ความสวยงามของหน้าร้อนเป็นยังไง…ตามมาเที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อนกัน ! 

สวัสดีค่า ShopBack ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่คอลัมน์รีวิวจาก Guest ไหนๆก็เข้าใกล้ฤดูร้อนของญี่ปุ่นมากขึ้นไปทุกที เราเลยคิดว่าอยากจะแนะนำที่เที่ยวญี่ปุ่หน้าร้อนสำหรับใครที่จองตั๋วไปญี่ปุ่นในช่วงนี้สักหน่อย บอกเลยว่าญี่ปุ่นสวยงามและเที่ยวได้ทุกฤดูจริงๆ อย่างเช่น ฤดูร้อนที่ว่ากันว่าร้อนมากๆ (ความจริงก็ร้อนจริงๆนั่นแหละ) แต่บอกเลยว่า หากคุณได้มาเที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อนในฮอกไกโด รับรองว่านอกจากจะประทับใจกับสภาพอากาศแล้ว ยังประทับใจกับดอกไม้นานาสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลาเวนเดอร์สีม่วงสวยเวอร์ที่เป็นไฮไลท์ของฮอกไกโดหน้าร้อนอีกด้วย สำหรับเรื่องดีๆและภาพสวยๆในวันนี้ เราได้คุณ The Cloud จาก pantip มาถ่ายทอดประสบการณ์ได้ทุกคนได้ตามไปเที่ยวกันค่ะ บอกเลยว่า ทั้งข้อมูลและภาพเนี่ยเป๊ะ ปัง ลืมร้อนไปเลย ไม่เชื่อ ลองตามมาอ่านกันค่ะ 🙂

——————————————————————

สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็เข้า Summer หรือฤดูร้อนที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วนะครับ หลายๆคนคงหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อนเพราะไปเที่ยวก็จะเจอแต่อากาศร้อนๆ เที่ยวไม่สนุก แต่สำหรับผมในช่วง Summer แบบนี้ที่ญี่ปุ่นมีความน่าสนใจที่เทศกาลดอกไม้ไฟ เทศกาลพื้นเมือง และบรรดาทุ่งดอกไม้ตามที่ต่างๆครับ สำหรับทริปนี้ผมตั้งใจไปชมทุ่งดอกไม้ที่ฮอกไกโดเป็นหลักครับ โดยผมไปในช่วงกลางๆเดือนกรกฎาคมในปีที่ผ่านมา ซึ่งผมคาดว่าเป็นช่วงที่ทุ่งดอกไม้ที่ฮอกไกโดน่าจะบานสะพรั่งสวยงามที่สุดแล้วครับ

รีวิวนี้ผมขอเน้นไปที่สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆในทริปไปเลยนะครับ เผื่อใครกำลังจะไปในปีนี้หรือปีต่อๆ ไปพอจะได้ไอเดียในการท่องเที่ยวไปบ้างครับ แต่จุดดังๆคงไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมาก เพราะเชื่อว่าน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ลาเวนเดอร์

  • Okama Crater ปากปล่องภูเขาไฟกับทะเลสาบสีเทอควอยส์

วันแรกหลังจากการเดินทางมาถึงเมือง Tokyo เมื่อคืนนี้ คือการเดินทางขึ้นเหนือไปยังจุดหมายแรกคือ การไปชมวิวปากปล่องภูเขาไฟโอคามะ (Okama Crater) ครับ Okama Crater อยู่บนภูเขา Zao ที่มีความสูงถึง 1,841 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างภูมิภาค Yamagata กับ Miyagi สามารถชมได้ทุกฤดู ยกเว้นในช่วงฤดูหนาวที่หิมะหนาไม่สามารถเข้าถึงได้เท่านั้น โดยการเข้าชม Okama Crater นั้น นิยมไปชมที่ยอดเขา Kattadake ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูเขา Zao ที่มีความสูง 1,758 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่สามารถไปชมปากปล่องภูเขาไฟ Okama ได้สะดวกที่สุดแล้วครับ

ผมเดินทางออกจาก Tokyo มาถึง Yamagata เกือบๆเที่ยง ซึ่งผมจะพักที่ Yamagata นี้ 1 คืนด้วยครับ หลังจากฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมกับทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปยัง Okama Crater กันซะที ซึ่งการเดินทางนั้นง่ายมากๆ ตามนี้เลยครับ

1. จากสถานี Yamagata นั่งรถไฟท้องถิ่นสาย JR Ou Line ไปลงที่สถานี Kaminoyama-Onsen ซึ่งใช้เวลาแค่ 12 นาทีเท่านั้นครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน สถานี Kaminoyama-Onsen

2. เมื่อมาถึงสถานี Kaminoyama-Onsen ให้เดินออกมาหน้าสถานีจะเจอป้ายรถ Green Echo Shuttle Bus (บริเวณที่มีคนยืนรอนั่นล่ะครับ)

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ป้ายรถ Green Echo Shuttle Bus

3. นั่ง Green Echo Shuttle Bus ฟรี ไปลงที่ป้าย Kattadake Peak ซึ่งเป็นป้ายสุดท้ายได้เลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางจะมีจอดพักที่จุดนึง โดยคนขับจะจอดแล้วลงจากรถไปเลย ไม่ต้องตกใจนะครับ เราสามารถลงไปเข้าห้องน้ำ ซื้อขนม หรือของที่ระลึกก่อนได้ ประมาณ 15 นาทีก็ได้เวลาเดินทางต่อครับ (หน้าตาของ Green Echo Shuttle Bus ตรงจุดพักรถกลางทาง)

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Green Echo Shuttle Bus

4. ตรงป้าย Kattadake Peak จะเห็นสถานี Ski Lift ที่จะพาเราขึ้นไปบนยอดเขากัน ซึ่งตรงนี้ต้องจ่ายค่าตั๋วไป-กลับ ในราคา 750 เยน

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน สถานี Ski Lift

5. เมื่อนั่ง Ski Lift ขึ้นมาแล้ว สามารถเดินชมวิว Okama Crater ได้เลยครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Ski Lift

*** ดูเวลารอบ Green Echo Shuttle Bus ขากลับไว้ แล้วเผื่อเวลาลงมาให้ทันด้วยนะครับ ***

Okama Crater เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่มีทะเลสาบสีเทอควอยส์สวยงามในวันที่แดดแรง แต่วันที่ผมไปอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนมากๆ ซึ่งได้บรรยากาศอีกแบบนึงที่มีหมอกลอยๆ อากาศเย็นๆดีครับ เมื่อขึ้นมาจาก Ski Lift แล้วจะเห็นทางเดินแยกเป็นทางซ้ายและขวา ซึ่งหากต้องการไปชม Okama Crater แบบใกล้ชิด ให้เดินเลี้ยวไปทางซ้ายก่อนนะครับ ส่วนทางขวานั้นจะเป็นทางเดินไปยังศาลเจ้าครับ

มาชมบรรยากาศของ Okama Crater บน Kattadake Peak กันครับ ซึ่งจุดนี้คือเดินเลี้ยวซ้ายมาจะเห็นทะเลสาบที่ปากปล่องภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Okama Crater 1

วันนี้หมอกลงหนักเหมือนกันนะเนี่ย ส่วนทางเดินมาทางศาลเจ้าจะได้มุมมองทะเลสาบที่ปากปล่องภูเขาไฟอีกมุมนึงครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Okama Crater 2

  • ศิลปะบนทุ่งนาที่ไม่ธรรมดาที่ Inakadate Village

วันต่อมาผมเดินทางขึ้นเหนือต่อไปยัง Aomori ครับ ซึ่งกว่าจะมาถึง Aomori ก็เกือบๆ บ่ายโมงของวันแล้วล่ะครับ เหมือนเดิมหลังจากเอากระเป๋าสัมภาระไปฝากไว้ที่โรงแรมและทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในวันนี้กัน

Rice Paddy Art -Inakadate Village คือชื่อของงานสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไปกันวันนี้ครับ ซึ่งสถานที่นี้คืองานศิลปะบนนาข้าวของชาวเมือง ที่เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1993 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน ซึ่งรูปภาพที่เกิดขึ้นบนนาข้าวนั้นเกิดจากการประชุมของชาวเมืองในแต่ละปีว่าในปีนี้จะทำรูปอะไร แล้วนำมาออกแบบคำนวณการวางต้นข้าวด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็เริ่มปลูกข้าวลงบนแปลงนาตามที่ได้ออกแบบเอาไว้ พอต้นข้าวโตได้ระดับเราก็จะสามารถเห็นเป็นรูปภาพศิลปะได้จากมุมสูงครับ

ช่วงเวลาที่สามารถชมได้เค้าระบุว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงตุลาคมของทุกปี ซึ่งผมไปช่วงกลางๆเดือนกรกฎาคมนั้น ทุ่งนากำลังโตได้ที่พอดีเลยล่ะครับ ส่วนสถานที่จัดงานจะแบ่งออกเป็น 2 จุด คือ Inakadate-mura Town Hall และ Yayoi no Sato Observation ซึ่งมีรถ Shuttle Bus ฟรี วิ่งรับส่งระหว่าง 2 จุดนี้ด้วยครับ

การเดินทางไปชม Rice Paddy Art -Inakadate Village จาก Aomori นั้นไม่ยากเลย มาเดินทางกันตามนี้เลยครับ

1. จากสถานี Aomori นั่งรถไฟท้องถิ่นสาย JR Ou Line ไปลงที่สถานี Hirosaki ซึ่งใช้เวลาประมาณ 43 นาทีครับ
2. เดินมองหาป้าย Konan Railway ในสถานี Hirosaki แล้วเดินตามทางไปลงบันไดเลื่อนเลี้ยวขวาก็จะเจอครับ
3. จากสถานี Aomori นั่งรถไฟ Konan Railway ไปยังสถานี Tamboato ใช้เวลาประมาณ 23 นาทีครับ (ใช้ JR Pass ไม่ได้ ต้องจ่าย 430 เยนต่อเที่ยว)
4. เมื่อลงรถไฟมามองไปจะเจอหอคอยชมวิวชื่อ Yayoi no Sato Observation ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นจุดที่ 2 ของงาน Rice Paddy Art -Inakadate Village ครับ
5. การเดินทางไปยัง Inakadate-mura Town Hall ซึ่งเป็นจุดที่ 1 ของงาน สามารถนั่งรถ Shuttle Bus ฟรี ที่วิ่งรับส่งระหว่าง 2 จุดนี้ได้ครับ
*** ผมแนะนำให้มาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ Tamboato เนื่องจากเดินทางสะดวกมากกว่าที่ Inakadate มากๆ ครับ ***

เรามาลงรถไฟที่สถานี Tamboato กันก่อนนะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน สถานี Tamboato

เริ่มต้นจุดแรกที่ Yayoi no Sato Observation Platform รอต่อคิวไม่นานมาก ก็ถึงคิวจ่ายค่าขึ้นชมบนหอคอยได้เลย ซึ่งปีนี้ทำเป็นรูปก็อตซิลล่าน่ารักดีทีเดียวล่ะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Rice Paddy Art -Inakadate Village ก็อตซิลล่า

อีกด้านจะเห็นเป็นการจัดเรียงหินออกมาเป็นรูปที่สามารถชมวิวจากมุมสูงได้เหมือนกัน

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Rice Paddy Art -Inakadate Village จัดเรียงหิน

จากนั้นผมก็เดินไปรอ Shuttle Bus ที่อยู่ไม่ไกลจาก Yayoi no Sato Observation Platform แล้วนั่งฟรีไปยัง Inakadate-mura Town Hall ใช้เวลาไม่นานครับ แต่คิวที่ Inakadate-mura Town Hall ใช้เวลารอนานกว่ามากๆ เผื่อเวลาเที่ยวชมที่นี่ไว้ซักหน่อยนะครับ ปีนี้ที่ Inakadate-mura Town Hall ทำเป็นรูปซามูไร 2 คน (ไม่รู้ว่าใคร 555+) แต่ทำออกมาละเอียด สวยงามดีเลยล่ะครับ มาชมวิวของ Inakadate-mura Town Hall กันเลยครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Rice Paddy Art -Inakadate Village ซามูไร

ต้นข้าวเมื่อมามองใกล้ๆ ก็มีสีสันที่ต่างออกไปนะครับ

  • ทุ่งดอกไม้หลากสีกับเมล่อนแสนหวานที่ Tomita Farm

จริงๆผมเดินทางจาก Aomori มาแวะพักที่ Sapporo 1 คืนก่อนจะเดินทางมาที่เมือง Furano นะครับ แต่ไม่ค่อยมีอะไรที่พิเศษมากนักเลยขอข้ามมาที่ Furano เลยก็แล้วกัน ซึ่งผมเช่ารถสำหรับขับเที่ยวที่ Furano และ Biei เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆครับ

ผมใช้เวลาเที่ยวที่ Furano และ Biei เป็นเวลาประมาณ 2 วัน แต่เวลาส่วนใหญ่ที่สุดน่าจะอยู่ที่ Tomita Farm นี่ล่ะครับ เพราะผมไปเที่ยวอยู่ที่ Tomita Farm ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ดังนั้นผมขอรวบรูปของ Tomita Farm ที่ไปเที่ยวมาทั้ง 2 ครั้งเลยนะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Tomita Farm

วันแรกที่เที่ยวที่ Tomita Farm นั้น ผมอยากใช้บริการรถไฟขบวน Lavender Express ซึ่งพอดีรอบถัดไปของรถไฟขบวนนี้รอไม่นาน ผมจึงได้ใช้บริการไปลงที่สถานี Lavender Batake ครับ บรรยากาศบนรถไฟแตกต่างจากรถไฟปกติอย่างเห็นได้ชัดครับ แทบทุกอย่างจะถูกตกแต่งด้วยไม้ นั่งชมวิวไปเรื่อยๆครับ พอมาถึงสถานี Lavender Batake ก็เดินตามคนไปยัง Tomita Farm กันเลย ซึ่งภายใน Tomita Farm เมื่อเดินเข้าไปจะเจอโซนร้านค้าขายอาหาร และขนมกันก่อนเลยครับ (แนะนำข้าวโพดต้มครับ หวานหอมมากๆ)

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Tomita Farm โซนร้านค้า

จากนั้นเดินลึกเข้ามาด้านหลังๆ จะเป็นโซนของดอกลาเวนเดอร์สีม่วงๆฟ้า สวยสะกดใจมากๆครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Tomita Farm ทุ่งลาเวนเดอร์ 1

จากนั้นเป็นโซนไฮไลท์ของ Tomita Farm ครับ นั้นทุ่งดอกไม้สีรุ้งนั่นเอง ซึ่งหากมาในวันแดดดีๆสวยมากเลยนะครับ ซึ่งจุดนี้เองทำให้ผมต้องมาถ่ายรูปซ้ำที่ Tomita Farm ถึง 2 ครั้งในทริปนี้ มาชมวิวสวยๆของทุ่งดอกไม้นี้กันนะครับ ซึ่งบริเวณนี้มีร้านขายไอศครีมรสลาเวนเดอร์ด้วยครับ ผมเคยลองชิมไอศครีมรสลาเวนเดอร์มาแล้วที่โพรวองซ์ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเทียบกันแล้วกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ Tomita Farm จะอ่อนกว่า แต่มีรสของนมมากกว่าครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Tomita Farm ทุ่งดอกไม้สีรุ้ง

จากนั้นเดินชมต่อรอบๆ Tomita Farm ซึ่งก็จะมีทุ่งลาเวนเดอร์อีกหลายจุดเลย

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Tomita Farm ทุ่งลาเวนเดอร์ 2

  • Blue Pond

วันถัดมาผมออกเดินทางขับรถจาก Furano ไปทาง Biei แต่จะแวะเที่ยวที่ Blue Pond กันก่อนครับ Blue Pond อยู่ระหว่างเส้นทาง Furano กับ Biei ผมใช้เวลาขับรถจากโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ Furano ประมาณ 50 นาที ก็จะถึงลานจอดรถของ Blue Pond ครับ ขนาดผมมาแต่เช้ารถยังจอดกันเยอะแล้วเลย แต่ไม่ต้องห่วงครับ ลานจอดรถที่นี่มีขนาดใหญ่มากๆๆๆ ไม่เต็มง่ายๆ แน่นอน จะว่าไป Blue Pond นั้นมีขนาดไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่สีของน้ำในบ่อยามแดดส่องลงมามันสวยจริงๆครับ เดินถ่ายรูปเพลินเลย

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Blue Pond

  • Shirahige Falls น้ำตกและลำธารแสนสวย

ไหนๆขับรถมาถึง Blue Pond แล้ว ผมแนะนำให้แวะเที่ยวน้ำตก Shirahige ด้วยนะครับ อยู่ไม่ไกลจาก Blue Pond ขับรถไม่น่าเกิน 10 นาทีครับ Shirahige Falls เป็นน้ำตกไม่ใหญ่ เราสามารถชมได้จากบนสะพานที่อยู่สูงกว่าตัวน้ำตกมากๆ ซึ่งความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้นอกจากสายน้ำที่ไหลผ่านหน้าผาหินลงมาแล้ว ก็คือลำธารที่อยู่ด้านล่างของตัวน้ำตกที่มีสีสันสวยงามคล้ายๆ Blue Pond แต่ที่นี่น้ำในลำธารจะไหลตลอดเวลา ไม่นิ่งเหมือนตรง Blue Pond เลยเห็นสีไม่ชัดเจนเท่าครับ สะพานที่เราจะขึ้นไปชมวิว Shirahige Falls

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Shirahige Falls

ลำธารอันสวยงามของ Shirahige Falls

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ลำธาร Shirahige Falls

  • Shikisai no Oka สวนสวยที่ไม่ควรมองข้าม

ที่ฮอกไกโดนอกจาก Tomita Farm ที่เป็นสวนดอกไม้เชิดหน้าชูตาแล้ว ผมยกให้กับที่ Shikisai no Oka แห่งนี้ล่ะครับ ที่ผมคิดว่าสวยประทับใจไม่น้อยกว่ากันเลย!!! Shikisai no Oka มีพื้นที่กว้างขวางมากๆ แถมการจัดวางเรียงดอกไม้นั้นก็ดูสวยงามลงตัว ผมใช้เวลาเดินชมที่นี่นานมากๆ เพราะดูแล้วเดินชมได้ไม่เบื่อเลยล่ะครับ พอเดินเข้ามาก็เจอกับเจ้ามาสคอตยืนต้อนรับก่อนเลย

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Shikisai no Oka 1

มาดูในส่วนของดอกไม้ใน Shikisai no Oka กันบ้างครับ สีสันสดใส น่าเดินชมสุดๆเลยใช่มั๊ยล่ะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Shikisai no Oka 2

วันที่แดดแรงๆ สีสันของดอกไม้ยิ่งชัดเจน แต่ติดตรงที่ร้อนไปหน่อย 555+

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Shikisai no Oka 3

  • ทัศนียภาพของ Biei

ระหว่างทางขับรถแถบ Biei นั้น จุดท่องเที่ยวสำคัญก็คือทัศนียภาพของ Biei ที่เป็นเนินเขา Patchwork ต้นไม้ ทุ่งหญ้าแบบนี้ ซึ่งหาจุดจอดรถดีๆ ถ่ายรูปได้เรื่อยๆเลยล่ะครับ ซึ่งความรู้สึกส่วนตัวของผมนั้น วิวทิวทัศน์ของ Biei อาจไม่หวือหวามากนัก แต่ดูแล้วสดชื่นสบายตาดีนะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ทัศนียภาพของ Biei 1

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ทัศนียภาพของ Biei 2

  • Hokusei Hill Observatory

จุดชมวิวของ Biei จุดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ครับ แต่วิวก็ไม่ได้เห็นกว้างไกลมากนะครับแค่เห็นรอบๆเท่านั้นเอง

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Hokusei Hill Observatory

  • แถมท้าย…อาหารการกิน

ช่วงที่ผมพักอยู่ที่ Furano นั้น ได้ไปลองชิมอาหารร้านที่น่าจะดังของเมืองมา 2 ร้าน ใน 2 วันครับ เลยเอามาแนะนำกันเผื่อว่าใครจะไปเที่ยว Furano แต่ยังไม่มีร้านอาหารในดวงใจกัน

ร้านแรกชื่อ Masaya เป็นร้านที่ดังเรื่อง Okonomiyaki หรือพิซซ่าญี่ปุ่นครับ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Furano เท่าไหร่ เดินไปได้สบายๆ

ตอนผมไปกินมื้อเย็นนั้นต้องรอต่อคิวเข้าร้านประมาณ 15-20 นาทีนะครับ ได้ลองชิมไป 2 เมนูคือ Okonomiyaki (น่าจะหน้าแฮมครับ) และสเต๊กเนื้อ ซึ่งเจ้าสเต๊กเนื้อนี้หากใครสั่งมากิน ทางร้านเค้าจะเรียกเราไปชมตอนปรุงด้วยนะครับ คือเค้าจะปิดไฟตรงครัวที่ทำแล้วใส่น้ำอะไรซักอย่างลงบนชิ้นสเต๊กเนื้อ ให้ไฟลุกท่วม ซึ่งก็เป็นโชว์อย่างหนึ่งของทางร้านล่ะครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ร้านอาหาร Masaya

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน Okonomiyaki

สเต๊กเนื้อไฟลุกท่วม

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน สเต๊กเนื้อไฟลุกท่วม

ส่วนอีกร้านนึงที่ผมไปไปชิมมาคือร้าน Kumagera เป็นร้านชาบูแบบตามสั่ง ซึ่งก็มีอาหารอื่นๆด้วย แต่เหมือนว่าอาหารเด็ดของทางร้านจะเป็นเนื้อสัตว์พวกกวาง หรือม้าประมาณนี้ แต่ผมไม่ได้ลองนะครับ ผมสั่งเป็นเนื้อชาบูมาชุดนึง ซึ่งอร่อยมากๆๆๆๆๆ น้ำจิ้มเด็ดมากครับ และร้านนี้คนก็ต่อคิวยาวเหมือนกัน แต่ผมมาก่อนที่จะมีคิวเลยไม่ได้รอครับวันนี้

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ร้าน Kumagera 1

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน ร้าน Kumagera 2

รีวิวนี้ผมลงรายละเอียดการเดินทางแค่บางจุดที่คิดว่ายังมีข้อมูลน้อยอยู่เท่านั้นนะครับ ส่วนพวกสถานที่ท่องเที่ยวใน Furano กับ Biei คงไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมาก แต่แนะนำให้หา Map Code หรือเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่เราจะไปล่วงหน้า ก่อนขับรถจะดีและสะดวกมากๆเลยล่ะครับ

จริงๆสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนของ Furano และ Biei ยังมีมากกว่าที่ผมแนะนำมากๆๆๆครับ เพราะสวนดอกไม้นั้นมีมากมายเหลือเกิน แต่ผมคัดมาเฉพาะที่ผมชอบมาให้ดูกันเท่านั้นครับ แต่ใครไปเที่ยวแล้วมีเวลาเหลือเฟือ ก็ยังมีสวนสวยๆรอให้ไปชมอยู่อีกมากมาย อาทิ Flower Land Kamifurano, Hinode Park Lavender Garden, Farm Kanno, Saika no Sato, Farm Tomita Lavender East หรือ Zerubu Hill

สำหรับรีวิวนี้ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ เจอกันทริปถัดไปครับ

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน บายฮอกไกโด

——————————————————————-

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับ Guest คนนี้ของ ShopBack รูปสวยเวอร์ เหมือนที่เราโปรยไว้ตอนแรกมั้ยหล่ะ คราวหน้าเราจะมาแชร์ประสบการณ์ของใครอีก รอติดตามกันนะคะ ส่วนใครอยากเข้าไปดู ไปอ่านกระทู้จาก The Cloud กันต่อ ตามไปกันได้เลยจ้า 🙂

?สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

?พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments