ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน ฝนตก สักพักเข้าออฟฟิศอากาศก็หนาวยังกับขั้วโลกเหนือ เจอแบบนี้บ่อยๆ ผิวช็อกแน่นอน ทำให้เกิดภาวะผิวแห้ง หน้าแห้งลอก ที่คอยกวนใจสาวๆ นอกจากสภาพอากาศแล้ว ปัจจัยสภาพแวดล้อมอื่นๆ ก็มีส่วนทำลายความชุ่มชื้นผิวและทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน ชวนเพื่อนๆ มารู้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวแห้ง มีวิธีรักษาหรือป้องกันผิวแห้งอย่างไร ผิวแห้งใช้อะไรดี มีครีมบำรุงหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้งตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย!

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

ผิวแห้งใช้อะไรดี รวม 7  มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้งใช้ดี ได้ผลจริง!

1. CeraVe moisturizing cream 

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : central.co.th

แบรนด์ดังจากอเมริกา ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยนและเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย แบรนด์นี้โด่งดังทั้งโฟมล้างหน้าและครีมบำรุงผิวมากๆ โดยจุดเด่นของแบรนด์คือการเติมเซราไมด์ให้กับผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและให้ความชุ่มชื้นกับผิวแบบยาวนาน CeraVe ประกอบด้วยเซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิว 3 ชนิด โดยสกัดจากพืชธรรมชาติ พร้อมด้วยสารไฮยาลูรอนิกแอซิด เพื่อช่วยชดเชยความชุ่มชื้นและเซราไมด์ที่ขาดหายไป เสริมสร้างปราการปกป้องผิวของเรานั่นเองค่ะ ใครที่หน้าแพ้เป็นผื่นแดงง่าย แห้งลอกตามปีกจมูกหรือตรงบริเวณผิวบาง ลองเอาตัวนี้ทารับรองว่าหายคันและอาการผื่นแดงจะดีขึ้นตามลำดับค่ะ ที่สำคัญครีมตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวตัวเลยนะจ้ะ

ราคาประมาณ : 700 บาท

หาซื้อได้ที่ : Watsons.co.th, Central.co.th และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป

ShopBack Tips : นอกจากการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าแล้ว การล้างหน้า ล้างเครื่องสำอางก็เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังสำหรับคนที่ผิวหน้าแห้งมากด้วยค่ะ ใครที่รู้ว่าหน้าแห้ง ควรใช้คลีนซิ่งออยล์จะเหมาะกว่า เพราะล้างเครื่องสำอางได้หมดจด และยังคงความชุ่มชื้นของผิว ใครกำลังหาซื้อคลีนซิ่งออยล์ดีๆ ราคาโดนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ JD Central อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนนะจ้ะ
ช้อป JD Central ผ่าน ShopBack คลิก!

2. Kiehl’s Ultra Facial Cream

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : kiehls.co.th

มาค่ะ ใครที่ผิวหน้าแห้งมาก แห้งสุดแบบไม่มีอะไรมากั้น กำลังหาว่าผิวแห้งใช้อะไรดี อัญเชิญครีมตัวนี้ไปใช้เลยค่ะ เป็นครีมกระปุกในตำนานตัวหนึ่งจากแบรนด์ Kiehl’s ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยนปราศจากน้ำหอมและสารที่ทำให้เกิดความระคายเคืองกับผิว เนื้อครีมสีขาวข้น แต่บอกเลยว่าไม่หนักหน้า ใครที่ต้องความชุ่มชื้นขั้นสุด แพ้ง่าย หน้าแห้งลอก สอยตัวนี้มาใช้เลย

ราคาประมาณ : 700 – 1,400บาท

หาซื้อได้ที่ : Central.co.th, Robinson.co.th และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

3. Hatomugi Skin Conditioner Lotion 

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : watsons.co.th

อื้ออึงกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว สำหรับโลชั่นหรือโทนเนอร์ครีมบำรุง ผิวแห้งใช้อะไรดีแถมราคาไม่แพง ต้องยกให้โลชั่นบำรุงผิวลูกเดือย Hatomugi ที่ดังมากเว่อร์ แบบที่บล็อกเกอร์ ยูทูบเบอร์ทั้งหลายพร้อมใจรีวิวตรงกันว่า หน้าตาขวดไม่ดึง แต่สรรพคุณว้าวสุด Hatomugi Skin Conditioner Lotion ช่วยเติมความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดีมาก โดยเฉพาะผิวแห้งกร้านหลังตากแดด โลชั่นตัวนี้ชูสารสกัดจากลูกเดือยและสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น นุ่มเด้ง เปล่งปลั่งสุขภาพดี ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ตอนนี้ไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Hatomugi ไม่ได้มีแค่น้ำตบแล้วนะคะ มีตัวที่เป็นสูตรเจลด้วย ใช้งานง่ายขึ้นใช้พอกหน้าก่อนนอนก็เวิร์ค แอบกระซิบว่าไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Hatomugi ทั้งแบบน้ำตบและเจลสามารถใช้ได้กับทั้งผิวหน้าและผิวกายเลยจ้ะ

ราคาประมาณ : 350 บาท

หาซื้อได้ที่ : Watsons.co.th, Central.co.th, Shopee, Lazada, Konvy.com และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป

ShopBack Tips : ช่วงนี้อากาศร้อนอับชื้น บางวันฝกตก ฝ่นอาจฟุ้งกระจาย หลายคนอาจมีอาการคันหน้า แสบหน้า มีสิวผดขึ้น เรามีวิธีดูแลผิวหน้าร้อนจากน้ำตบลูกเดือยมาฝากค่ะ นอกจากจะใช้น้ำตบลูกเดือยทากับผิวโดยตรง มีอีกวิธีคือ ให้เพื่อนเทใส่แผนมาร์ก หรือ สำลี จากนั้นแปะทิ้งไว่ในบริเวณที่เราต้องการดูแลเป็นพิเศษ หรือ บริเวณที่เรามีอาการแพ้ ทิ้งไว้ 10-15 นาที จะช่วยลดการอักเสบของผิวหน้าได้ค่ะ และจะดียิ่งขึ้นหากเพื่อนๆ นำสำลีที่ชุ่มด้วยน้ำลูกเดือยใส่ภาชนะสะอาดไปแช่เย็น เมื่อเย็นได้ที่ก็นำมาแปะที่หน้า รับรองว่าทั้งฟิน ทั้งลดการอักเสบได้ดีเลย หาสำลีหรือแผ่นมาร์กดีๆ ที่ Watsons อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนนะคะ
ช้อป Watsons ผ่าน ShopBack คลิก!

4. Aveeno Skin Relief Moisturizing Lotion

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : aveeno.ca

อีกแบรนด์จากอเมริกาที่เข้าไทยได้ไม่นาน โลชั่นบำรุงผิวกาย สูตรเข้มข้นด้วยสารสกัดจากข้าวโอ๊ต( Triple Oat Complex) ทางแบรนด์เคลมว่าปราศจากน้ำหอม พาราเบน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและแห้งเสียมากเป็นพิเศษ โดยส่วนผสมหลักที่ถูกใส่ลงไปผลิตภัณฑ์คือ Natural colloidal oatmeal ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่น,  Oat essence ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปลอบประโลม ฟื้นบำรุงผิวและช่วยชะลพการเสื่อมสภาพของผิว และ Oat oil ช่วยปกป้องเป็นเกราะปราการผิวค่ะ

ราคาประมาณ : 499 บาท

หาซื้อได้ที่ : Watsons.co.th, Shopee, Lazada และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป

5. Hada Labo Kouji Treatment Essence

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : watsons.co.th

สาวๆ ผิวแห้งที่กำลังคิดว่าผิวแห้งใช้อะไรดี ที่ให้ทั้งความชุ่มชื้นและทำให้ผิวใสไปด้วยในตัว ลองตัวนี้เลยค่ะ Hada Labo Kouji Treatment Essence น้ำตบที่ได้จากการหมักบ่มข้าวโคจิ  โดยตัวเอสเซ้นซ์นี้มีต้นกำเนิดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น พอเห็นคำว่าข้าวหมัก สิ่งแรกที่แว้บเข้ามาในสมองนั่นก็คือ เอ๊ะ! มันคล้ายๆ กับการหมักบ่มผลิตภัณฑ์น้ำตบป้าเจี้ยบ SK II เลยนะ ใช่ค่ะ วิธีการใกล้เคียงกัน แต่ตัวยีสต์ หรือ สารสกัดอาจจะต่างกันไป ใครงบน้อย อยากลองใช้ผลิตภัณฑ์จากข้าวหมักบ่มญี่ปุ่น ลองสอยตัวนี้มาใช้ก่อนได้ค่ะ ตัว ข้าว “โคจิ” หรือข้าวหมักที่ใช้ทำสาเก อุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ อะมิโน แอซิด และสารให้ความชุ่มชื่นผิวตามธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นและกระจ่างใส คงความอ่อนเยาว์ของผิว เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม สี และน้ำมันแร่ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้

ราคาประมาณ : 880 บาท

หาซื้อได้ที่ : Watsons.co.th

6. CLINIQUE Moisture Surge extended

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : sephora.co.th

ผิวแห้งใช้อะไรดี ลองตัวนี้เลยจ้า กับ CLINIQUE Moisture Surge ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง เนื้อสีชมพูใส เด้งดึ๋ง ตัวดังตัวเด่นของเหล่าบิวตี้กูรู จะผ่านไปนานแค่ไหน เรื่องเติมความชุ่มชื้น ครีมตัวนี้ก็ไม่เคยตกอันดับ เรียกได้ว่าเป็นครีมเติมน้ำให้กับผิวในตำนาน ที่สำคัญคือ ไม่ว่าคุณจะผิวมันหรือผิวแห้งก็ใช้ตัวนี้รอด ไม่อุดตัน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ใครผิวมันแนะนำให้ใช้ตอนกลางคืนจะดีกว่าค่ะ ใครผิวแห้งก็ใช้ได้เลยเช้าเย็น

ราคาประมาณ : 1,700 – 1,900 บาท

หาซื้อได้ที่ : Central.co.th, Robinson.co.th, Sephora.co.th และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

7. MOMOPURI Gel Cream

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง
Image Credit : shopat24.com

มาถึงมอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง ตัวสุดท้าย MOMO PURI Gel Cream ครีมที่มีส่วนผสมของแลคโตบาซิลลัส ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่ามีแลคโตบาซิลลัส 18 พันล้านตัวต่อครีม 1 หยดอีกด้วย! ช่วยผลัดเซลล์ผิว เติมเต็มความชุ่มชื้น และมีพีชเซราไมด์จากประเทศญี่ปุ่น ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่ม ฉ่ำ เด้ง  อิ่มน้ำ ใครที่เป็นสาวกกลิ่นพีชต้องชอบแบรนด์นี้เพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากพีช ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีสารสกัดจากมะกรูดฝรั่งและใบต้นพีช ช่วยกระชับรูขมขน นอกจากนี้ยังมี ไฮยารูลอน วิตามิน C, A และ E ช่วยให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งลอก ใครกำลังหาผิวแห้งใช้อะไรดีงบน้อย ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยค่ะ

ราคาประมาณ : 390 – 600 บาท

หาซื้อได้ที่ : Shopee, ShopAt24

ผิวแห้ง คืออะไร?

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง

ผิวแห้ง คือ สภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น เพราะสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมนอกร่างกาย โดยน้ำจะระเหยออกจากร่างกายไป ยิ่งอากาศหนาวหรือแห้ง พออากาศในชั้นบรรยากาศมีความแห้ง น้ำที่อยู่ใต้ผิวหนังระเหยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น

โดยปกติแล้ว ชั้นผิวหนังป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว โดยเซลล์ผิวหนังชั้นนอกจะเคลือบด้วยไขมันของผิวหนังบางๆ จนมีลักษณะคล้ายกำแพงคอยปกป้องผิวหนัง แต่หากกำแพงนี้เกิดความบกพร่อง ก็จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศที่อยู่รอบตัว ทำให้เกิดภาวะผิวแห้ง หน้าแห้งลอกได้

ภาวะผิวแห้งเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย โดยมักพบว่ายิ่งคนเรามีอายุมาก ก็ยิ่งมีโอกาสผิวแห้งมากขึ้น เรื่องที่แย่คือ การมีผิวแห้ง เป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ ตามมา

สาเหตุของผิวแห้ง

ภาวะผิวแห้งเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย แบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้

1. ปัจจัยภายใน

  • พันธุกรรม บางคนผิวแห้งมาแต่กำเนิด ผ่านพันธุกรรมถ่ายทอดจากพ่อแม่ จากรุ่นสู่รุ่น สาเหตุนี้ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้
  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนในร่างกายทำงานเปลี่ยนไป ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วกว่าปกติ ส่วนมากมักจะพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่สมัยนี้มลภาวะสภาพอากาศที่เลวร้ายลง ผิวแห้งก็มักเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติมาก

2. ปัจจัยภายนอก

  • สภาพอากาศ การอยู่ในห้องแอร์ อยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือมีความชื้นต่ำ ผิวเกิดอาการแห้งกร้านมากกว่าปกติ เนื่องจากตามธรรมชาติ อากาศภายนอกจะปรับสมดุลความชื้นทางอากาศโดยอัตโนมัติ ด้วยการดูดความชื้นจากชั้นผิวหนังของสิ่งต่างๆ รวมถึงมนุษย์อย่างเราไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อชดเชยความชื้นในอากาศ
  • การขัดผิว การขัดผิวขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปก็จริง แต่ทุกครั้งที่ขัดผิว ก็จะเกิดการเสียดสีที่รุนแรง หากทำบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้านมากขึ้น
  • อาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น อุณหภูมิของน้ำที่ร้อนหรือสูงกว่าอุณหภูมิห้อง ส่งผลให้ผิวสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว จนผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งตึง

ผิวแห้ง มีอาการเป็นอย่างไร?

ผิวแห้งใช้อะไรดี, มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง

แบ่งออกเป็น ผิวแห้งน้อย กับ ผิวแห้งมาก

1. อาการผิวแห้งน้อย คือ ผิวมีลักษณะแห้งกร้าน หยาบกระด้าง ถ้าสังเกตดีๆ จะมองเห็นร่องลายผิว พบมากบริเวณแขน ขา และมือ

2. อาการผิวแห้งมาก คือ ผิวมีลักษณะแห้งแดง ลอกเป็นขุย แตกลาย มักพบบริเวณ แขน ขา และมือเช่นกัน แต่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน อาจมีอาการแสบคันร่วมด้วย หากเกาอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย จนเกิดการอักเสบของผิวหนังได้

วิธีรักษาผิวแห้ง

1. อาบน้ำในอุณหภูมิปกติ

อาบน้ำอุณหภูมิปกติเป็นประจำ การอาบน้ำอุ่น จะทำให้ร่างกายถูกดูดความชุ่มชื้นไปจากผิวได้ง่ายกว่าปกติ หลังจากอาบน้ำ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อน จึงค่อยทาโลชั่นลงไปผิวหลังอาบน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น

2. ทาโลชั่นหรือครีมเพิ่มความชุ่มชื้น

การใช้ครีมทาผิวช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่ผิวกำลังดูดซึมได้ดี หรือเวลาที่รู้สึกว่าผิวแห้งก็สามารถทาโลชั่นได้ ไม่จำเป็นต้องทาเฉพาะหลังอาบน้ำเท่านั้น โดยโลชั่นที่เลือกใช้ ให้เลือกใช้ครีมทาผิวชนิดเพิ่มความชุ่มชื้นผิว ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสีเจือปน ที่อาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้

3. พบแพทย์ผิวหนัง

หากมีภาวะผิวแห้งมาก ตัว หน้าแห้งลอก ผิวแห้งที่มีอาการแสบคัน แตก ลอกเป็นขุยหรือมีการอักเสบผิวร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาหาวิธีแก้หน้าลอกตัวลอก ด้วยการทานยาแก้คัน หรือใช้ยาทาสเตียรอยด์ทา เพื่อลดอาการอักเสบและคัน

แต่โดยปกติไม่ควรทายาติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ เพราะยาอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นกับผิวได้ เช่น ผิวบางขึ้น ผิวติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ในกรณีผิวแห้งติดเชื้อแบคทีเรียจากการเกา ต้องใช้วิธีการทานยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

วิธีป้องกันปัญหาผิวแห้ง

การป้องกันปัญหาผิวแห้ง หน้าแห้งลอก สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทำได้ดังนี้

1. ไม่อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้งหรือมีความเย็นจัด เช่น การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน

2. ไม่แช่น้ำหรืออาบน้ำเป็นเวลานาน ถ้าต้องไปว่ายน้ำ ก็ไม่ควรแช่อยู่ในสระน้ำเป็นเวลานาน เพราะในสระน้ำจะมีคลอรีน ที่ทำปฏิกิริยาต่อผิว ให้ผิวแห้งได้

3. เลี่ยงการอาบน้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิที่ร้อนจัด เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนหรือสบู่เด็ก ฟอกสบู่เฉพาะบริเวณที่จำเป็นอย่างเช่น ลำตัว รักแร้ และขาหนีบ

4. ไม่ขัดผิวบ่อยจนเกินไป เพราะการขัดผิวแม้ว่าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรลดการขัดผิว อาจขัดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการเสียดสีกับผิว ทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองและอักเสบได้

5. นวดบำรุงผิวดูแลผิวด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ โดยอาจจะเลือกใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิว เพียงนำมาทาลงบนผิวแล้วนวดให้ซึมซาบลงสู่ผิวเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มเอิบและไร้ปัญหาแห้งแตกได้แล้ว แต่หากใครไม่มีเวลา ก็อาจจะเลือกใช้เบบี้ออยล์แทน

6. ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้น ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว พยายามทาสม่ำเสมอจนกลายเป็นกิจวัตรประจำ จะได้ไม่ลืม

7. ดื่มน้ำเยอะๆ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว เช่น มะเขือเทศ กล้วย เป็นต้น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

8. เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมถึงเลี่ยงการสูบบุหรี่ด้วย

ShopBack Tips : นอกจากความชุ่มชื้นของผิว อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ คือ ปริมาณของคอลลาเจนที่อยู่ในผิวนั่นเองค่ะ เมื่อแก่ตัวลงปริมาณคอลลาเจนในผิวก็จะลดลงด้วย หรือ หากมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นอนน้อย ความเครียด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ก็เป็นสาเหตุให้คอลลาเจนลดลงได้เช่นกัน ใครอยากดูแลผิวหน้า คอลลาเจนเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจอยากให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน ลองซื้อวิตามินซีมากินดูสิคะ เพราะวิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการสร้างและกักเก็บคอลลาเจนในร่างกายเรา หาซื้อวิตามินซีได้ที่ Shopee อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack ทุกครั้งเพื่อไม่ให้พลาดเงินคืนนะคะ
ช้อป Shopee ผ่าน ShopBack คลิก!
 

ShopBack Blog เข้าใจดีว่า ปัญหาผิวหน้า กวนใจ และทำลายความมั่นใจไม่น้อย ถ้าปล่อยไว้นาน หรือทิ้งจนอาการรุนแรงขึ้น ยังอาจทำให้เกิดโรคผิวหนัง หรือติดเชื้อต่างๆ ได้ ดังนั้น ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เช่น ผิวมันเกิน ผิวแห้งเกิน หรือเป็นสิวบนหน้าเฉพาะจุดบ่อยๆ ถ้าจัดการได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็รีบจัดไป หรือเข้ามาอ่านบทความดูแลผิว สุขภาพกายสุขภาพใจใน ShopBack Blog อย่างสม่ำเสมอ เป็นความรู้ ก็ช่วยให้เราสำรวจและสังเกตตัวเองได้ดีทางหนึ่ง ครั้งหน้า ShopBack Blog จะมีบทความอะไรน่าสนใจมาฝากกัน อย่าลืมติดตามนะคะ

 

ที่มาอ้างอิง : nymag.comhealthline.com

Facebook Comments