เที่ยวญี่ปุ่น 2019 5 จุดหมายท่องเที่ยวญี่ปุ่น เทรนด์ less is more

Ohayo Goseimatsu ~ สวัสดีค่ะ เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ที่ผู้คนทั่วโลกต่างร่วมกันเฉลิมฉลองรับปี 2019 กันไปไม่นาน ShopBack เห็นคนไทยหลายคนเลย ที่ไปเค้าท์ดาวน์กันที่ต่างประเทศ แน่นอนว่าหนึ่งในประเทศที่ ShopBack เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนรอบข้างเดินทางกันไปมากที่สุดประเทศหนึ่งเลย คือ ประเทศญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย ที่ไปแค่ครั้งเดียวไม่เคยพอ วันนี้ ShopBack เลยจะมาชวนทุกคนไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันอีกครั้ง เที่ยวญี่ปุ่น 2019 แต่ไปในแบบตามเทรนด์ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในปี 2019 คือเที่ยวด้วยแนวคิด less is more นั่นเอง

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น less is more

  • เที่ยวแบบ Less is More น้อยอย่างแต่มากมายในใจ

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทาง Booking.com ได้เผยเทรนด์ท่องเที่ยวสำหรับปี 2019 ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากการรีวิวของนักเดินทางตัวจริงที่ได้เข้าพักในประเทศต่างๆผ่าน Booking.com กว่า 163 ล้านราย ประกอบกับแบบสำรวจที่เก็บข้อมูลจากนักเดินทาง 21,500 คนใน 29 ประเทศ

พบว่านักเดินทางในยุคปัจจุบัน ต้องการทริปที่มีความหมายมากกว่าทริปถ่ายรูปหรูหรา แต่มองหาทริปที่จะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้วัฒนธรรม สังคม และได้สัมผัสประสบการณ์และกลิ่นอายที่แท้จริงของท้องถิ่น ซึ่งญี่ปุ่นเองในฐานะประเทศอันดับต้นๆที่เผยแพร่วัฒนธรรมความเรียบง่ายไปทั่วโลก ก็มีหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อย เรามาดูกันดีกว่าว่า เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนที่น้อยแต่มาก ถูกใจ Shopback ที่สุด

  1. น้ำตกชิระฮิเงะ Shirahige Waterfall

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่แรกไปน้ำตกชิระฮิเงะ (Shirahige) กันค่ะ อยู่ที่เมืองบิเอะ (Biei) ในฮอกไกโด มีความสูงประมาณ 30 เมตร เกิดจากน้ำบาดาลที่ไหลตัวออกจากรอยแตกของหน้าผาไหลลงแม่น้ำบิเอะ ถือเป็น 1 ใน 5 ของน้ำตกที่สวยที่สุดบนเกาะฮอกไกโด

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น less is more

น้ำตกชิระฮิเงะแห่งนี้ เรียกว่ามีสองบุคลิกในสองช่วงเวลาที่ต่างกัน ถ้าอยากมาสัมผัสหิมะขาวโพลนตัดกับแม่น้ำสีฟ้าอมเขียวดูเหงาๆแบบในภาพ แนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม จนถึงช่วงต้นมีนาคม

แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบอบอุ่น ตัวน้ำตกไหลริน น้ำใสสะท้อนแดดตัดกับสีใบไม้หลากสี ที่ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลือง ส้ม ไปจนถึงแดง ก่อนจะร่วงหล่นไปจนหมดต้น แนะนำให้มาช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่เดือน กันยายน ถึงเดือน พฤศจิกายน

วิธีการเดินทาง : หากเดินทางด้วยรถบัส หลังออกจากสถานีรถไฟ JR Biei ให้ต่อรถบัสสาย Biei-Shirogane Onsen ลงป้าย Shirogane Onsen ค่าโดนสาร 600 เยน ใช้เวลา 30 นาที มีรถออก 5 เที่ยว/วัน หากขับรถยนต์จากตัวเมืองบิเอะ มาตามถนนหมายเลข 966 ประมาณ 17 กิโลเมตร จะถึงสระอะโออิเคะ จากนั้นขับต่อไปอีก 3 กิโลเมตรจะถึง Shirogane Onsen Hotel สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถที่นี่แล้วเดินต่ออีก 5-10 นาที

  1. หมู่บ้าน ชิราคาวะ Shirakawago

ชิราคาวะโกะ Shirakawago กลุ่มหมู่บ้านเก่าแก่อายุมากกว่า 250 ปี ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1919 กินพื้นที่กลางหุบเขาครอบคลุมเมือง Gifu ไปจนถึงเมือง Toyama หมู่บ้านชิราคาวะได้รับประกาศจากยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1995 มีความโดดเด่นสวยงามด้วยเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม บ้านทรงกัสโชซึคุริ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น การเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่น 2019ที่หมู่บ้านแห่งนี้สามารถมาได้ตลอดปีทั้ง 4 ฤดู 

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น less is more

ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ผลิ ( มีนาคม – พฤษภาคม ) ถือเป็นช่วงฤดูแห่งความเบิกบาน โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่ดอกซากุระสีชมพูหวานเริ่มบานสะพรั่ง เต็มทั้งหมู่บ้าน ถ้ามาฤดูร้อน ( มิถุนายน – สิงหาคม ) เสน่ห์ของหมู่บ้านในฤดูนี้จะเป็นสีเบจน้ำตาลของตัวบ้าน ตัดกับสีเขียวขจีทุ่งหญ้าและต้นไม้สีเขียวสดทั้งหุบเขา เป็นช่วงฤดูกาลสำหรับนักเดินทางที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง

ส่วนการเดินทางเยือนช่วงฤดูใบไม้ร่วง ( กันยายน – พฤศจิกายน ) ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เป็นช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นหน้าร้อน และ ก่อนจะเข้าหน้าหนาว ทั้งหุบเขาจะถูกย้อมด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี เขียวสลับเหลือง ส้ม แดง เป็นฤดูที่หมู่บ้านถูกแต่งแต้มด้วยสีสันมากที่สุด และสุดท้ายช่วงฤดูหนาว ( ธันวาคม – กุมภาพันธ์) ที่หมู่บ้านจะจัดเทศกาลไฟ ด้วยการเปิดไฟสว่างไสวทั่วหมู่บ้าน แสงไฟสีเหลืองนวลตัดกับสีขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมหุบเขา ทุ่งหญ้า และตัวบ้าน เป็นฤดูกาลที่หมู่บ้านแห่งนี้ให้ความรู้สึกโรแมนติก ให้นักเดินทางรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางความหนาว

วิธีการเดินทาง : สนามบินที่ใกล้หมู่บ้านชิราคาวะ คือ สนามบินนานาชาติ Chubu Centrair แต่การเดินทางต่อจากนั้น ถ้าจะถึงตัวหมู่บ้านเลย ควรเช่ารถยนต์ขับ หรือจ้างคนขับรถ เพราะไม่มีรถไฟโดยสารเข้าไปถึงหมู่บ้าน การเดินทางมาถึงหมู่บ้านให้ทางด่วนสาย Tōkai-Hokuriku Expressway, ทางหลวงสาย Japan National Route 156 และ ทางหลวงสาย Japan National Route 360

ShopBack Tips : ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อะไรต่อมิอะไรชวนให้เงินในกระเป๋าไหลออกได้ตลอดเวลาละลานตาเต็มไปหมด เพื่อนๆชาว ShopBack ควรบริหารเงินไว้ใช้ช้อป กิน เที่ยว ด้วยการจองสายการบินไปญี่ปุ่นในราคาคุ้มค่ากว่าใครๆ แบบมีโปรโมชั่น Expedia แถมได้เงินคืนจาก Shopback ด้วยนะคะ
  1. ทะเลสาบมาชู Lake Mashu

ทะเลสาบที่สวยที่สุดและมีความลึกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นแอ่งทะเลสาบที่ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติอะกัง จังหวัดฮอกไกโด ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2019 โด่งดังเรื่องความใสของน้ำและปรากฏการณ์หมอกปกคลุมทะเลสาบที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำ เหมาะกับนักเดินทางที่ชอบนั่งชิล ชมวิวธรรมชาติแบบพาโนราม่า

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น less is more

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับนักเดินทางที่ชอบการเทรกกิ้ง สามารถเดินผ่านเส้นทางขึ้นไปยังยอดเขามาชูดาเกะ Mount Mashudake ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบ ความยาว 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง

วิธีการเดินทาง : การเดินทางโดยรถยนต์ เป็นที่นิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวส่วนมากจะเช่ารถขับเองกัน จากเมืองคะวะยุ ไประเบียงชมวิวทะเลสายประมาณ 20-30 นาที หรือใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากทะเลสาบอะคัง ส่วนการเดินทางโดยรถประจำทาง จากสถานีมาชูมาระเบียงชมวิวหมายเลข 1 ราคา 560 เยน ใช้เวลา 20 นาที มีตั๋วโดยสารสำหรับ 2 วัน ราคา 1,500 เยน ตั๋ว 3 วัน ราคา 2,000 เยน วิ่งระหว่างสถานีมาชูกับทะเลสาบคุชชะโระโกะ 

  1. คลองโอตารุ เมืองโอตารุ Otaru Canal

แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เหมาะกับนักเดินทางสายประวัติศาสตร์ ในอดีตที่อยากเที่ยวญี่ปุ่น 2019 โอตารุเป็นเมืองท่าที่คึกคักในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 โดยเรือขนส่งสินค้าลำใหญ่ จะถ่ายสินค้าลงเรือเล็กและลำเลียงไปตามคลองโอตารุแห่งนี้ ถือเป็นเส้นทางที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเมืองในยุคนั้น

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น less is more

ต่อมาในช่วงปี 1980 คลองโอตารุจึงได้รับการบูรณะให้สวยงาม โดยยังคงรักษาสถาปัตยกรรม อาคาร และ โกดังต่างจากยุคนั้นไว้อย่างเกือบครบถ้วนสมบูรณ์ ปัจจุบันโกดังต่างๆถูกแปรสภาพมาเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์

เสน่ห์ของบริเวณริมคลองโอตารุนั้นอยู่ในช่วงค่ำ ที่ผู้คนและนักท่องเที่ยวมักออกมาเดินเล่นเตร็ดเตร่ ชมความสวยงามและซื้อข้าวของจากร้านรวง มีศิลปินมาแสดงผลงานให้นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาได้ฟังเคล้าคลอบรรยากาศช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์บ้างบางโอกาส ช่วงเวลาที่โรแมนติกที่สุดคือช่วงฤดูหนาว เพราะจะมีการจัดเทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ หรือ Otaru Snow Light PAth Festival ขึ้นมาด้วย

วิธีการเดินทาง : เมืองโอตารุอยู่ห่างจากซัปโปโรแค่ 38 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์เพียง 45 นาที หรือเลือกเดินทางด้วยรถไฟมาลงที่สถานี มินามิ โอตารุ Minami Otaru

ShopBack Tips : ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายและน่าสนใจ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวญี่ปุ่น 2019 ยังได้ฟรีวีซ่าถึง 15 วัน ดังนั้น หากคุณไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น 1 ทริป Shopback แนะนำว่าควรอยู่เที่ยวให้คุ้ม เต็มพิกัด 2 สัปดาห์ และไม่ต้องห่วงจะขาดการติดต่อกับครอบครัวหรือการงานที่ประเทศไทย ด้วย wifi ญี่ปุ่น จาก Sim2Fly ใช้โปรโมชั่น AIS Online ให้คุณเที่ยวญี่ปุ่นได้เต็มระยะเวลา หายห่วง
  1. เกียวโต Kyoto

รุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีในฐานะเมืองหลวงเก่า ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2019 แห่งนี้ เพื่อนๆ จะได้พบกับความเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็น พิธีชงชา การจัดดอกไม้ กิโมโน มาอิโกะหรือเกอิชาฝึกหัด สถาปัตยกรรมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของวัดพุทธและศาลเจ้าชินโต ไปจนถึงปราสาทและวังต่างๆ

เที่ยวญี่ปุ่น 2019 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น less is more

เกียวโตยังเป็นแหล่งรวมและสืบทอดอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งชูชิ เทมปุระ โซบะ และราเมน ศิลปะแห่งอาหารญี่ปุ่น หรือ “วาโชคุ” ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกที่ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยตาขององค์การยูเนสโก เมื่อปี 2013 ก็ด้วยแรงผลักดันจากกลุ่มบรรดาพ่อครัวในเกียวโตแห่งนี้นี่เอง

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสม แทบจะบอกว่าไม่สามารถตัดสินได้ว่าควรมาฤดูไหน เพราะแต่ละฤดูของเกียวโตเองก็ต่างมีเสน่ห์กลิ่นอายที่ไม่เหมือนกัน เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการทำความรู้จักญี่ปุ่นและชอบการท่องเที่ยวแบบชมเมืองอย่างแท้จริง

วิธีการเดินทาง : เมืองเกียวโตอยู่ห่างจากสนามบินคันไซ-โอซาก้าแค่ราวๆหนึ่งชั่วโมง โดยสามารถเลือกเดินทางจากสนามบินได้ทั้งโดยรถบัสและรถไฟค่ะ สำหรับรถไฟให้จับรถไฟHaruka สายสนามบิน- เกียวโต จากชานชาลา 4 เลือกลงสถานีเกียวโตได้เลยค่ะ

ShopBack Tips : อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าเราจะกินนอนทำงานหรือท่องเที่ยวอยู่ หากอยู่ต่างบ้านต่างเมือง อยากท่องเที่ยวแบบอุ่นใจ ต้องซื้อประกันเดินทางญี่ปุ่น ด้วยโปรโมชั่น MSIG ไว้คุ้มครองตัวเองและเพื่อนร่วมเดินทางตลอดทริป ซื้อไม่แพง แต่ความอุ่นใจที่ได้หรือความคุ้มครองที่เกิดขึ้นคุ้มค่ามากบอกเลย
เป็นไงบ้างคะ 5 สถานที่เที่ยวญี่ปุ่น 2019 แบบ Less is More ที่ Shopback เลือกมาให้ ขอแนะนำให้ไปตามรอย โดยจัดทริปแบบหลวมๆ เผื่อเวลาให้แต่ละสถานที่นานๆหน่อยนะคะ เพื่อนๆจะได้มีเวลาดื่มด่ำบรรยากาศและซึมซับประสบการณ์ สัมผัสกลิ่นอายของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ShopBack ช้อป กิน เที่ยว ได้เงินคืน แล้วมาเจอกันที่ญี่ปุ่นค่ะ 😉

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

1. https://www.biei-hokkaido.jp/en/sightseeing/shirahige-waterfalls/

2. http://ml.shirakawa-go.org/en/access/

3. http://northern-road.jp/navi/eng/Lake_Mashu_Traffic_Restrictions.pdf

4. https://www.tripadvisor.com/

5. https://www.kyotostation.com/traveling-between-kyoto-and-kansai-international-airport/

6. https://en.wikipedia.org/wiki/Shirakawa,_Gifu_(village)

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อปสะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments