อากาศประเทศไทยร้อนขึ้นทุกวัน ทำให้บ้าน หรือ ห้องพักเรา ก็ยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนหลายๆ คนต้องหาวิธีคลายร้อนให้กับบ้าน วิธีที่ง่ายที่สุดคงจะเป็นวิธีติดตั้งเครื่องปรับอากาศ หรือใครที่มีมีแอร์อยู่แล้วก็คงต้องเร่งความเย็นของเครื่องปรับอากาศกันไป เพื่อให้บ้านเย็นสบายดังใจอยาก แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ รายจ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นด้วย วันนี้ ShopBack Blog จึงขอเสนอ 8 วิธีคลายร้อนในห้องที่จะช่วยทำให้บ้าน หรือ ห้องของคุณเย็นขึ้น รับรองว่าแต่ละวิธี ทำได้ง่ายๆ ทุกบ้านสามารถทำได้ และเห็นผลลัพธ์จริง แถมประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

วิธีคลายร้อนในห้องแบบไม่ต้องพึ่งแอร์

1. เลือกติดม่านกันแสงแดดในห้อง

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

มาที่วิธีคลายร้อนในห้อง เลือกใช้ผ้าม่านกันแสง(Blackout) หรือ ผ้าม่านลดแสงยูวี เป็นผ้าม่านที่จะทอด้วยด้ายสีดำตรงกลาง หรือบางชนิดจะเคลือบโฟมไว้ด้านหลัง ซึ่งจะดูดความร้อนเอาไว้ ไม่ให้แสงแดดผ่านเข้ามามากเกินไป โดยม่านชนิดนี้จะช่วยลดแสงแดดที่เข้ามาในตัวบ้าน จาก 100% เหลือแค่ 10-20% เท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดอุณภูมิลงไปได้ถึง 3-4 องศาเลยทีเดียว และยังดูดรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง นั่นก็คือ รังสี UVA และ UVB นั่นเองค่ะ แต่หากใครยังอยากได้แสงแดดอยู่บ้าง แนะนำให้ติดผ้าม่าน 2 ชั้น คือแบบโปร่งแสง และ แบบทึบ เวลาที่เราอยากรับแสง ก็เพียงเปิดม่านทึบออกให้เหลือม่านโปร่งแสงก็ได้ค่ะ 

2. ระบายอากาศในห้องน้ำ

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

ความชื้นภายในห้องตอนช่วงเช้าก็เย็นดี แต่พอบ่ายคล้อย ไอน้ำตัวดีจะแปรเปลี่ยนห้องเราให้เป็นนรกได้เลยค่ะ เพราะ หากห้องของเรามีไอน้ำเยอะเกินไป หรือ มีค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงจะทำให้เหงื่อของเราไม่สามารถระบายออกจากผิวหนังได้ดี ทำให้เรารู้สึกร้อน เหนียวเหนอะหนะและไม่สบายตัว และแหล่งความชื้นในบ้านก็ไม่ใช่อื่นไกล นั่นคือห้องน้ำของเรานั่นเอง ยิ่งใครที่อยู่หอพัก หรือ คอนโดที่มีห้องน้ำติดห้องนอนก็ยิ่งได้รับความชื้นแบบโดยตรงเลย แนะนำให้ติดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำ หรือ หากมีหน้าต่างในห้องน้ำก็เปิดทิ้งไว้เพื่อระบายความร้อนในบ้านนะคะ 

3. ใช้หลอดไฟ LED และเปิดไฟเท่าที่จำเป็น

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

การเปิดไฟเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บ้านร้อน ยิ่งถ้าเป็นหลอดไฟแบบเก่าจะมีค่าการปล่อยความร้อนออกมาค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ใช้หลอดไฟ LED ใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไฟธรรมดาถึง 90% ปล่อยความร้อนมาน้อยมากและมีอายุการใช้งานที่นานกว่าด้วย นอกจากนี้ช่วงเวลากลางวันส่วนใหญ่เราจะได้รับแสงแดดอยู่แล้ว ถ้าไม่จำเป็นก็ลองปิดไฟดู รับรองห้องจะเย็นขึ้นทันตาเลยค่ะ 

ShopBack Tips : การจัดไฟ ถือเป็นหนึ่งในการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ เพราะหากไฟในบ้านสว่างพอเหมาะจะทำให้บ้านดูสดใส และส่งผลต่ออารมณ์ของเราได้ด้วยค่ะ จากการวิจัยพบว่า แสงแดด หรือ แสงที่ใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติจะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ ใครอยากหาซื้อไฟที่ปล่อยความร้อนน้อยๆ ดีไซน์สวยๆ สามารถหาซื้อได้ที่ Central Online ยิ่งช้อปผ่าน ShopBack ยิ่งคุ้มเพราะได้เงินคืนด้วย

ช้อป Central Online ผ่าน ShopBack คลิก!

4. เปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่าน

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

ช่วงหน้าร้อน อุณหภูมิในตอนกลางวันจะสูงมาก แต่อุณหภูมิจะเริ่มเย็นลงในช่วงกลางคืน และในช่วงเวลานี้จะเริ่มมีลมเย็น แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่างรับลมสักชั่วโมงสองชั่วโมง ปล่อยให้ลมเย็นพัดเข้ามาในห้อง เพื่อระบายความร้อนในบ้านที่เก็บสะสมมาตลอดทั้งวัน  หากใครมีบ้านสองชั้น หรือ มีหน้าต่างด้านบน ลองใช้วิธีคลายร้อนในห้องแบบนี้ดูสิคะ เปิดหน้าต่างชั้นบนและชั้นล่างทิ้งไว้ จะช่วยให้เกิดการไหลของอากาศได้ทั่วทั้งบ้าน ช่วยพัดเอาความชื้นออกไปอีกด้วยค่ะ 

ShopBack Tips : ใครที่ปลูกบ้านชั้นเดียว อาจจะโชคดีที่ตรงที่อยู่ใกล้พื้นดิน ทำให้บ้านเย็นกว่าส่วนบนของบ้านที่มีสองชั้น แต่ก็อย่าประมาท เพราะความร้อนสามารถเข้ามาได้จากหลังคา หรือ หน้าต่างได้เช่นกัน ควรเลือกของตกแต่งบ้านชั้นเดียว เช่น ผ้าม่าน ที่ช่วยกันร้อนได้ หรือ พัดลมเพดานที่ช่วยระบายความร้อน เลือกซื้อผ้าม่านสวยๆ กันร้อนได้ดีที่ Robinson อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนด้วยนะ

ช้อป Robinson ผ่าน ShopBack คลิก!

5. หลีกเลี่ยงการใช้พรม, ขนสัตว์ หรือ ของตกแต่งบ้านสีทึบ

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

แน่นนอนว่าการตกแต่งบ้านด้วยพรมหรือขนสัตว์ จะช่วยเสริมบ้านให้ดูน่าอยู่และหรูหราขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพรมและขนสัตว์เป็นตัวกักเก็บความร้อนอย่างดี นั่นคือสาเหตุว่าทำไมบ้านในประเทศที่มีอากาศหนาว ถึงชอบมีพรมและขนสัตว์ประดับไว้มากมาย แต่ประเทศหน้าร้อนแบบเรา จึงควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก ถ้ามีก็ควรนำออกมาใช้ในหน้าหนาวเท่านั้น หรือ หากในห้องทาสีทึบ ตู้เตียงเป็นสีดำทึบ วัตถุเหล่านั้นจะสามารถกักเก็บความร้อนได้มากกว่าวัตถุสีอ่อน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงของตกแต่งบ้านที่มีสีเข้มก็เป็นวิธีคลายร้อนในห้องอีกแบบค่ะ 

6. ปลูกต้นไม้รอบๆ บ้าน

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

เป็นวิธีคลายร้อนในห้องสุดคลาสสิคที่เชื่อว่าหลายคนก็คงทราบกันดี แต่อาจจะมองข้ามกันไป รู้หรือไม่คะ ว่าต้นไม้นอกจากจะช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และดูดซับสารพิษแล้ว ยังช่วยเป็นตัวบังแดดให้กับเราอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยคายไอน้ำซึ่งทำให้บริกาศรอบๆ บ้าน เมื่อลมพัดผ่านต้นไม้ ตัวไอน้ำที่ต้นไม้คายออกมาจะช่วยลดความร้อนของอากาศก่อนเข้าสู่บ้านเรานั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์มากๆ แถวยังช่วยโลกอีกด้วย

ShopBack Tips : นอกจากต้นไม้ที่ปลูกรอบบ้านแล้ว ลองหาดอกไม้ตกแต่งบ้านหรือเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มาปลูกไม้รอบๆ บ้าน โดยเฉพาะดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็น จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และคลายร้อนได้อีกด้วยค่ะ หาซื้อเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ หรือ ดอกไม้ตกแต่งบ้านได้ที่ AliExpress อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนนะคะ

ช้อป AliExpress ผ่าน ShopBack คลิก!

7. ติดสปริงเกอร์บนหลังคาบ้าน

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

ถือว่าเป็นวิธีคลายร้อนในห้องที่ดีมาก ที่หลายบ้านควรทำตาม โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุหลายสิบปี มักจะไม่มีฉนวนความร้อนอยู่ใต้หลังคาบ้าน ทำให้หลังคาบ้านได้รับแสงแดดเต็มๆ และร้อนกว่าบ้านที่มีฉนวนกันความร้อน การติดสปริงเกอร์ที่ใช้รดน้ำต้นไม้หรือสนามหญ้า ขึ้นไปติดบนหลังคาบ้าน แล้วเปิดในช่วงกลางวันที่แดดร้อนมากๆ น้ำจะช่วยดูดซับความร้อนที่สะสมออกจากหลังคาบ้าน การเติมน้ำให้กับหลังคาจะเป็นการระบายความร้อน ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 5-10 องศาเลยทีเดียว นอกจากนี้น้ำที่ไหลลงมาจากหลังคา จะไหลลงมารอบๆตัวบ้าน ทำให้ดินคลายความร้อน ช่วยให้อากาศรอบๆบ้านเย็นขึ้นอีกด้วย แค่ใช้สปริงเกอร์ประมาณ 2 ตัว ก็น่าจะเอาอยู่แล้ว ยังสามารถติดตั้งเองได้ผ่านระบบประปา โดยไม่ต้องเสียเงินในการจ้างคน 

8. เปลี่ยนผ้าปูที่นอน

วิธีคลายร้อนในห้อง, ระบายความร้อนในบ้าน

ใครร้อน นอนไม่หลับ เปิดแอร์เปิดพัดลมระบายความร้อนในบ้านก็แล้ว ก็ยังไม่ดีขึ้น นอนทีเหงื่อออกท่วมหลัง อาจจะเกิดจากผ้าปูที่นอนของคุณหรือเปล่า เพราะใยผ้าบางชนิดนั้นอาจจะไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี พอช่วงตอนกลางวันที่บ้านร้อน ตัวผ้าจะดูดซับความร้อนและไม่สามารถระบายออกไปได้ แนะนำให้เลือกผ้าปูที่ทำจากผ้าฝ้ายที่นอกจากเนื้อผ้าจะนิ่มทุกสัมผัส ยังมีคุณสัมบัติในการระบายความร้อนได้ดีอีกด้วยค่ะ 

 

ที่มาอ้างอิง : huffpost.com, mentalfloss.com, physics.stackexchange.com

 

Facebook Comments