ชวนเที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง…

ตามหาลายแทงใบไม้เปลี่ยนสีที่บอกเลยว่าไม่ควรพลาด !

หน้าร้อนของญี่ปุ่นจบลงอย่างเป็นทางการแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเที่ยวเกียวโตด้วยตัวเองอีกครั้ง ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลจากฤดูร้อนไปเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่ก่อนจะเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็จะมีพายุ พอพายุจบลงก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย นั่นคือฤดูใบไม้ร่วง หรือ Aki ในภาษาญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นจะเรียกว่า Kouyo (โคโย) อ่านอีกอย่างหนึ่งได้ว่า Momiji ที่มีความหมายว่าใบเมเปิ้ลนั่นเอง

ครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตกัน และสถานที่ๆแนะนำทั้งหมดนั้นสามารถเดินทางไปถึงด้วยรถบัสเกียวโต (Kyoto City Bus) ค่ะ เพื่อความคุ้มในการเที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง เราแนะนำให้ซื้อตั๋ว Kyoto City One Day Pass ราคา 600 เยน ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ตู้อัตโนมัติที่ Bus terminal ของสถานีเกียวโตได้เลย บนตู้ขายตั๋วจะมีแผนที่บัสพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเป็นภาษาอังกฤษสำหรับวางแผนเดินทางเที่ยวเกียวโตด้วยตัวเองแจกฟรีด้วย ก่อนเดินทางอย่าลืมหยิบแผนที่บัสกันมาด้วยนะคะ Kyoto City Bus สังเกตง่ายๆคือเป็นรถบัสสีเขียวค่ะ เหมือนรถจะมาแล้ว ถ้างั้นตาม ShopBack ช้อป กิน เที่ยว ได้เงินคืน ไปเที่ยวเกียวโตกันเลยดีกว่าค่ะ !!

“Arashiyama”

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Arashiyama1

ขอยกให้เป็นขวัญใจอันดับหนึ่งของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในการเที่ยวเกียวโตของเราเลย เพราะเป็นบริเวณที่กว้างขวาง สามารถเห็นทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างหลากหลาย แถมบริเวณนั้นยังมีวัดมากมาย แต่ละสถานที่ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สำหรับคนที่มาเที่ยวเกียวโตด้วยตัวเองแล้ว ถือว่าพลาดไม่ได้สักวัดเลยล่ะค่ะ

ขอยกตัวอย่างสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในอาราชิยาม่ามาให้เป็นไอเดียกันสักหน่อย !!

  • Hogon-in

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Hogoin1

วัดนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ ”สวนมอส” ด้วยความที่วัดนี้มีสวนมอสสีเขียวอ่อนเกือบทั่วบริเวณ เข้าไปแล้วจะรู้สึกสดชื่นมากๆ แค่ได้ไปชมสวนมอสที่ดูเหมือนพรมนุ่มๆที่แสดงให้เห็นว่าผ่านการดูแลมาอย่างดีก็ว้าวแล้ว ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีมีต้นเมเปิ้ลอยู่เต็มไปหมด เราจึงสามารถเห็นสีเขียวของพรมมอส ตัดกับสีส้มๆแดงๆของใบเมเปิ้ลเป็นภาพที่สวยงามแปลกตา แตกต่างอย่างลงตัว

จุดที่อยากแนะนำให้ถ่ายรูป : ใบเมเปิ้ลสีแดงที่ร่วงหล่นบนพรมมอสก็สวยงามไปอีกแบบ

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Hogoin2

วิธีการเดินทาง : รถเมล์เกียวโตสาย 205 จากสถานีเกียวโต ไปเปลี่ยนรถที่สถานี Nishioji Shijo เพื่อขึ้นสาย 13 ไปลงสถานี Arashiyama เดินต่อ 10 นาที (ตั้งอยู่ข้างๆวัดดังของอาราชิยาม่าอย่าง Tenryuji)

ค่าเข้าชม : 500 เยน

  • Torokko Train

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Torokko1

รถไฟสายโรแมนติก ที่วิ่งจากอาราชิยาม่าเรียบแม่น้ำHOZU ระหว่างทางเราจะได้ชมความงามของหุบเขา แม่น้ำ และต้นเมเปิ้ลสองข้างทาง รถไฟบางตู้เป็นแบบโอเพ่นแอร์ สามารถสูดอากาศสดชื่นได้เต็มปอดเลยค่ะ

จุดที่อยากแนะนำให้ถ่ายรูป : สุดปลายสายรถไฟที่ Kameoka Torokko พอลงจากสถานีแล้ว จะมีทุ่งนาสีเขียวที่มีฉากหลังเป็นภูเขาที่แต่งแต้มไปด้วยต้นเมเปิ้ลสีส้มแดงสลับเหลือง ได้อารมณ์ชนบทของเกียวโต

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Torokko2

วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟได้ที่สถานี Torokko Arashiyama สถานีตั้งอยู่กลางป่าไผ่เลยค่ะ

ค่าโดยสาร : 620 เยน

  • Kiyomizu Dera หรือวัดน้ำใส

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Kiyomizu1

ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเกียวโต ปกติคนก็เยอะจนแทบเดินไม่ได้อยู่แล้ว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนี่ยิ่งเยอะกว่าเดิมหลายเท่าค่ะ แต่ถึงคนจะเยอะยังไงช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็เป็นช่วงที่พลาดไม่ได้จริงๆ ไฮไลต์อยู่ที่ในช่วงค่ำคืนที่จะมีการประดับไฟหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Light up ด้วยความเก่าแก่และความยิ่งใหญ่ของสิ่งปลูกสร้างแล้ว ทำให้ไลต์อัพของวัดนี้ดูสวยงามอลังการมาก พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

จุดที่อยากแนะนำให้ถ่ายรูป : จุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวอาคารหลัก(ที่มีชานไม้อันโอ่อ่ายื่นออกมา) ช่วงกลางคืนด้านบนอาคารจะมีแสงสปอตไลท์เป็นลำกล้องยิงขึ้นไป ฟ้าสีดำตัดกับโมมิจิสีเพลิงที่เพิ่มความอลังการด้วยแสงไฟที่สาดขึ้นมาจากด้านล่าง วิวที่เห็นคือเรียกได้ว่าสวยจนอยากจะหยุดหายใจ อีกจุดหนึ่งคือบ่อน้ำก่อนถึงทางออกที่ๆตากล้องนิยมถ่ายเงาสะท้อนของโมมิจิบนผืนน้ำ แต่แนะนำให้พกขาตั้งกล้องไปด้วยค่ะ เพราะตอนดึกๆอากาศเย็นมือจะสั่นมากๆ

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Kiyomizu2

วิธีการเดินทาง : รถเมล์เกียวโตสาย 100, 106, 110 และ 206 จากสถานีเกียวโต ลงที่สถานี Kiyomizu-michi เดินต่อ 10 นาที

ค่าเข้าชม : 400 เยน

ShopBack Tips : ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นช่วงที่อุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันมาก คือกลางวันอากาศจะเย็นๆใส่คาดิแกนก็เอาอยู่ แต่กลางคืนอากาศหนาวแบบต้องใส่ผ้าพันคอเลยล่ะค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่จะเดินทางไปชม Light up นั้น อยากจะแนะนำให้ติดเครื่องกันหนาวให้เพียงพอสำหรับอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และกินวิตามินซีเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายกันเอาไว้ เดี๋ยวเป็นหวัดขึ้นมาจะเที่ยวไม่สนุกเอาค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่ไม่มั่นใจในเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ แนะนำว่าให้ทำประกันมาก่อนจะดีที่สุด เพื่อความอุ่นใจและความคุ้มครองที่มากกว่าแน่นอนค่ะ เดี๋ยวนี้ประกันเดินทางทำง่ายแค่คลิกในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ที่ ShopBack แนะนำสำหรับประเทศญี่ปุ่นก็คือ MSIG นอกจากเบี้ยประกันจะไม่ได้แพงเมื่อเทียบกับความอุ่นใจที่ได้รับแล้ว หากซื้อผ่าน ShopBack ก็ยังได้เงินคืนให้ทั้งความอุ่นใจและความประหยัดเพิ่มไปอีก
  • Tofuku-ji

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Tofukuji1

วัดนี้อยู่ห่างจากสถานีเกียวโตไปสถานีเดียวเท่านั้น (อยู่ก่อนถึงศาลเจ้าหมาจิ้งจอก ฟูชิมิอินาริ) วัดนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การเล่นระดับของพื้นที่ ไฮไลต์ของที่นี่คือทางเดินเป็นสะพานไม้ทอดยาวอยู่เหนือเรือนยอดของต้นโมมิจิ พอเดินผ่านส่วนสะพานไม้มาแล้ว เราสามารถชมสวนหินแบบเซน หรือจะเดินลงมาชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีอีกมุมหนึ่งได้ ด้วยความที่พื้นที่ของวัดมีการเล่นระดับ จากสะพานไม้ สามารถเดินลงบันไดหินที่ลดหลั่นลงมาที่เบื้องล่าง ถ่ายมุมเสยขึ้นไปก็สามารถเห็นต้นเมเปิ้ลจากมุมล่าง ทำให้ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนก็สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยทุกมุม

จุดที่อยากแนะนำให้ถ่ายรูป : ระเบียงไม้ทอดยาวอยู่เหนือเรือนยอดของต้นโมมิจิ ไม่ว่าจะถ่ายจากระเบียงฝั่งไหนก็ดูสวยงาม

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Tofukuji2

วิธีการเดินทาง : รถเมล์เกียวโตสาย 5 จากสถานีเกียวโต ลงป้าย Tofukuji-michi

ค่าเข้าชม : 400 เยน

  • Nanzen-ji

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Nanzenji1

ที่นี่มีไฮไลท์อยู่ที่ท่อส่งน้ำโบราณที่ลำเลียงน้ำมาจากทะเลสาบบิวะ ที่จังหวัดชิกะ ซึ่งอยู่ติดกับเกียวโต แถวนั้นเป็นที่ตั้งของบ้านเก่าแก่ซึ่งเจ้าของคือคหบดีและผู้มีชื่อเสียงของเกียวโต แค่ได้ชมต้นเมเปิ้ลที่อวดโฉมอยู่หลังกำแพงบ้านเหล่านั้นก็มีความสุขแล้ว ตัววัดกว้างขวางมีมุมให้ถ่ายรูปหลายมุมโดยไม่ต้องหลบผู้คน

วิธีการเดินทาง : รถเมล์เกียวโตสาย 5 จากสถานีเกียวโต ลงที่ป้าย Nanzenji, Eikando-michi

ค่าเข้าชม :  Sanmon Gate,Hojo 500 เยน

  • Enko-ji Shisendo

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Enkoji1

วัดนี้อยู่ไกลหน่อยแต่ เป็นวัดเล็กๆที่มีจุดเด่นอยู่ที่สวนแบบญี่ปุ่นที่ถูกรายล้อมด้วยตัวอาคารของวัด จากตัวอาคารที่มีชานให้นั่งชมสวนญี่ปุ่น ซึ่ง ณ เวลานั้นแน่นอนว่ามีโมมิจิที่กำลังเปลี่ยนสีเป็นพระเอก ตรงชานที่ให้นั่งชมจะปูด้วยพรมแดง เมื่อถ่ายภาพจากด้านในออกไปด้านนอกชานแล้ว ภาพที่ออกมาจะงดงามราวกับภาพถ่ายที่ถูกนำใส่กรอบไว้ให้เรียบร้อย

จุดที่อยากแนะนำให้ถ่ายรูป : พื้นที่โดยรอบวัดจากมุมสูง และภาพชุมชนโดยรอบ ด้านหลังวัดจะมีภูเขาลูกเล็กๆอยู่ มีทางเดินให้ขึ้นไปถ่ายรูปได้

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Enkoji2

วิธีการเดินทาง : รถเมล์เกียวโตสาย 5 จากสถานีเกียวโต ลงที่ป้าย Ichijoji Sagarimatsucho เดินต่อ 15 นาที

ค่าเข้าชม : 500 เยน

พอถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากใบเมเปิ้ลแล้ว ใบแปะก๊วยก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสวยงามไม่แพ้กัน 

  • Nishi Honganji

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Honganji1

วัดใหญ่ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ที่นี่มีต้นแปะก๊วยอายุ 400 กว่าปีที่แผ่กิ่งก้านอย่างสง่างาม มีตำนานเล่าว่าต้นแปะก๊วยต้นนี้ช่วยปกป้องตัวอาคารหลักของวัดจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ด้วยการพ่นสเปรย์น้ำออกมา แถมต้นแปะก๊วยต้นนี้ยังได้รับการสถาปนาให้เป็นอนุสาวรีย์ทางธรรมชาติของเมืองเกียวโตด้วย แปะก๊วยเวลาเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองเข้มทั้งต้นแล้วจะสวยงามมากๆ วันไหนแดดดีๆจะได้เห็นสีเหลืองสดใสตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า วัดนี้เป็นวัดที่ใหญ่มากๆ นอกจากต้นแปะก๊วยที่มีกิ่งก้านสวยงามแล้ว ตัวอาคารที่ทำจากไม้ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่มากๆ มีวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป เห็นคนญี่ปุ่นเข้าไปไหว้และนั่งสมาธิกันนานๆหลายคน เข้าไปแล้วรู้สึกสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ลองหาเวลาสงบๆไปนั่งทบทวนอะไรช้าๆดูก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนะคะ

จุดที่อยากแนะนำให้ถ่ายรูป : ต้นแปะก๊วยต้นใหญ่ที่มีกิ่งก้านสวยงาม ที่ยืนต้นท่ามกลางพื้นที่ว่างอันกลางใหญ่ที่แสดงถึงและยืนยันถึงความยิ่งใหญ่และสำคัญของต้นแป๊ะก๊วยที่มีต่อสถานที่

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_Honganji2

วิธีการเดินทาง : รถเมล์เกียวโตสาย 9 หรือ 28 ลงป้าย Nishi Honganji-Mae หรือเดินมาจากสถานีเกียวโตทางทิศตะวันออก ใช้เวลา 15 นาที

ค่าเข้าชม : ฟรี

จริงๆแล้วที่เที่ยวเกียวโตที่เราอยากไปแต่ยังไม่เคยไปยังมีอีกหลายที่ เช่น อุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีของรถไฟ Eizan ระหว่างทางไปศาลเจ้า Kibune เมืองเกษตรกรรมของเกียวโตอย่างโอฮาร่า ฯลฯ ที่ยังรอให้เราได้ไปเที่ยวเกียวโตกัน

การชมใบไม้เปลี่ยนสีจริงๆแล้วไม่ได้เน้นเฉพาะในวัดเท่านั้น แต่ระหว่างทางก็มีต้นสวยๆให้เราได้ถ่ายรูปแบบไม่ต้องไปเบียดใครเยอะแยะไปค่ะ อย่างที่ใครบอกไว้ว่าจุดหมายนั้นสำคัญ แต่ก็อย่าลืมชื่นชมความงามระหว่างทางกันด้วยนะคะ

เที่ยวเกียวโตด้วยตัวเอง_ETC

ShopBack Tips : สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าเป็นไปได้อยากจะแนะนำมาเที่ยวญี่ปุ่นในวันธรรมดาจะดีกว่าค่ะ เพราะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนั้น นอกจากคนต่างชาติแล้ว คนญี่ปุ่นจากภูมิภาคอื่นก็จะมาเที่ยวเกียวโตเพื่อชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในวัดวาอารามอันเก่าแก่ของเกียวโตเช่นกัน ทำให้โรงแรมในเกียวโตเต็มอย่างรวดเร็ว และราคาขึ้นสูงมากๆในวันหยุด ดังนั้นการท่องเที่ยววันธรรมดานอกจากคนน้อยแล้ว ยังได้โรงแรมราคาถูกลงด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็เริ่มวางแผนการเดินทางกันแต่เนิ่นๆจะดีกว่าไหมคะ สำหรับใครที่ยังไม่ได้จองที่พัก คงต้องรีบกันหน่อย จองที่พักถูกใจ กับดีลส่วนลดพิเศษเฉพาะคุณได้ที่ Hotels อย่าลืมจองผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืน เช่นกันกับตั๋วเครื่องบินที่วันธรรมดาก็ถูกกว่าวันหยุดเช่นกัน ไม่ต้องคอยเทียบราคาให้ปวดหัว จองตั๋วเครื่องบินด้วย Expedia ผ่าน ShopBack บินถูกกว่าเพราะได้เงินคืน ประหยัดได้มากกว่าแน่นอนค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างกับไอเดียจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้ง 7 จุดในการเที่ยวเกียวโต หวังว่าคงเป็นไอเดียให้กับคนที่กำลังจะไปเที่ยวเกียวโตด้วยตัวเองกันบ้างนะคะ ที่เที่ยวเกียวโต ที่เที่ยวญี่ปุ่นมีมากมาย ยังไงก็ขอให้สนุกและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเกียวโตและญี่ปุ่นกันทุกคนนะคะ 🙂

มองหาที่เที่ยวญี่ปุ่น หรือเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอื่นๆได้ที่นี่….

หาไอเดียที่เที่ยวชมโมมิจิอื่นๆในเกียวโตได้ที่ www.kyoto-np.co.jp/kp/koto/momiji/ 

สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments