กองทุนไหน ลดหย่อนภาษีได้บ้างนะ…!

ใกล้จะถึงช่วงปลายปีอีกแล้ว สิ่งหนึ่งเลยที่ประชาชนชาวไทยมีหน้าที่จะต้องทำเป็นทุกปี อย่างการ “เสียภาษี” ก็ใกล้เข้ามาเรื่อย และอีกสิ่งที่มักจะมีตามมาอยู่ตลอด นั่นก็คือ การหาข้อมูลในเรื่องของ “การลดหย่อนภาษี”

คำๆ นี้ ShopBack เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันดี เพราะว่าวิธีใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนั้นมีมากมายเต็มไปหมด ทั้งที่ ShopBack เองก็เคยกล่าวถึงอย่าง “แคมเปญเที่ยวลดหย่อนภาษีของ ททท.” รวมถึงค่าลดหย่อนอื่นๆ ทั่วไป เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ค่าลดหย่อนบุตร, ค่าเบี้ยประกันชีวิต, ค่าเบี้ยประกันสังคม, ค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอีกหนึ่งวิธี 2 in 1 ที่จะทำให้คุณได้ทั้งสิทธิลดหย่อนภาษีและการออมเงินไปในตัวอย่างการซื้อกองทุนรวมค่ะ

ShopBack Tips : เริ่มปฏิบัติการเที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษีได้แล้ววันนี้ที่ นกแอร์ ได้ทั้งที่พักพร้อมตั๋วเครื่องบิน บินไปเที่ยวชิวๆได้ลดหย่อนภาษี แถมยังได้เงินคืนจาก ShopBack อีกถึง 6% อีกด้วย
  • กองทุนรวมคืออะไร…?

ลดหย่อนภาษี กองทุนรวมคืออะไร

ก่อนที่จะข้ามไปถึงเรื่องของ “กองทุนรวมลดหย่อนภาษี” ShopBack ขออธิบายให้คนที่ยังไม่รู้ ได้รู้จักคำว่า “กองทุนรวม” กันแบบสั้นๆก่อน โดย “กองทุนรวม” ก็คือ ลักษณะของการระดมเงินทุนจากนักลงทุนหลายๆ รายมารวมกันให้เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ ที่มีการบริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งจะเป็นผู้ทำหน้าที่ระดมเงินทุนดังกล่าว และนำเงินในกองทุนนั้นๆไปลงทุนตามนโยบายตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน เช่น ลงทุนในหุ้นไทย, ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ, ลงทุนในตราสารหนี้, ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

เมื่อ บลจ. นำเงินไปบริหารตามนโยบายการลงทุนแล้วเกิดผลตอบแทนขึ้น บลจ. ก็จะจัดสรรผลตอบแทนนั้นให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามจำนวนหน่วยที่มีอยู่ กลายมาเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนนั่นเองค่ะ

  • ซื้อกองทุนรวมแล้วสามารถลดหย่อนภาษีได้ จริงหรือ…?

ลดหย่อนภาษี กองทุน LTF ลดหย่อนภาษีได้จริงหรอ

จริงค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกกองนะ อย่าเข้าใจผิด! อย่างที่ ShopBack ได้อธิบายไปแล้วว่ากองทุนรวมคืออะไร ในส่วนของกองทุนที่ซื้อแล้วลดหย่อนภาษีได้นั้น เค้าจะมีประเภทชัดเจน คือ กองทุน LTF และ RMF เท่านั้น ไม่ใช่ทุกกองจะซื้อแล้วลดหย่อนได้หมด

LTF

คำว่า LTF ย่อมาจาก “Long Term Equity Fund หรือ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” ซึ่งหมายถึงกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก (ไม่ต่ำกว่า 65% ของมูลค่าเงินลงทุน) เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการลงทุนในหุ้นระยะยาวและที่สำคัญคือ สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย โดยสามารถใช้ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท

อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องถือหน่วยลงทุนเอาไว้อย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน (ถ้าขายหน่วยลงทุนคืนก่อนกำหนด จะต้องเสียภาษีย้อนหลัง)

RMF

ส่วน RMF นั้นก็เป็นตัวย่อของคำว่า “Retirement Mutual Fund หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” โดยคำว่า “การเลี้ยงชีพ” นี้มีความหมายถึง “การเกษียณ” กองทุนประเภทนี้จึงไม่จำกัดรูปแบบการลงทุนเฉพาะในหุ้นเท่านั้น สามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย ทั้งในหุ้น, ตราสารหนี้, ทองคำ หรือน้ำมัน เป็นต้น

ทั้งนี้ การซื้อกองทุน RTF ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขว่า เมื่อนำยอดซื้อกองทุน RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันบำนาญ มารวมกันแล้ว จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ และในการขายหน่วยลงทุนคืน จะทำได้ต่อเมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปี แล้วเท่านั้น (หากมีการขายก่อน จะต้องเสียค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด)

  • นโยบายเพื่อการออมเงินระยะยาว

ลดหย่อนภาษี ออมเงินระยะยาว

ในทางปฏิบัติแล้ว สิ่งที่ทำให้คนไทยชื่นชอบกองทุนรวม 2 ประเภทนี้มากๆ ก็เพราะสิทธิในการลดหย่อนภาษีนี่ล่ะค่ะ แต่จริงๆ แล้ววัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน LTF และ RMF นั้นก็เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดทุน ผ่านการเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนเข้าลงทุนในตลาดหุ้น และเพื่อใช้การลงทุนดังกล่าวมาเป็นกุศโลบายในการออมเงินของคนไทยเตรียมพร้อมรับวัยเกษียณ โดยนำสิทธิลดหย่อนภาษีมาเป็นเครื่องมือจูงใจ

เพราะฉะนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าการลงทุนในกองทุนรวม LTF/RMF นั้นเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ที่คนไทยหลายคนยังมองข้าม บางคนพอซื้อ LTF ครบ 7 ปีแล้วก็รีบขายทั้งๆที่จริงๆแล้วดอกผลที่เกิดจากการลงทุนนั้นก็งอดเงยขึ้นทุกๆวัน หรือบางคนเลือกซื้อแต่กอง LTF ไม่สนใจกอง RMF เพราะเห็นว่ากว่าจะขายคืนได้ต้องรอไปจนถึงอายุ 55 ปี แต่เอาเข้าจริงแล้ว การที่เราจะมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งเอาไว้ใช้ตอนอายุ 55 นี่มันไม่ดีตรงไหน? มาถึงตรงนี้ ShopBack จึงอยากให้ทุกคนปรับความคิดกันเสียใหม่ ให้คิดว่าที่เราซื้อกองทุนเนี่ยก็เพราะว่าเราต้องการออมเงินระยะยาว เพื่อจะได้มีเงินเก็บเอาไว้ใช้หลังเกษียณ ส่วนค่าลดหย่อนที่ได้มาก็ให้ถือว่าเป็น “กำไรระหว่างทาง” แทน

  • หลักในการเลือกซื้อกองทุน

ลดหย่อนภาษี หลักในการเลือกซื้อกองทุน

เมื่อคิดจะซื้อกองทุนสักกองแล้ว ลำดับต่อมาที่คุณจะต้องทำก็คือ การเลือกกองทุนค่ะ เพราะกองทุนรวมนั้นก็มีอยู่มากมายไม่ต่างจากหุ้นเลยทีเดียว ทั้งยังมีความแตกต่างกันในหลายๆแง่ ทั้งประเภทของสินทรัพย์ที่จะลงทุน, รูปแบบกองทุน, ค่าธรรมเนียมต่างๆ ฯลฯ จะซื้อทั้งทีก็ต้องเลือกให้ดีๆจริงไหม ? และนี่ก็คือ “หลักในการเลือกซื้อกองทุน” ฉบับพื้นฐาน ที่ ShopBack นำมาฝากกันค่ะ

  1. ถามตัวเองก่อน ก่อนที่จะเริ่มอะไรทั้งหมด มีหลายคำถามเลยค่ะที่คุณต้องตอบให้ได้ก่อน เพื่อเอาไว้คัดกรองว่ากองทุนแบบไหนที่คุณควรจะไปลงทุน โดยคำถามหลักๆ ก็เช่น
    • คุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
    • ชอบกลยุทธ์แบบ Passive (กองทุนดัชนี) หรือ Active (กองทุนที่เน้นเอาชนะตลาด)
    • อยากได้เงินปันผล หรือไม่ต้องปันผล
    • อยากลงทุนในหุ้นไทย หรือต่างประเทศ
    • อยากเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก
  2. อ่าน Fund fact sheet เพื่อที่จะได้ทราบแนวคิดการลงทุนของกองทุนเบื้องต้น จะได้ทราบรายละเอียดการลงทุน สินทรัพย์ที่ลงทุน สัดส่วนการลงทุน วิธีการจัดการกองทุน นโยบายปันผล เป็นต้น
  3. หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจ หลักๆ ที่คนมักดูกันก็เช่น ผลตอบแทนย้อนหลัง ความเสี่ยง และค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ ก็เพื่อหากองทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว ไม่ใช่กองที่เปล่งประกายอยู่แป๊บเดียวแล้วดับไป

ShopBack Tips :การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีคำกล่าวในข้างต้น ที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่มีใครรู้แน่นอน 100% หรอกค่ะว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นจะลง กองทุนกองไหนจะทำกำไรได้ดี กองที่กำลังรุ่งมากๆ ในวันนี้ ผ่านไปอีก 10 ปี ก็อาจกลายเป็นกองที่มีผลการดำเนินงานรั้งท้ายตารางก็ได้ เพราะฉะนั้น ก่อนจะลงทุนในกองทุน ต้องศึกษาให้ดีก่อน หนังสือเกี่ยวกับการลงทุนที่ SE-ED เค้ามีเยอะ สั่งซื้อออนไลน์ ส่งตรงถึงหน้าบ้าน พร้อมรับเงินคืนจาก ShopBack ไปเลย
ลดหย่อนภาษี หาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

สำหรับแหล่งในการหาข้อมูลต่างๆทั้งหมดนั้น คุณสามารถสอบถามจาก บลจ. ที่เป็นผู้ออกกองทุนได้เลยหรือไม่ก็ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับกองทุนรวมต่างๆ เช่น Morningstar, Siamchart, Thai Mutual Fund และ AIMC

ซึ่งในส่วนของ Morningstar นั้นต้องบอกว่าเค้าเป็นเว็บไซต์ที่มีการนำเสนอข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้มายาวนานแล้ว ดังนั้น การจัดอันดับกองทุนของที่นี่จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างมั่นใจได้ค่ะ เพราะเค้าคัดมาแล้วจริงๆ วันนี้ ShopBack จึงได้นำข้อมูลกองทุน LTF/RMF ที่ได้รับรางวัล “Morningstar Thailand Fund Awards 2018” และกองทุนติดอันดับผลตอบแทนสูงสุดย้อนหลัง 10 ปี มาฝากกันด้วย โดย ShopBack จะขอแนะนำกันทั้งหมด 5 กองทุนค่ะ เป็น LTF 3 กอง และ RMF 2 กอง ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่สนใจ ดังนี้

กองทุนแนะนำความน่าสนใจ
กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ไลฟ์ หุ้นระยะยาว (CIMB-PRINCIPAL LTF)กองทุนรวม LTF ที่ได้รับรางวัล Morningstar Thailand Fund Awards 2018 ในหมวด LTF เน้นลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี
กองทุนเปิดภัทร หุ้นระยะยาวปันผล (PHATRA LTFD)กองทุนรวม LTF ที่มีผลงานดีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ติดอันดับ Top 10 ทำกำไรสูงสุดทั้ง 3 ปี 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลัง เน้นลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล
กองทุนเปิด ยูโอบี หุ้นระยะยาว (UOBLTF)กองทุนรวม LTF ที่มีผลงานดีพอๆ กับ PHATRA LTFD เลยทีเดียว ด้วยผลการดำเนินงานระดับ Top 10 ทำกำไรสูงสุดทั้ง 3 ปี 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลัง เน้นลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active
กองทุนเปิดกรุงศรีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFEQRMF)กองทุนรวม RMF ที่ได้รับรางวัล Morningstar Thailand Fund Awards 2018 ในหมวด RMF (ประเภทตราสารทุน) เน้นลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูงหรือมีปัจจัยพื้นฐานดี
กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-NFRMF)กองทุนรวม RMF ที่ได้รับรางวัล Morningstar Thailand Fund Awards 2018 ในหมวด RMF (ประเภทตราสารหนี้) เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือตราสารทางการเงินต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชน กองทุนประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ
 

ShopBack Tips : อยู่ที่ไหนก็ลงทุนได้ แค่มีเน็ตที่เร็ว แรง สะใจ กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตจอใหญ่ๆ ก็พอ ห้ามขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลยนะ ถ้ายังไม่พร้อมก็ให้ไปที่ AIS Online Store ซื้อสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตพ่วงแพคเกจตามเงื่อนไข ได้ส่วนลดค่าเครื่องก็ว่าคุ้มแล้ว แต่คุณยังคุ้มได้อีกด้วยเงินคืนจาก ShopBack จัดไปค่า!

?สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

?พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

?ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ 

Facebook Comments