม่ไหว ถอนทัพกลับอเมริกา และ Taobao ก็กลายมาเป็นเจ้าตลาดจีนอันแข็งแกร่งถึงปัจจุบัน

และในปี 2014 ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ตลาดหุ้นอเมริกาโดยการทำ IPO ในตลาดหุ้น New York Stock Exchange เป็นจำนวน 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชนะเจ้าสถิติเดิมอย่าง Facebook ซึ่งทำไว้ในปี 2012 ที่ 16,000 ล้านเหรียญฯ

ShopBack Tips : ในส่วนของเว็บไซต์ค้าปลีกนอกจีนนั้น ชาว ShopBack ต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแน่ๆ เลย (แต่อาจจะไม่รู้) เพราะว่าเว็บช้อปปิ้งที่เรากำลังพูดถึงก็คือ AliExpress ยังไงล่ะคะ คนไทยแบบเราอยากช้อปอะลีบาบาก็ไปจัดกันได้เลยที่ AliExpress นี่แหละ ทุกการช้อปก็รับเงินคืนจาก ShopBack ไปอีก มีเอี่ยวทุกร้านเลย ShopBack เนี่ย ดีจริงๆ 5555
รับสาระความรู้กันไปเต็มๆ เลยวันนี้ ช้อปครั้งหน้าจะได้อินๆ ฟินๆ กันมากขึ้นไปอีกเนอะ แล้วอย่าลืมแวะมาเติมความรู้ หรือคำแนะนำดีๆ จาก ShopBack กันได้ใหม่ค่ะ จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ต้องรอติดตาม!

Feature Image Credit : Jack Ma from hypebeast.com

?สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

?พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

?ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments