ช้อป กิน เที่ยว ที่ไหนดี ในฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น ต้องตามมาดู !!!

พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น จังหวัดฟุกุโอกะ ญี่ปุ่นถือเป็นจุดหมายหนึ่งที่น่าสนใจและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากลองเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องง้อทัวร์ ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยอย่างเราก็สามารถพำนักได้ยาวถึง 15 วัน การเดินก็สะดวกมีทั้งเที่ยวบินแบบบินตรง ใช้เวลาเพียงแค่ 5 ชม. โดยประมาณ หรือแบบแวะเปลี่ยนเครื่อง (transit) ที่ต้องใช้เวลามากขึ้นสักหน่อยแต่ราคาก็จะถูกลง และมีเที่ยวบินให้เลือกมากขึ้น ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกและเหมาะสมของแต่ละบุคคลนั่นเองค่ะ

ShopBack Tips : เช็ควันเวลาที่สะดวกของตัวคุณเอง แล้วก็สามารถเช็คราคาตั๋วเครื่องบินได้ตามสายการบินต่างๆ ซึ่งคุณสามารถทำได้ผ่าน ShopBack ไม่ว่าจะเช็คราคา ส่องโปรโมชั่นราคาพิเศษ แถมยังได้เงินคืนง่ายๆไม่ยุ่งยาก เป็นวิธีช้อปอย่างชาญฉลาดที่ไม่เสียเงินเพิ่มแถมได้เงินคืนเพิ่มที่เราอยากแนะนำให้ได้ลองค่ะ 
ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น เป็นเมืองน่ารักเล็กๆ แต่มีความทันสมัยไม่แพ้กรุงโตเกียว ซึ่งเรามองว่าอารมณ์จะประมาณมินิโตเกียวเลยล่ะค่ะ แต่ที่แตกต่างจากโตเกียวก็เห็นจะเป็นผู้คนที่ดูใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เร่งรีบเหมือนคนในโตเกียว ทำให้นักท่องเที่ยวแบบเที่ยวด้วยตัวเองอย่างเรารู้สึกอบอุ่นใจเป็นพิเศษ เราเลยอยากจะรีวิว เอาใจคนที่อยากจะเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่ชอบสไตล์ชิคๆ ชิวๆ อารมณ์สนุกและตื่นเต้นกับการเดินทางที่แสนประทับใจนี้ ซึ่งคุณจะได้ความรู้สึกเหมือนได้ชาร์ตแบตเติมพลังให้กับตัวเองพร้อมกลับไปลุยงานกันต่อไป ก่อนอื่นเลยอยากให้ได้รู้ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดฟุกุโอกะ ว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความสวยงามและมีสถานที่น่าท่องเที่ยวไม่น้อยเลย

ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น_1

มาเริ่มต้นเดินทางกันเลยค่ะ …(เราไปช่วงหน้าหนาว พฤศจิกายน)  พอได้ตั๋วแบบบินตรง ใช้เวลาเดินทางเกือบ 5 ชั่วโมง โดยประมาณ บินลัดฟ้าสู่ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น เมื่อถึงสนามบินก็จะมีป้ายบอกตลอดทาง ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแบบสบายๆ เพราะเจ้าหน้าที่ในสนามบินส่วนใหญ่จะน่ารัก สุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้อย่างดีเยี่ยม เรียกได้ว่าประทับใจตั้งแต่ด่านแรกกันเลยล่ะค่ะ สถานที่ที่ทางสนามบินจัดระบบไว้อย่างมีระเบียบเรียบร้อย ไม่วุ่นวาย ช่างเป็นบรรยากาศที่รู้สึกอบอุ่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงฟุกุโอกะเลยทีเดียว จากนั้นออกจากประตูสนามบินก็จะสามารถเห็นจุดรอรถบัสที่ทางสนามบินมีบริการพาผู้โดยสารขาเข้าไปส่งที่สนามบินภายในประเทศ (Domestic Airport) ซึ่งสามารถใช้บริการแบบโดยสารฟรี ไม่ต้องเสียเงินนะคะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที พอถึงจุดหมาย ก็จะเจอ subway (รถไฟใต้ดิน) เป็นสาย Kuko Line สถานีที่เราอยู่ตรงนี้จะชือว่า Fukuoka Airport Station ให้ซื้อตั๋วโดยสารที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ สำหรับเรา เราเลือกสถานีปลายทางของเรา คือ Tenjin Station (เทนจิน) ราคาตั๋วรถไฟฟ้าดินอยู่ที่ 260 เยน ที่เราเลือกที่พักแถวเทนจิน เพราะสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ และเทนจินยังถือว่าย่านที่มีความเจริญเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของฟุกุโอกะ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของนักช้อปตัวแม่ที่ไม่ควรพลาดเลย จนอาจจะรู้สึกว่าครึ่งวันไม่พอ เพราะมีทั้งห้างสรรพค้าใหญ่ๆ หลายแห่ง และ ร้านค้าใต้ดินมากมาย เรียกว่าเพลิดเพลินได้ของฝากแปลกตา ถูกใจ ในราคาไม่แพงเกินเอื้อมติดมือไปกลับไปฝากคนในครอบครัวและเพื่อนๆที่เฝ้ารอการกลับมาพร้อมของฝากอย่างแน่นอนค่ะ  และไม่ไกลกัน คือ Hakata เป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังเพราะมีสินค้าแบรนด์เนมและ เป็นจุดรวมของระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดฟุกุโอกะมีรถไฟสายต่างๆ รวมทั้งรถไฟชินคันเซนที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วฟุกุโอกะและขบวนรถไฟที่สามารถข้ามไปจังหวัดอื่นในญี่ปุ่นนั่นเอง

ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น_3

ShopBack Tips : ที่พักที่เราอยากแนะนำก็คือให้จองใกล้ Subway เพราะสะดวกในการเดินทาง ส่วนราคาและขนาดของที่พักก็สามารถเช็คดูกันได้ตามความเหมาะสมและความพอใจ โดยใช้บริการที่เราใช้เป็นประจำและเป็นที่นิยมในสากลที่เราอยากแนะนำก็คือ Agoda ณ จุดนี้คือสามารถจองผ่าน ShopBack เพื่อรับส่วนลดและเงินคืนกันได้ด้วย
ส่วนทริปที่เรานำมารีวิวครั้งนี้ ตอนช่วงที่ไปกันเรามีเวลาน้อยวัน เลยอยากแนะนำสถานที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดฟุกุโอกะ 2 แห่ง ที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวมีที่ไหนบ้าง ตามมาดูกันเลยเลยค่ะ

ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น_4

  • ฟุกุโอกะ ทาวเวอร์

Fukuoka Tower เป็นอาคารและตึกสูงตั้งเด่นเป็นสง่าติดทะเลที่มีชายหาดสวยงาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฟุกุโอกะ ญี่ปุ่นแห่งนี้ ใครอยากเห็นวิวเมืองทั้งเมืองของฟุกุโอกะก็สามารถขึ้นไปบนทาวเวอร์เพื่อชมวิวรอบเมือง และใกล้เคียงกันยังสามารถไปเดินเล่นชายหาดแบบชิวๆ มีอาหารทะเลขายสดๆ แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากชายหาดบ้านเรา การเดินทางสามารถไปโดยบัส และ รถไฟใต้ดิน ส่วนทริปเราส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน โดยสามารถซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน เลือกสถานีปลายทางคือ Nishijin Station (ราคาตั๋วรถไฟอยู่ที่ 260 yen) อ้อ..ให้สังเกตว่าเป็นขบวนรถไฟฟ้า สาย Kulo Line to Meinohama ด้วยนะคะ พอลงจากสถานีก็เดินต่อประมาณ 20 นาที ไม่ต้องกลัวหลงทางเพราะมีป้ายบอกทางแนะนำตลอด ไม่หลงแน่ๆค่ะ และตลอดการเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ของเมืองฟุกุโอกะตลอดเส้นทางก็ว่าได้

ฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น_5

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_6

และติดกับฟุกุโอกะทาวเวอร์ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจสวยงามอยู่ข้างๆตึก ซึ่งเรามีเวลาก็สามารถแวะเข้าไปชมได้ เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แทบไม่ค่อยเจอคนไทยเลยค่ะ เจอแต่คนญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะสนใจและชอบศึกษาเรื่องราวในอดึตที่แสดงโชว์ในพิพิธภัณฑ์ ถ้าเดินชมไปจนพลบค่ำ คือพอตกค่ำก็จะสามารถมองเห็นความสวยงามอลังการของตัวตึก เพราะฟุกุโอกะทาวเวอร์ จะมีเปิดไฟแสดงสัญลักษณ์ตามช่วงเทศกาลต่าง ๆ บนตัวตึกอย่างสวยงามทันสมัยทุกค่ำคืน

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_7

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_8

ShopBack Tips : การเดินทางของเราทริปนี้ เราไปช่วงหน้าหนาว ซึ่งขอบอกเลยว่าควรจะเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดุกาลที่เราจะไปช่วงนั้นๆ ขอเตือนว่าช่วงฤดูหนาว หนาวแบบเอาเรื่องเหมือนกันนะคะ  ถ้าเสื้อผ้าไม่พร้อมอาจจะทำให้ไม่สบายได้เพราะหนาวจริงๆ ลมพัดมาปะทะตัวนี่จะรู้สึกได้ว่าความเย็นสามารถซึมลึกถึงกระดูกกันเลยทีเดียว ดังนั้นการเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวในช่วงฤดูหนาวนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ และอย่าลืมแฟชั่นเสื้อผ้าสวย ๆ ที่ ShopBack อยากลองให้เข้าไปเลือกสไตล์ที่เหมาะกับตัวคุณได้ที่ JD Central อ้อ...อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อไม่พลาดที่จะรับเงินคืนให้ประหยัดขึ้นอีกด้วยนะคะ 
  • DaZaifu (ดาไซฟุ) นมัสการศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ถ่ายรูปที่ Starbucks และชิมขนมถั่วแดง

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_9

ดาไซฟุเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักสวยงามร่มรื่น กว้างใหญ่ ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อและศรัทธาเลื่อมใสมาก นอกจากนี้แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกแวะมาสักการะขอพรกันมากมาย ที่นิยมขอพรที่ชาวญี่ปุ่นมักมาขอก็คือเรื่องการเรียน ผู้ปกครองที่มีลูกก็มักจะพาเด็กๆมาขอพรเรื่องเรียน ส่วนที่เด็กมัธยมปลายที่กำลังจะจบก็มักจะมาขอพรช่วงจะสอบเข้าระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นกำลังใจและความสำเร็จ  การเดินทางมาที่นี่ สามารถเดินทางมาโดยรถไฟใต้ดิน จากสถานี Tenjin > Dazaifu ราคา 400 เยน ใช้เวลาเดินทาง 35 นาที (ต้องลงที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi Station เพื่อเปลี่ยนขบวนไป Nishitessu Dazaifu Line) แล้วถึงมาลงจุดหมายปลายทางของเราที่ Dazaifu Station

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_10

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_11

เมื่อมาถึงที่นี่ ระหว่างทางเข้าศาลเจ้าแห่งนี้จะมีร้านค้าของขายมากมายตลอดทาง และคึกคักมาก เพราะแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่มากมาย และที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ก็คือ ขนมใส้ถั่วแดง ซึ่งจะเห็นได้ตลอดทางว่ามีมากมายหลายร้านทำกันสดๆ ร้อนๆ ให้ได้เห็นวิธีทำกันเลย ซึ่งแนะนำให้ว่าต้องชิม รสชาติจะหนึบๆ ส่วนไส้ก็ไส้ถั่วแดงไม่หวานเกินไป กินร้อนๆ กับค่อยๆ จิบชาเขียวร้อน ก็ฟินกันได้แบบง่าย ๆ

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_12

ไฮไลท์ที่นี่ที่น่าสนใจอย่างก็คือ ร้านกาแฟ Strabucks สาขาดาไซฟุ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการออกแบบตกแต่งร้านอย่างสวยงามแปลกตาจนนักท่องเที่ยวนิยมไปยืนถ่ายรูปที่นี่กันแบบไม่เว้นว่างเลยทีเดียวค่ะ

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_13

ShopBack Tips : ตลอดทางที่เรามามีมุมถ่ายรูปสวยๆเยอะมากๆเลยล่ะ จึงอยากบอกว่าสิ่งสำคัญอีกสิ่งคืออุปกรณ์ที่ต้องพร้อม ซึ่งปัจจุบันเราใช้กล้องจากมือถือถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก แต่เมมโมรี่ในเครื่องและแบตสำรอง ก็ควรต้องเตรียมไปให้พร้อมรวมทั้งแพคเกจไวไฟที่เราต้องมีในการเดินทางเพื่อความสะดวกคล่องตัวเป็นตัวช่วยที่ห้ามขาดกันเลยนะคะ สำหรับใครที่กำลังมองหาแพคเกจอินเตอร์เน็ตสำหรับเดินทางในญี่ปุ่นขอแนะนำ Sim 2 Fly ซิมโรมมิ่งสุดประหยัดจาก AIS Online Store แค่นี้ก็เดินชิว ไปที่ไหนก็ไม่ต้องห่วงเรื่องแชร์หรืออัพโหลดแล้วหล่ะค่ะ

เดินเที่ยวเที่ยวกันมาพอสมควร ขอแนะนำร้านอาหารในจังหวัดฟุกุโอกะ ให้ลองไปชิมกันสัก 2 ร้าน กันต่อดีกว่าค่ะ

  • Shin Shin ร้านราเม็งชื่อดังในย่านเทนจิน

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_14

ร้านนี้จะเห็นคนเข้าคิวยาวตลอดทั้งวัน ทั้งคืน  เมนูแนะนำ คือ ราเม็งของทางร้านที่มีรสชาดที่หลายคนติดใจกันเลยทีเดียว ราคาประมาณ 650 เยน

  • Irukaya Ramen (Nishijin)

ฟุกุโอกะ-ญี่ปุ่น_15

ใครชอบราเมง ต้องไปให้ได้เพราะน้ำซุปเป็นสูตรเฉพาะไม่เหมือนใคร ต้องลองเลยนะคะ ราคาประมาณ 670 เยน

เป็นไงกันบ้างคะ ทริปเที่ยวด้วยตัวเองที่รีวิวให้ดูกันแบบกระทัดรัด แต่รับรองว่าได้ทั้งความสุขความประทับไปอีกนานแน่นอน และเรามั่นใจว่าหลายคนต้องหาโอกาสกลับมาที่นี่อีกแน่นอน แล้วจะมาเล่าเรื่องฟุกุโอกะให้อ่านกันอีก แล้วเจอกันใหม่ค่ะ 🙂

????สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

????พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

????ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments