นาทีนี้ต้องแนะนำ หนังเอาตัวรอดสุดระทึกที่สร้างจากเรื่องจริง…

เรื่องราวของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายซึ่งเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และการดำเนินการต่างๆ ของทีมช่วยเหลือทั้งที่เป็นชาวไทยเอง และจากนานาประเทศ ชาวนาที่ยอมให้ปล่อยน้ำเข้าสู่นาของตัวเอง ทีมเก็บรังนกที่โรยตัวลงไปในโพรงถ้ำ และอดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตในถ้ำหลวง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เราชาวไทยที่ให้ความสนอกสนใจ แต่ก็ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมไปยังต่างประเทศด้วย

ล่าสุดนี้ เพียวฟลิกซ์ (Pure Flix) และ ไอแวนโฮ พิคเจอร์ส (Ivanhoe Pictures) บริษัทผลิตภาพยนตร์สัญชาติอเมริกา ได้ประกาศว่าจะจับเอาพล็อตเรื่องของทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ระดับฮอลลีวู้ด แถมงานนี้ “ไมเคิล สก็อตต์” และ “อดัม สมิธ” สองโปรดิวเซอร์จากทาง Pure Flix ถึงขนาดลงทุนลงแรงเดินทางลงพื้นที่มายังถ้ำหลวง เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการทำภาพยนตร์ด้วยตัวเองเลยทีเดียว

หนังเอาตัวรอด ติดถ้ำ
Image Credit : imdb.com

แต่ก่อนที่เราจะได้เห็น 13 หมูป่า ลงจอเงินกันจริงๆ ShopBack ของพาทุกคนมาย้อนรอยตามดู 6 เรื่องราว “หนังเอาตัวรอด” ที่สร้างมาจากชีวิตจริง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ เพราะเหตุการณ์เสี่ยงตาย สุดระทึก นาทีต่อนาทีแบบนี้ เคยเกิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนจากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งการเอาตัวเองเข้าไปยังสภาวะเสี่ยงเหล่านั้นเอง มาสัมผัสประสบการณ์สุดระทึกที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเจอ แต่เมื่อต้องประสบจริงๆ พวกเค้าจะเอาชีวิตรอดกันยังไง ตามมาดูค่ะ

  • Sanctum (2011)

หนังเอาตัวรอด Sanctum (2011)
Image Credit : imdb.com

พูดถึงเหตุการณ์ของ 13 หมูป่าแล้ว จะนึกถึงหนังเอาตัวรอดเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากหนังติดถ้ำเรื่องนี้ค่ะ Sanctum ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ “แอนดริว ไวท์” กับทีมงานอีก 14 คน ทีมนักประดาน้ำที่เข้าไปสำรวจถ้ำแห่งหนึ่งในประเทศปาปัวนิวกินี และไปติดพายุอยู่ในถ้ำใต้น้ำเป็นระยะเวลากว่าสองวัน ก่อนที่จะมีคนมาช่วยเหลือ เรื่องราวใกล้เคียงกันมากๆ ทั้งส่วนของสถานที่ และจำนวนผู้ประสบเหตุ

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวในหนังนั้นถูกปรับเปลี่ยนให้ต้องลุ้นระทึกเข้าไปอีก เพราะแทนที่จะมีคนมาช่วยเหลือ พวกเขากลับต้องหาทางเอาตัวรอดกันเอง ด้วยพายุฝนที่โหมกระหน่ำนั้นทำให้ระดับน้ำในถ้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ทางออก (ซึ่งเป็นทางเดียวกับทางเข้า) ถูกปิดตายลงไป บอกเลยว่าเต็มอรรถรสแน่นอนสำหรับการผจญภัยไปในใต้น้ำ ที่มีทั้งความงามและความลึกลับน่ากลัว ตลอดจนบรรยากาศความกดดันกับสภาวะใต้น้ำ ไหนจะความกดดันภายในจิตใจของการดิ้นรนเอาตัวรอดและหาทางออกไปให้ได้!

ShopBack Tips : ดูหนังออนไลน์ ดูซีรีส์ออนไลน์ ถูกลิขสิทธิ์ สุดคุ้มกับแพคประหยัดรายวันจาก DOONEE แค่วันละ 9 บาท ก็จัดเต็มความบันเทิงแบบมาราธอน และทุกยอดค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะกี่บาท คุณก็จะได้รับเงินคืนจาก ShopBack อีกด้วยค่ะ ถูกขนาดนี้มีที่เดียวที่ DOONEE
  • Everest (2015)

หนังเอาตัวรอด Everest (2015)
Image Credit : imdb.com

วินาทีชีวิตบน จุดสูงสุดของโลกเรื่องราวจากเหตุการณ์จริงในปี 1996 (เหตุการณ์ 1996 Mount Everest disaster) เมื่อสองกลุ่มนักปีนเขาที่กำลังเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่าง “เอเวอเรสต์” ต้องเจอกับพายุหิมะครั้งร้ายแรงที่สุด

สำหรับคนไทยอย่างเรา แค่พิชิตดอยต่างๆในประเทศก็ว่าเหนื่อยแล้ว แต่การจะพิชิตเอเวอเรสต์ได้นั้น บอกเลยว่าหนักกว่ามาก เพราะร่างกายของมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ชีวิตอยู่บนระดับความสูงกว่า 2 หมื่นฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ที่อุณหภูมิติดลบถึง 40 องศาเซลเซียส ออกซิเจนแทบไม่มี ทุกก้าวที่เดินจึงเป็นเหมือนการย่างกรายเข้าสู่ความตายอย่างช้าๆ เมื่อพิชิตยอดเอเวอเรสต์สำเร็จแล้ว ก็ต้องรีบพาตัวเองกลับลงมาให้ได้ก่อนที่จะตาย แต่แล้วก็ดันมาเกิดพายุหิมะเข้าอีก เรื่องจริงในครั้งนี้นับว่าเป็นการปีนเขาที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเอเวอร์เรสต์เลยทีเดียวค่ะ

  • Alive (1993)

หนังเอาตัวรอด Alive (1993)
Image Credit : imdb.com

หนังสร้างจากเรื่องจริงของอันสุดแสนจะทรหดของเหตุการณ์เครื่องบินสัญชาติอุรุกวัยตกบนเทือกเขาแอนดีส เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1972 มีผู้รอดชีวิตเพียง 16 คน จากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 45 คน แต่แค่รอดจากเครื่องบินตกก็ใช่ว่าจะรอดตาย ช่วงเวลา 2 เดือนแห่งการเอาชีวิตรอดที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ ทั้งสภาพอากาศอันหนาวเหน็บที่อุณหภูมิติดลบ 30-40 องศาเซลเซียส ทั้งหิมะบนภูเขาที่หนากว่า 15 เมตร ซ้ำร้ายยังไม่มีทั้งน้ำ อาหาร หรือเครื่องมือปฐมพยาบาลอื่นใด

เรื่องราวโดยภาพรวมนั้นอาจดูไม่ต่างจากหนังเอาตัวรอดทั่วไป แต่ลงลึกไปในรายละเอียดต้องบอกว่าสะเทือนอารมณ์สุดๆค่ะ โดยเฉพาะการถกเถียงกันว่า ควรจะกินซากศพคนที่ตายไปแล้วเพื่อเอาชีวิตรอดหรือไม่? บอกเลยว่าไม่มีคำว่า “อี๋” แบบในหนังผีแน่นอนค่ะ มันมีแต่ความบีบคั้นหัวใจขั้นสุดจริงๆ

ShopBack Tips : ให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นไปด้วยความอุ่นใจ ก่อนการเดินทางทุกครั้งเลือกทำประกันกับ MSIG คุ้มครองผลประโยชน์ถึงหลักล้าน ด้วยการจ่ายแค่หลักร้อย แถมยังประหยัดได้อีกจากทั้งส่วนลดและเงินคืนที่ ShopBack มอบให้คุณ เที่ยวแบบอุ่นใจในราคาที่ประหยัดมากขึ้น ต้องที่ MSIG เท่านั้นค่ะ
  • Apollo 13 (1995)

หนังเอาตัวรอด Apollo 13 (1995)
Image Credit : imdb.com

อย่าสับสนกับชื่อของยาน Apollo 11 นะคะ เพราะนี่คือ Apollo 13 โครงการต่อเนื่องจากความสำเร็จของ Apollo 11 การส่งมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ทว่ามันกลับล้มเหลวเนื่องจากความผิดพลาดของตัวยาน ทำให้ลงจอดยังดวงจันทร์ไม่ได้ จึงต้องหาทางกลับโลก ซึ่งก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกัน หากแต่ภายใต้ข้อจำกัดอีกมากมาย เพราะอย่าลืมว่า นี่มันในอวกาศ! ทุกปัญหาที่เกิดล้วนแล้วแต่เคร่งเครียด ดังนั้น ในการแก้ไขแต่ละสถานการณ์ให้ผ่านพ้นได้จึงต้องอาศัยความรู้ความสามารถและทักษะการเอาตัวรอดอันดีเยี่ยมมากมาย แถมทั้งหมดนี้ยังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆอีกด้วย ได้ดูแล้วจะทึ่งในความสามารถและการทำงานรวมกันเป็นทีมของชาว NASA ในปี 1970 เรียกว่าเก๋ามาตั้งแต่รุ่นปู่จริงๆ ค่ะ

  • The Way Back (2010)

หนังเอาตัวรอด The Way Back (2010)
Image Credit : imdb.com

หนังเอาชีวิตรอดที่ได้รับรับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของ Slavomir Rawicz นายทหารยศร้อยโทของกองทัพโปแลนด์ และกลุ่มเชลยศึกที่หนีออกจากค่ายกักกันในไซบีเรีย คุกอันโหดร้ายที่มีปราการธรรมชาติเป็นดินแดนน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ พวกเขาตัดสินใจเดินทางด้วยเท้าไกลกว่า 4,000 ไมล์ (ประมาณ 6,400 กิโลเมตร) เพื่อมุ่งสู่อิสรภาพ กับหนทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายที่รออยู่ ทั้งแดดร้อนระอุตอนกลางวัน อากาศที่หนาวเหน็บตอนกลางคืน น้ำและอาหารที่ไม่เพียงพอ รวมถึงภัยจากยุงกระหายเลือดฝูงใหญ่ ฝ่าดงหิมะไปได้ ก็ต้องไปพบเจอกับทะเลทรายที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาต่อ แถมยังต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากในตอนแรกเชลยกลุ่มนี้ต้องการจะหนีไปยังเมืองจีน แต่เมื่อไปถึงก็ได้พบว่า จีนนั้นได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับรัสเซียไปด้วย เมื่อไม่มีทางเลือกก็คงต้องเดินต่อไป โดยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปยัง “ประเทศอินเดีย” ประเทศที่จะไปให้ถึงได้ก็ต้องข้ามผ่านเทือกเขาหิมาลัย!!

  • 127 hours (2010)

หนังเอาตัวรอด 127 hours (2010)
Image Credit : imdb.com

ปิดท้ายด้วยหนังเอาตัวรอดที่โด่งดังสุดๆ ทุกสำนักเป็นต้องแนะนำเรื่องนี้กับ 127 hours หนังสร้างจากเรื่องจริงของพ่อหนุ่มนักปีนเขาวัย 26 ปี อารอน แรลส์ตัน (Aron Ralston) เมื่อครั้งที่เขาต้องประสบอุบัติเหตุจนแขนติดอยู่ในซอกหิน ที่อยู่ลึกลงไปในร่องของผาหินแคบที่ บลู จอห์น แคนยอน ในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เขาไม่มีอุปกรณ์สื่อสาร แล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเขามาที่นี่ เมื่อหวังพึ่งใครไม่ได้นอกจากตัวเอง อารอน จึงตัดสินใจเอาตัวรอดด้วยวิธีการอันสุดโหด เขาตัดสินใจ “ตัดแขนตัวเอง” และเดินหน้าลุย ต่อสู้กับผาสูงสุดทรหด 65 ฟุต และระยะทางกว่า 8 ไมล์ เพื่อเอาชีวิตรอด และท้งหมดนี้ก็คือ 127 ชั่วโมง อันยาวนานที่สุดในชีวิตของเขา

ShopBack Tips : ดูแล้ว คิดได้อย่างเดียวเลยว่า “ไปไหนต้องบอกคนอื่น” อย่างน้อยๆ ก็พ่อแม่พี่น้องหรือเพื่อนๆ และถ้าจะให้ดี อย่าตัดขาดจากการสื่อสารโดดเด็ดขาด ShopBack ขอแนะนำเครือข่ายมือถือคุณภาพ ที่สัญญาณครอบคลุมที่สุด เน็ตแรงที่สุด อย่าง AIS อุ่นใจทุกที่ทั่วไทย และทั่วโลก สมัครบริการวันนี้รับเงินคืนจาก ShopBack ให้ประหยัดได้มากกว่า คลิกเลยที่ AIS Online Store
6 หนังเอาตัวรอดที่สร้างจากเรื่องจริงในข้างต้นนี้ คงเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของเรื่องราวทั้งหมดที่ใครสักคนในหลายๆ มุมของโลกต้องเผชิญจริงๆ กับความโชคร้ายที่คงไม่มีใครอยากประสบ นอกจากความสนุกสนานและความบันเทิงที่จะได้รับแล้ว ShopBack ก็หวังว่าทุกคนคงจะได้เรียนรู้หลายๆ สิ่งจากในหนัง อย่างน้อยๆ ก็ขอให้เรื่องราวเหล่านี้คอยเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า “จงใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท”

?สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

?พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

? ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments