เที่ยวเซนได โทโฮกุ 2019 ตะลุยเที่ยว 5 ที่ 5 สไตล์ แบบคนท้องถิ่น!

ShopBack จะพาไปเที่ยวเซนได เมืองเอกของภูมิภาคโทโฮกุกันค่ะ หากพูดถึงการเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากที่เที่ยวญี่ปุ่นที่ดังๆ เป็นที่นิยมอย่างโตเกียวหรือโอซาก้าแล้ว ตอนนี้คนก็สนใจไปเที่ยวภูมิภาคอื่นมากขึ้น เช่น โทโฮกุ (Tohoku) ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านความสมบูรณ์ของธรรมชาติ  ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ สภาพอากาศที่ค่อนข้างแตกต่างกันของแต่ละจังหวัดในช่วงเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าไม่จะมาเที่ยวช่วงเวลาไหน โทโฮกุก็สวยไปหมดทั้งภูเขา ป่าไม้ ต้นไม้ และทะเล รวมถึงบ้านเมืองและผู้คน

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

Image Credit : youinjapan.net/sendai/aoba-castle.php

โทโฮกุ (Tohoku) คือ ภูมิภาคที่อยู่ทางเหนือของเกาะฮอนชู (Honshu) ตั้งระหว่างภูมิภาคฮอกไกโดและภูมิภาคคันโต  คำว่า “โทโฮกุ” แปลตรงตัวว่า “ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ” ประกอบไปด้วย 6 จังหวัด คือ อะโอะโมริ, อิวะเตะ, มิยะงิ, อะกิตะ, ยะมะงะตะ และฟุกุชิมะ
สำหรับเมืองเซนได จังหวัดมิยะงิ มีฉายาว่า “เมืองแห่งต้นไม้” แห่งนี้ จะมีที่ไหนให้เราเที่ยวส่งท้ายหน้าหนาวและต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะเข้ามากันบ้าง มาตะลุยเที่ยวเซนไดแบบ unseen กันแบบซึนๆ กับเจ้าถิ่นที่รับรองว่าไม่มีมึน มีแต่มัน !

  1. Sendai city

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

Image Credit : sendai-travel.jp

ไหนบอกว่าจะพาเที่ยวแบบ unseen แล้วทำไมถึงเริ่มต้นที่เที่ยวในเมืองซะอย่างนั้น แน่นอนว่ามันต้องมีความธรรมดาแบบไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ค่ะ การเที่ยวชมรอบเมืองเซนได้นั้นทำได้ง่ายมากด้วยการนั่งรถเมล์ แต่ที่เก๋กว่านั้นคือ รถเมล์ที่ว่านี้มันมีหน้าตาเหมือนรถรางโบราณ รถ Loople Sendai Bus คือสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นค่ะ

คงจะดีไม่น้อยถ้าหากเราจะเริ่มทำความรู้จักเซนได ด้วยการนั่งรถนี้ขึ้นเขาไปเคารพอนุสาวรีย์ของท่าน ดาเตะ มาซามุเนะ ผู้ก่อตั้งและวางรากฐานของเมืองเซนได อีกทั้งยังเป็นผู้สร้างประสาทเซนได(หรือประสาทอาโอบะ)ในปี ค.ศ. 1601  ที่แม้ตอนนี้จะไม่เหลือตัวปราสาทแล้ว แต่กำแพงและอาคารรอบๆ ก็บูรณะขึ้นใหม่ให้เราได้ย้อนรำลึกอดีตไป พร้อมกับได้ชมวิวทิวทัศน์ปัจจุบันในมุมสูงที่สวยงามของเมืองเซนได

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

Image Credit : loople-sendai.jp

ก่อนที่จะกระโดดขึ้น Loople เจ้าเดิมเพื่อไปเยี่ยมชมจุดต่างๆ ได้อีกกว่า 16 จุด เช่น Sendai City Museum, Tohoku University Botanical Gardens , Miyagi Museum of Art หรือแวะชมแนวต้นเคะยากิ (ต้นเซลโคว่าญี่ปุ่น) ที่ถนนโจเซ็นจิ โดริ(Jozenji-dori Avenue) ถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมืองได้อีกด้วย ในหนึ่งวันหากเราแวะชมสถานที่ได้เกิน 5-6 ที่ ก็ถือเก่งพอๆ กับเจ้าถิ่นแล้ว ภูมิใจได้เลย!

การเดินทางด้วย Loople Sendai Bus

รถบัสรอบเมืองเซนไดจะหยุดจอดที่จุดท่องเที่ยวสำคัญใจกลางเมือง ถ้าซื้อตั๋ว One Day Pass จะขึ้นลงรถบัสกี่ครั้งก็ได้ตลอดทั้งวัน ดูเส้นทางเดินรถ  โปรแกรมแนะนำทัวร์ และส่วนลดต่างๆ ได้ที่ http://loople-sendai.jp/en/

  • สามารถซื้อตั๋วได้ที่หน้าสถานี JR Sendai  ณ จุดจอดรถบัสประตูตะวันตก ชานชาลาหมายเลข 16
  • รถบัสคันแรกออกจากสถานีเวลา 09.00 น. และ คันสุดท้ายเวลา 16.00 น. โดยรถบัสจะออกทุก 15-20 นาทีต่อคัน และจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ต่อรอบ
  • ราคาปกติ 260 เยน ต่อเที่ยว / One Day Pass ราคา 620 เยน /  บัตร One Day Pass สำหรับการโดยสารรถ Loople Sendai Bus และรถไฟใต้ดินแบบไม่อั้น ราคา 900 เยน (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี คิดครึ่งราคา)
  • บัตร One Day Pass จะได้ส่วนลดค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ที่รถผ่าน รวมถึงส่วนลดอื่นๆอีกมาก

ShopBack Tips : เดินทางชมทิวทัศน์รอบเมืองขนาดนี้ ต้องได้มีกระหน่ำอัพโซเชียลลงรูปสวยๆ ให้เพื่อนอิจฉา แม้ว่าไวไฟญี่ปุ่นจะมี แต่ถ้าซื้อ Sim2Fly ซิมเน็ตแรงจาก Ais Online Store ผ่าน ShopBack มันก็ทั้งคุ้มและอุ่นใจนะคะ
Blog-sign up

2. Hitomesenbon zakura

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

หากนั่งรถไฟสายโทโฮกุออกจากเมืองเซนไดไปทางใต้ประมาณ 30 นาที เราจะไปถึงตัวเมืองโอกาวาระที่มีแม่น้ำชิราอิชิไหลผ่าน (Shiroishi River) และตื่นตะลึงความงามของซากุระกว่า 1,200 ต้นที่ทอดตัวสุดลูกหูลูกตายาวไปตามริมฝั่งแม่น้ำกว่า 8 กิโลเมตร (Hitomesenbon zakura หรือ ฮิโตเมะเซ็มบงซากุระ แปลว่า ซากุระ 1,000 ต้น ที่เห็นได้ในคราวเดียว) โดย 1 ใน 3 ของจำนวนซากุระทั้งหมดของที่นี่มีอายุมากกว่า 90 ปี

ถ้าโชคดีในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง เราจะสามารถมองเห็นเทือกเขาซะโอ (Mt. Zao) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของโทโฮกุเป็นฉากหลังที่สวยสุดๆ  จะชมซากุระด้วยการนั่งชม เดินชม นั่งรถสโลปคาร์ขึ้นไหล่เขา หรือลงเรือล่องตามแม่น้ำก็แล้วแต่สะดวก  แถมบริเวณโดยรอบยังมีร้านอาหารท้องถิ่น วัด ศาลเจ้า และร้านของฝากให้เดินกันจนเมื่อยด้วย

การเดินทาง : สามารถลงได้สองสถานี คือ JR Ogawara Station (大河原駅) และ JR Funaoka Station (船岡駅)

ที่อยู่ : Shiroishi Riverside, Otani, Ogawara-machi,Shibata-gun, Miyagi

เว็บไซต์ : https://th.hitome-senbonzakura.com/

 
ShopBack Tips : หากเรามีตั๋ว JR-EAST PASS ก็ใช้เดินทางเชื่อมต่อสนามบินนาริตะและฮาเนดะไปยังภูมิภาคโทโฮกุได้ พาสนี้สามารถใช้ได้ครอบคลุมพื้นที่ เช่น โตเกียว ฟูกุชิม่า อิวาเตะ อกิตะ อาโอโมริ เซนได รวมทั้ง นิกโก้ อีกด้วย (สำหรับใครที่ไม่ได้นั่งเครื่องบินตรงถึงเซนได ใช้พาสนี้ก็ยิ่งคุ้ม แค่ได้นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปเที่ยวเซนได แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้ว) เว็บไซต์ https://www.jreast.co.jp/e/eastpass_t/index.html?src=gnavi ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 19,000 เยน เด็ก 9,500 เยน ถ้าซื้อจากต่างประเทศ หากซื้อที่ญี่ปุ่น ผู้ใหญ่ 20,000 เยน เด็ก 10,000 เยน บัตรมีอายุ 14 วันหลังจากวันที่ซื้อ และใช้โดยสารได้ 5 วันโดยไม่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องกัน

3. “สตรอเบอร์รี่แห่งเซนได”

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

Image Credit : https://jpninfo.com

แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว ผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิในเดือนมีนาคม 2011 ยังคงอยู่ในใจผู้คน แต่ในขณะเดียวกัน หลายสิ่งก็กลับฟื้นคืนตัวมาได้ดังเช่นภาคเกษตรกรรมของเซนได  

สตรอเบอร์รี่ที่เป็นผลผลิตของเมืองวาตาริและยามาโมโตะนั้นโด่งดังและรู้จักกันในนาม “สตรอเบอร์รี่แห่งเซนได” ด้วยความลงตัวของรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ จึงเป็นของขึ้นชื่อที่ต้องขอไปลองชิมกันถึงฟาร์มกันเลยทีเดียว ติดที่ว่าฟาร์มส่วนใหญ่มักอยู่นอกเมืองและไม่ใกล้จากสถานีรถไฟ การเดินทางด้วยรถยนต์จึงสะดวกที่สุด

การเยี่ยมชมสวนผลไม้ในเซนได ก็เหมือนกับการไปให้กำลังใจชาวสวนโดยตรง เป็นการท่องเที่ยวที่ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจในคราวเดียว เราขอแนะนำ 3 แห่งให้ตามไปเก็บกันอย่างจุใจ ทั้งหมดนี้ต้องจองล่วงหน้า กรุณาโทรไปแจ้งวันและเวลาที่จะเข้าชม ชื่อและจำนวนคนก่อนไป  

การเดินทาง : นั่งรถไฟลงสถานีใกล้เคียงแล้วต่อแท็กซี่ หรือขับรถยนต์ส่วนตัว

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ :

1.Suzuki Strawberry Garden, 63-1 Teramaeminami, Okumakashima, Watari-machi  / TEL. 0223-29-4406

2.JA Miyagi Watari Yoshida Strawberry Farm 45-10 Inarimae, Nagatoro, Watari-machi / TEL. 0223-34-9471

3.Ichigo(Strawberry)-land Ko-chan Farm 116 Nishiyachi, Ngatoro, Watari-machi / TEL. 0223-34-4571

เวลาเปิดปิด : ประมาณ 9.00 ~ 16.00 น. (โปรดเช็คกับฟาร์ม) / หยุดวันจันทร์

ค่าใช้จ่าย : ประมาณ 1,500 เยน ต่อคน / 30 นาที

ShopBack Tips : การท่องเที่ยวโดยขับรถเองในญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ไม่ยากเกินไปนัก เพียงแค่คุณมีใบขับขี่สากลไปจากเมืองไทย ตัวแทนรถเช่าก็มีให้เลือกเยอะขึ้น ด้านการขับขี่ก็สะดวกเพราะรถวิ่งเลนซ้ายขับพวงมาลัยขวาเหมือนกัน และรถญี่ปุ่นมี GPS ทุกคัน เราสามารถพิมพ์ที่อยู่หรือเบอร์โทรลงไป แล้วก็ขับตามได้เลย แต่อย่างไรก็ต้องขับขี่อย่างปลอดภัยไว้ก่อนนะคะ

4. ลิ้นวัวย่าง

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

Image Credit : gyutankaku.in

ลิ้นวัวหรือ “กิวตัน” (Gyutan) คือหนึ่งในอาหารเซนไดที่เราต้องแนะใหคุณลอง แม้ว่าเมนูนี้พึ่งเกิดขึ้นมาไม่นานนักก็ตาม (ปี ค.ศ. 1948) ว่ากันว่าเมื่อก่อนนั้นลิ้นวัวยังไม่เป็นที่นิยมทาน แต่เมื่อเกิดการขาดแคลนอาหารในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนต้องบริโภคส่วนอื่นๆ ของวัวนอกจากเนื้อด้วย

จนมีร้านอาหารพวกปิ้งย่างร้านหนึ่งในเมืองเซนไดได้คิดเมนูลิ้นวัวย่าง (Gyutan Yakiนี้ขึ้นมา แล้วมันก็กลายเป็นที่นิยมจนแพร่หลายไปทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นอย่างในทุกวันนี้  เซตคลาสสิคของเมนูนี้ จะประกอบด้วยพระเอกคือ ลิ้นวัวย่างเตาถ่าน, ข้าวบาร์เล่ย์ (หรือข้าวสวย), ซุปหางวัว, และผักดอง  

ถ้ามาเที่ยวเซนไดไม่ว่าคุณจะเดินเข้าร้านไหนก็น่าจะอร่อยทั้งหมด มีให้เลือกตั้งแต่ร้านเล็กร้านใหญ่ ไปจนถึงศูนย์กลางจักรวาลแห่งร้านลิ้นวัวย่างที่พิกัดสถานีเซนได  หรือจะลองร้านที่ได้รับเลือกแนะนำลงมิชลินไกด์บุ๊คฉบับมิยางิ (ปี2017) อย่างร้าน Gyutan Kaku ก็ตามแต่สะดวก

ชื่อร้าน : Gyutan Kaku

ราคา : เซตเมนูคลาสสิค ลิ้นวัวย่าง 5 ชิ้น ราคา 1,700 เยน / 6 ชิ้น ราคา 1,850 เยน (ไม่รวม VAT)

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 11: 30 14: 30 น. และ  17: 00 22: 30 น.

ที่อยู่ : Yubinbango980-0811  Sendai Aoba-ku 1 Bancho 3-chome 8-14

5. ออนเซ็นที่เซนได

เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น โทโฮกุ เที่ยวเซนได

Image Credit : sakan-net.co.jp

การมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วได้แช่น้ำพุร้อนเป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาด มาเที่ยวเซนไดก็ต้องไปแหล่งน้ำพุร้อนขึ้นชื่อระดับประเทศที่มีอยู่ 2 แหล่ง คือ น้ำพุร้อนอะคิอุ (Akiu Onsen) และน้ำพุร้อนซาคุนะมิ (Sakunami Onsen) ทั้งสองแหล่งนั้นก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี  

ปัจจุบันมีเรียวกังหรือโรงแรมเปิดให้บริการ เราสามารถเข้าไปแช่ออนเซ็นอย่างเดียว(คือไปแบบเช้าไปเย็นกลับ)หรือพักค้างคืนด้วยก็ได้ ส่วนมากมักจะมีแพคเก็จพร้อมอาหารกลางวันด้วย ค่าใช้บริการก็แตกต่างกันไป นอกจากแช่ออนเซ็นแล้ว เรายังสามารถเดินชมทิวทัศน์ธรรมชาติและเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมชุมชนโดยรอบได้อีกด้วย

วิธีการเดินทาง: 

  • ไปน้ำพุร้อนอะคิอุ (Akiu Onsen) จากสถานี JR Sendai (ทางออกตะวันตก) ขึ้นรถบัสที่จุดจอดรถบัสที่ 8 โดยลงที่ Akiu Onsen Yumoto
  • น้ำพุร้อนซาคุนะมิ (Sakunami Onsen) จากสถานี JR Sendai (ทางออกตะวันตก) ขึ้นรถบัสที่จุดจอดรถบัสที่ 10 แล้วลงที่ Sakunami Onsen Motoyu

ShopBack Tips : ถ้าเที่ยวเซนไดช่วงต้นเดือนเมษายนเป็นช่วงที่เราได้สัมผัสความงามของดอกซากุระที่สะพรั่งไปทั้งญี่ปุ่น สำหรับปีนี้ เช็คกำหนดการบานของซากุระได้ที่อัพเดตพยากรณ์ซากุระ 2019 นอกจากนี้ก็ต้องวางแผนการเดินทางให้ดี สำหรับผู้มองหาตั๋วเครื่องบินและที่พัก ราคาประหยัด รีบแวะไปเช็คราคาได้ที่ Expedia นะคะ รีบจองก่อนเลย ได้ราคาดีกว่า
เป็นอย่างไรกันบ้างคะเที่ยวเซนได 5 สไตล์ 5 อารมณ์ กับสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเซนได หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่โทโฮกุของทุกท่านในครั้งหน้า หากตัดสินใจไปเที่ยวเซนไดแน่แล้วก็อย่ารีรอ รีบจองโรงแรมกับ Agoda, Booking.com หรือจะพักแบบ AirBnb ก็ได้ เพียงแค่จองผ่าน ShopBack ช้อป กิน เที่ยว ได้เงินคืน มีงบเหลือเอาไปซื้อของฝากจากญี่ปุ่นมาให้เพื่อนๆ ได้ด้วยนะ ขอให้เดินทางให้สนุกค่ะ

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments