เปิดตัว iPhone สรุปข้อมูลสำคัญ! Special Event 2018 

เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมานี้เอง สำหรับงาน Apple Special Event 2018 งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปีของ Apple หลังจากที่มีกระแสหลุดออกมาก่อนหน้ามากมาย ทั้งเรื่อง เปิดตัว Iphone รุ่นใหม่ ซึ่งก็มีมาจริงๆ แล้วก็พ่วงมาด้วยประกาศโละไอโฟนรุ่นเก่าๆ อย่าง iPhone SE, iPhone 6s, iPhone 8 PRODUCT(RED) และ iPhone X ให้ยกเลิกการขายไปเลยด้วยในคราวเดียว

เรียกได้ว่าใครที่กำลังถือไอโฟนรุ่นต่างๆ ในข้างต้นนี่ถึงกับมือสั่นกันเลยทีเดียวเชียว แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อไปนั้น เดี๋ยวเรามาดูสรุปข้อมูลสำคัญต่างๆ จากงาน Special Event 2018 ที่ ShopBack ได้รวบรวมมาให้กันก่อนดีกว่าค่ะ มาดูกันว่า Apple เค้าขนอะไรใหม่ๆ มาเปิดตัวกันบ้าง!

เปิดตัว-iphone_1
Image Credit : apple.com
  • Apple Special Event 2018

งาน Special Event ประจำปีนี้ นั้นจัดขึ้นที่ Steve Jobs Theater @Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Apple เค้าก็เปิดตัวมาด้วยวิดีโอโฆษณาที่โชว์ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของสำนักงานแห่งใหม่ที่ Apple Park ตามมาด้วย Tim Cook ซีอีโอของบริษัทฯ ขึ้นมากล่าวต้อนรับ พร้อมกับแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รุ่นที่ผ่านๆ มา ก่อนที่จะเข้าสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการเปิดตัว iphone ต่อไปค่ะ

เปิดตัว-iphone_2
Image Credit : businessinsider.com
  • Apple Watch Series 4

ของเล่นใหม่ชิ้นแรกจากงาน Apple Special Event 2018 ค่ะ ที่ต้องซึ่งต้องบอกว่าถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกเลยเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของ Apple Watch รวมถึง watchOS 5 ด้วยหน้าจอที่มีความโค้งมนมากยิ่งขึ้น และมีขนาดใหญ่ขึ้น 30% คือขนาด 40 มม. และ 44 มม. ส่วนปุ่ม Digital Crown ด้านข้างจะมีขอบสีแดงและตอบสนองการสั่นได้

ส่วนด้านหลังของตัวนาฬิกานั้นทำจากเซรามิคสีดำ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการปล่อยคลื่นวิทยุผ่านด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้สัญญาณโทรศัพท์เข้าถึงได้ดียิ่งขึ้น แถมลำโพงยังดังขึ้นมากถึง 50% อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการปรับแต่งมาสำหรับใช้โทรและใช้งาน Siri โดยเฉพาะเลยค่ะ

มาสู่ภายในกันบ้าง ใน Apple Watch Series 4 เค้าก็มาพร้อมชิพ S4 เจเนอเรชั่นถัดไปที่มีโปรเซสเซอร์ Dual Core 64 bit ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ เคลมว่าเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า มีระบบวัดชีพจรที่สามารถวัดได้เร็วขึ้นและละเอียดมากขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจจับได้ถึงการขยับท่าทางผิดพลาด เช่น เดินไปไหนแล้วหกล้ม หัวทิ่ม หน้าคะมำ อะไรยังไง ก็จะมีการส่ง SOS ออกมาทันที แถมยังเคลมความอึดถึกของแบตเตอรี่อีกด้วย ว่าสเปคระดับนี้ก็ยังสามารถใช้งานได้ยาวนานทั้งวันค่ะ

ราคา : Apple Watch Series 4 รุ่น 40 มม. อยู่ที่ประมาณ 13,500 บาท และ Apple Watch Series 4 รุ่น 44 มม. จะอยู่ที่ประมาณ 14,100 บาท

ShopBack Tips : พอมีข่าวเปิดตัว iphone แล้ว AIS Online Store จะเป็นที่นึงเลยที่ ShopBack เป็นต้องตามไปดูต่อเพื่อมองหาโปรโมชั่นดีๆ ซึ่งค่ายนี้แหละที่จะให้ส่วลดค่าเครื่องกับคุณสูงที่สุดแล้ว เน็ตก็เร็วแรงสะใจ สัญญาณก็มีทั่วไทยไม่ขาดๆ หายๆ แถมซื้อผ่าน ShopBack ยังจะได้เงินคืนไปอีก แล้วจะรออะไรอยู่เข้าไปดูเลยที่ AIS Online Store
เปิดตัว-iphone_3
Image Credit : theverge.com
  • iPhone Xs / iPhone Xs Max

ไอโฟนรุ่นใหม่ที่มีข่าวหลุดออกมามากมายก่อนหน้า โดยเปิดตัวมาเป็นคู่กันคือ iPhone XS ขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone XS Max ขนาด 6.5 นิ้ว, จอภาพ Super Retina, ชิป A12 bionic 7 nm (ตัวแรกในสมาร์ทโฟน), GPU 4 core, CPU 6 core และ Neural Engine ประมวลผลได้เร็วขึ้นถึง 30% ระบบกล้องคู่ที่เร็วขึ้น และที่พิเศษมากๆเลยก็คือ นี่จะเป็นครั้งแรกของไอโฟนที่เป็นเครื่องแบบซิมคู่!

และส่วนที่สำคัญมากๆของใครหลายคนค่ะ เริ่มกันที่กล้องหลัง มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอลและการซูมแบบออปติคอล 2 เท่า ในขณะที่เซ็นเซอร์ใหม่ก็เร็วขึ้น 2 เท่าด้วย ส่วนกล้องหน้าก็มีโหมดภาพถ่ายบุคคลมาให้ พร้อมการควบคุมระยะชัดลึก และใช้กับการถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้อง TrueDepth ได้ด้วย ทั้ง Memoji และการตรวจจับใบหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับแอพ ARKit

นอกจากนี้ยังมีแอบมาเอาใจสาวกชาวเกมเมอร์ทั้งหลาย ด้วยการเชิญ Todd Howard จาก Bethesda Game Studios (บริษัทผู้พัฒนา Fallout และ Skyrim) มาบนเวที เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนา iOS ของ Bethesda นอกจากนี้ยังมีการทดลองเล่นเกมส์แนว AR บนเวที เพื่อทดสอบความสามารถของ ARKit และคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ใช้การเรียนรู้ของระบบแบบเรียลไทม์ด้วย

เปิดตัว-iphone_4
Image Credit : phonearena.com
  • รายละเอียดสเปกของคร่าวๆ ของ iPhone Xs

  1. หน้าจอแสดงผลขนาด 8 นิ้วความละเอียด 1125 x 2436 พิกเซล ใช้หน้าจอแบบ OLED รองรับ 3D Touch
  2. ขนาด : ยาว 143.6 x กว้าง 70.9 x หนา 7.7 มม.
  3. หนัก : ยังไม่ระบุ
  4. ชิปเซ็ต : Apple A12 Bionic
  5. RAM : 4GB
  6. ROM : 64 / 256 / 512GB
  7. กล้องหลัง : เลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล F1.8 + 12 ล้านพิกเซล Tele Photo F2.4 พร้อมกับ Smart HDR, Quad LED Flash, Auto Focus
  8. กล้องหน้า : 7 ล้านพิกเซล
  9. ตัวเชื่อมต่อเสียง Lightning Port
  10. ซิมแบบนาโน + e SIM
  11. ระบบความปลอดภัย Face ID ใช้สแกนหน้าเพียงอย่างเดียว
  12. เชื่อมต่อ 4G LTE LTE ระดับ Gigabit
  13. แบตเตอรี่ขนาด ไม่ระบุความจุ รองรับ Quick Charge และ Wireless Charge
  14. สีตัวเครื่อง ทอง, เงิน, Space Gray
  • รายละเอียดสเปกของคร่าวๆ ของ iPhone Xs Max

  1. หน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้วความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล ใช้หน้าจอแบบ OLED รองรับ 3D Touch
  2. ขนาด : ยาว 157.5 x กว้าง 77.4 x หนา 7.9 มิลลิเมตร
  3. หนัก : 208 กรัม
  4. ชิปเซ็ตประมวลผล : Apple A12 Bionic
  5. RAM : 4GB
  6. ROM : 64 / 256 / 512GB
  7. กล้องหลัง : เลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล F1.8 + 12 ล้านพิกเซล Tele Photo F2.4 พร้อมกับ Smart HDR, Quad LED Flash, Auto Focus
  8. กล้องหน้า : 7 ล้านพิกเซล
  9. ตัวเชื่อมต่อเสียง Lightning Port
  10. ซิมแบบนาโน + e SIM
  11. ระบบความปลอดภัย Face ID ใช้สแกนหน้าเพียงอย่างเดียว
  12. เชื่อมต่อ 4G LTE LTE ระดับ Gigabit
  13. แบตเตอรี่ขนาด ไม่ระบุความจุ รองรับ Quick Charge และ Wireless Charge
  14. สีตัวเครื่อง ทอง, เงิน, Space Gray

ราคา : iPhone Xs ขนาดจอ OLED 5.8 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ $999 (ประมาณ 32,690 บาท) และ iPhone Xs Max ขนาดจอ OLED 6.5 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ $1,099  (ประมาณ 36,000 บาท)

ShopBack Tips : สำหรับใครที่เป็นสายแอนดรอยด์ ทางเราก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ ถ้าอยากมองหาสมาร์ทโฟนดีๆ ราคาเบาๆ (ไม่ต้องขายไต) สักเครื่อง ShopBack ก็อยากแนะนำให้ไปเลือกซื้อกันที่ Advice Online ได้ทั้งส่วนลดและเงินคืนจาก ShopBack รับรองว่าราคาเบาสมใจแน่นอน!
เปิดตัว-iphone_5
Image Credit : hypebeast.com
  • iPhone XR

ปิดท้ายกับไฮไลท์อย่าง iPhone XR ที่ร่ำลือกัน มาพร้อมสีสันให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ขาว, ดำ, น้ำเงิน, เหลือง Space Gray, Red, Copper วัสดุตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ส่วนด้านหลังที่เป็นกระจก ก็ทำให้สามารถชาร์จแบบไร้สายได้ ตัวเครื่องกันน้ำแบบ IP67 ใช้หน้าจอ LCD แบบเต็มกรอบ เรียกว่า Liquid Retina ชิปประมวลผลใช้ป็นตัวเดียวกับรุ่นพี่อย่าง iPhone Xs

ส่วนของกล้อง กล้องหลังจะมีความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล F1.8 ใช้ True Tone Flash ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถจัดการเรื่องของการคุมเพื่อให้ละลายหลังได้ง่ายขึ้น พร้อมกับปรับปรุง ISP ตัวใหม่ที่มี NPU เข้ามาเพื่อประมวลผลให้ภาพออกมาแนบเนียนมากขึ้น ส่วนกล้องหน้าก็เหมือน iPhone Xs เลยค่ะ

  • สรุปรายละเอียดสเปคของคร่าวๆ ของ iPhone XR

  1. หน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้วความละเอียด 828 x 1792 พิกเซล ใช้หน้าจอแบบ IPS LCD รองรับ 3D Touch
  2. ชิปเซ็ต : Apple A12 Bionic
  3. RAM : 3GB
  4. ROM : 64 / 128 / 256GB
  5. กล้องหลัง : 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Smart HDR, Quad LED Flash, Auto Focus
  6. กล้องหน้า : 7 ล้านพิกเซล
  7. ตัวเชื่อมต่อเสียง Lightning Port
  8. ซิมแบบนาโน + e SIM
  9. ระบบความปลอดภัย Face ID ใช้สแกนหน้าเพียงอย่างเดียว
  10. เชื่อมต่อ 4G LTE LTE-A
  11. แบตเตอรี่ขนาด ไม่ระบุความจุ รองรับ Quick Charge และ Wireless Charing
  12. สี: ดำ, แดง (Product Red), เหลือง, น้ำเงิน, น้ำตาลคอรัล

ราคา : iPhone XR รุ่นประหยัดจอ LCD ขนาดจอ 6.1 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ $749 (ประมาณ 24,500 บาท)

ShopBack Tips : อัปเดตจัดเต็มครบแล้วกับการเปิดตัว iPhone มาที่เรื่องสุดท้ายจริงๆแล้วค่ะ ShopBack จะบอกว่า iPhone Xs ตอนนี้เค้าก็ได้เปิดจองในกลุ่มประเทศแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ไม่มีประเทศไทย) และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 กันยายน ส่วน iPhone XR จะเปิดให้จองกันในวันที่ 19 ตุลาคม และวางจำหน่าย 26 ตุลาคม สำหรับในประเทศไทยนั้น ใครที่สนใจก็สามารถไปรอติดตามกันได้ที่ Apple Online Store และถ้าจะตัดสินใจซื้อก็อย่าลืมมาซื้อผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนกันไปด้วยล่ะ!

เป็นยังไงบ้างคะ สนใจอะไรยังไงกันอยู่หรือเปล่า ยังไงก่อนจะซื้อก็อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนให้ประหยัดได้มากกว่ากันด้วยนะคะ ♡

????สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อป สะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!!

????พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

????ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments