5 ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์แนะนำ พร้อมวิธีเที่ยวภูเขาไฟอินโดนีเซียยังไงให้ปลอดภัย !

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ทราบข่าวแผ่นดินไหวใหญ่ที่เกาะลอมบอก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอินโดนีเซีย ใกล้เกาะบาหลี วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 6.4 แมกนิจูด เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 29 กรกฎาคม ส่งผลให้เกิดดินสไลด์ปิดเส้นทางเข้าออก บ้านเรือนเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตหลายราย ขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยติดค้างบนภูเขาไฟรินจานีนับร้อยคน วันนี้ ShopBack จะมาแนะนำวิธีเที่ยวภูเขาไฟอินโดนีเซียยังไงให้ปลอดภัย และขอเอาใจนักท่องเที่ยวขาลุยด้วยการรวบรวม 5 ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ในอินโดนีเซียมาฝากกันค่ะ

  1. ภูเขาไฟรินจานี เกาะลอมบอก (Lombok Island)

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย ภูเขาไฟรินจานี เกาะลอมบอก (Lombok Island)

เกาะลอมบอกตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะบาหลี ในเขตพื้นที่จังหวัดนูซาเต็งการา ลักษณะเด่นของเกาะแห่งนี้คือ ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาและภูเขาไฟ และสภาพพื้นที่โดยรวมยังคงความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาะลอมบอกคือ ภูเขาไฟรินจานี (Gunung Rinjani) ที่เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท และมีทิวทัศน์สวยงามมากอีกแห่งของอินโดนีเซีย จนได้รับสมญานามว่า Queen of Lombok มีความสูงประมาณ 3,726 เมตร ภูเขาไฟรินจานีจึงนับเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักปีนเขาทั่วโลกจำนวนมาก แต่ถ้าไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมจะปีนเขา คุณก็สามารถชื่นชมความสวยงามของสวนธรรมชาติโดยรอบด้วยการเดินทางสำรวจผ่านผืนป่าและหมู่บ้านต่างๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีก็เป็นความชิวไปอีกแบบค่ะ

ค่าธรรมเนียม : ราคา 150,000 รูเปีย (ประมาณ 350 บาท)

  1. ภูเขาไฟโบรโม่ (Gunung Bromo)

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย ภูเขาไฟโบรโม่ (Gunung Bromo)

ภูเขาไฟโบรโม่ เป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโบรโมเติงเกอร์เซอเมรู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมวลเขาสูงเติงเกอร์ในจังหวัดชวาตะวันออก โบรโม่เป็นหนึ่งในภูเขาไฟอินโดนีเซียที่ยังดับไม่สนิทจากภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร และเคยระเบิดมาแล้ว 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เส้นทางการเดินทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำเมื่อเดินทางมาถึงยอดภูเขาไฟโบรโม่ คือ การเดินบนขอบปากปล่องภูเขาไฟค่ะ โดยเส้นทางจะมีลักษณะเป็นสันกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้โดยรอบ แต่อาจต้องใช้ความระมัดระวังกันสักหน่อยเนื่องจากขอบปากปล่องภูเขาไฟนั้นเป็นสันทรายที่ค่อนข้างลื่น นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่ออีกหนึ่งอย่างก็คือ การซื้อดอกไม้จากชาวบ้านที่นำขึ้นมาขายแล้วอธิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการจากนั้นโยนลงไปในปากป่องภูเขาไฟ นับเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากคู่รักหนุ่มสาวที่เดินทางมาเยือนที่นี่ที่ต่างขอให้ความรักของตนสมหวังและครองรักกันตราบชั่วนิรันดร์นั่นเองค่ะ

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย ภูเขาไฟโบรโน่

สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเยือนโบรโน่ ควรมาถึงที่หมายก่อนรุ่งสางเพื่อให้ทันเวลาชมพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ ส่วนการเดินทางเพื่อขึ้นมาชมปากปล่องภูเขาไฟนั้น คุณสามารถเลือกเดินหรือขี่ม้าก็ได้ (ค่าขี่ม้าจะขึ้นอยู่กับระยะทางค่ะ แต่ถ้าใช้บริการม้าทั้งขาไปและขากลับจะมีค่าใช้จ่ายคิดเป็นเงินอินโดนีเซียตกคนละ 100,000 รูเปีย (ประมาณ 300 บาท)

ค่าธรรมเนียม : วันจันทร์วันศุกร์ ราคา 217,500 รูเปีย (ประมาณ 500 บาท), วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราคา 317,500 รูเปีย (ประมาณ 740 บาท)

ShopBack Tips : กายพร้อม ใจพร้อมแล้ว อย่าลืมจองที่พักกับตั๋วเครื่องบินกันด้วย เพียงแค่คลิกเข้ามาที่ Booking.com ก็สามารถจองทั้งโรงแรม และตั๋วเครื่องบินได้ง่ายๆในที่เดียว แล้วอย่าลืมว่า ShopBack ยังให้เงินคืนคุณอีกด้วย บอกเลยว่าทริปนี้จะมีแต่คำว่าคุ้ม!
  1. อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park)

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park)
Image credit : Leemarine

อุทยานแห่งชาติโคโมโด เป็นอุทยานแห่งชาติในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะซุนดาน้อย ระหว่างจังหวัดนูซาเติงการาตะวันออกกับจังหวัดนูซาเติงการาตะวันตก อุทยานประกอบด้วยเกาะใหญ่ 3 เกาะคือ เกาะโกโมโด เกาะรินจา และเกาะปาดาร์ รวมทั้งยังมีเกาะเล็กๆ อีกมากมายค่ะ ซึ่งชื่อของเกาะก็ตั้งตามชื่อมังกรโคโมโด สัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดที่อาศัยอยู่บนเกาะนั่นเองค่ะ ส่วนกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์และได้รับความนิยมของที่นี่คือกิจกรรมดำน้ำค่ะ เนื่องจากบริเวณโดยรอบเกาะนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลสูง รวมถึงมีสัตว์ทะเลอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น ฉลามวาฬ ปลาพระอาทิตย์ กระเบนราหู กระเบนนก ม้าน้ำแคระ ปลากบตัวตลก ทากเปลือย หมึกวงแหวนสีฟ้า ฟองน้ำ เพรียงหัวหอม และปะการัง รับรองว่านักท่องเที่ยวสายดำน้ำดูปะการังต้องถูกใจแน่นอน

ค่าธรรมเนียม : วันจันทร์วันศุกร์ ราคา 175,000 รูเปีย (ประมาณ 400 บาท), วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราคา 250,000 รูเปีย (ประมาณ 580 บาท)

  1. บูนาเคน (Bunaken National Park)

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย บูนาเคน (Bunaken National Park)
Image credit : Amazingplaces

สำหรับคนที่รักการดำน้ำและรักโลกแห่งท้องทะเล บูนาเคนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ recommend ให้คุณมาเยือกสักครั้งให้ได้ค่ะ บูนาเคนเป็นอุทยานทางทะเลที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ซึ่งเป็นบริเวณที่เหมาะกับการดำน้ำมากที่สุดในอินโดนีเซียค่ะ ที่นี่คุณจะได้เห็นบรรดาปลาชนิดต่างๆมากมายกว่า 70 สายพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และไม่เพียงแค่สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลเท่านั้นที่น่าสนใจ ลักษณะของพื้นทะเลก็เป็นสิ่งที่แปลกตาหาดูได้ยาก โดยจะมีลักษณะเป็นหน้าผาลาดชันลงไปในทะเล (Wall dive) ขอบอกเลยว่านักดำน้ำต้องมาที่นี่ให้ได้! ส่วนช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปดำน้ำที่บูนาเคนคือช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤศจิกายนค่ะ

ค่าธรรมเนียม : 150,000 รูเปีย (ประมาณ 350 บาท)

  1. อุทยานทันจัง พูทิง (Tanjung Puting)

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย อุทยานทันจัง พูทิง (Tanjung Puting)
Image credit : Eazycation

อุทยานทันจัง พูทิง เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว จังหวัดกาลิมันตัน ประเทศอินโดนิเซีย ที่นี่นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คนรักธรรมชาติควรมาชมค่ะ แต่เดิมนั้นที่นี่เป็นแหล่งที่มีลิงอุรังอุตังจำนวนมาก แต่ต่อมาถูกรุกราน จึงมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสมรรถภาพของลิงอุรังอุตังให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการเดินทางเที่ยวชมที่นี่ จะใช้วิธีโดยสารด้วยเรือผ่านคลองแคบๆอันเงียบสงบ ที่เป็นแหล่งสัตว์เจ้าถิ่นอย่างจระเข้และนก โดยคุณสามารถทอดตัวเอนกายลงนอนบนดาดฟ้าเรือเพื่อชมธรรมชาติท่ามกลางป่าและเสียงของธรรมชาติที่ไพเราะ สำหรับใครที่อยากล่องเรือชมธรรมชาติและลิงอุรังอุตัง ที่นี่จะมีบริษัททัวร์ที่ให้บริการเรือและไกด์นำเที่ยว ซึ่งราคาของเรือ (3 วัน) อยู่ที่ 700,000 รูเปีย (ประมาณ 1,600 บาท) ค่าอาหาร 400,000 รูเปียต่อคน (ประมาณ 900 บาท) ค่าไกด์นำเที่ยว 300,000 รูเปียต่อวัน (ประมาณ 700 บาท) เป็นต้นค่ะ

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติจากใต้พื้นพิภพอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือ สึนามิ เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวอินโดนีเซียในช่วงนี้ มาดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีปฏิบัติตัวเมื่อไปเที่ยวภูเขาไฟอินโดนีเซียอย่างไรกันบ้างค่ะ

  • เลือกอุปกรณ์ เครื่องแต่งกายให้เหมาะสม

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย เลือกอุปกรณ์ เครื่องแต่งกายให้เหมาะสม

ควรเลือกใช้รองเท้าสำหรับเดินป่า เนื่องจากรองเท้าประเภทนี้มีความหนาและพร้อมลุยในทุกสภาพภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดินโคลน ป่า หญ้ารกทึบ พื้นหิมะอีกทั้งยังมีความทนทานสูง เกาะพื้นดี นอกจากนี้คุณควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยเพราะในเวลากลางคืนหรือช่วงเช้ามืดอากาศจะเย็นกว่าปกติค่ะ

ShopBack Tips : สำหรับใครที่ยังไม่มีเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์การเดินป่า มาเลือกชมเลือกช้อปพร้อมรับส่วนลดและเงินคืนกันได้ที่ Lazada รับรองว่าคุณจะได้ทุกอย่างครบครันตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมไปถึงพรอพเก๋ๆ เพิ่มความมีสีสันให้กับทริปด้วยล่ะค่ะ
  • หน้ากากกันฝุ่นละออง

เนื่องจากภูเขาไฟยอดฮิตในอินโดนีเซียเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับและยังมีควันปะทุอยู่เนืองๆ ดังนั้นหน้ากากกันฝุ่นละอองจึงสำคัญมากๆค่ะ เพราะควันที่ปล่อยออกมาจากภูเขาไฟนอกจากจะกลิ่นเหม็นสุดๆ แล้วหากสูดดมในปริมาณมากยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกต่างหาก

  • เตรียมร่างกายให้พร้อม

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย เตรียมร่างกายให้พร้อม

ก่อนมาเที่ยวภูเขาไฟ สิ่งสำคัญคือคุณต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการเดินบนภูเขาไฟนั้นต้องใช้ระยะเวลานานหลายชั่วโมงและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เบาบางเพราะอยู่บนที่สูง นอกจากนี้ยังต้องเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวอีกด้วย

  • หากเกิดแผ่นดินไหว

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย หากเกิดแผ่นดินไหว

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวสิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ อย่าตกใจ ในกรณีที่คุณอยู่กลางแจ้ง ควรอยู่ให้ห่างจากตัวอาคาร ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา เสาและสายไฟฟ้า แต่หากเกิดแผ่นดินไหวขณะที่ขับรถอยู่ ให้หาที่จอดรถทันที และอยู่ภายในรถจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุดลงแล้วควรไปรวมตัวกัน ณ สถานที่ที่ได้ตกลงนัดหมายกันไว้ และตรวจนับจำนวนสมาชิกว่าอยู่ครบหรือไม่

ShopBack Tips : จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นล่าสุดที่เกาะลอมบอก จะเห็นได้ว่าภารกิจช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่บนภูเขาไฟรินจานีได้รับการช่วยเหลือทุกช่องทาง แต่ช่องทางที่โดดเด่นมากที่สุดคือการสื่อสารกันผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเริ่มต้นจากการที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊คซึ่งอยู่ในพื้นที่โพตส์ข้อความบนเฟซบุ๊กของตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือ และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาและเข้าช่วยเหลือ ดังนั้นเมื่อต้องเดินทางไปยังต่างแดน สิ่งหนึ่งที่สำคัญและจะขาดไปไม่ได้คือ แพ็คเกจอินเตอร์เน็ตดีๆ เพราะสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณในยามที่เกิดเหตุการณ์คับขันค่ะ มาเลือกช้อปบริการอินเตอร์เน็ตตามไลฟ์สไตล์ของคุณพร้อมรับเงินคืนได้ที่  AIS Online Store
เป็นยังไงกันบ้าง คอแอดเวนเจอร์ทั้งหลาย พร้อมเที่ยวอย่างปลอดภัยและสบายใจมากขึ้นกันแล้วหรือยัง ยังไงก็ขอให้ทุกคนเดินทางอย่างมีสติและสนุกกับทริปให้สุดๆไปเลยนะคะ ♡

?สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

?พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

?ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments