6 วิธีปฏิเสธเพื่อนยืมเงิน พร้อมวิธีรับมือคนยืมเงินไม่คืน ที่ได้ผลชัวร์!

เงิน เป็นวัตถุกลางที่ใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของหรือบริการได้ในโลกยุคนี้สมัยนี้ คนที่มีเงินหรือทรัพย์สิน สามารถได้สิ่งที่ต้องการตั้งแต่คน สัตว์ สิ่งของ แต่การจะได้เงินมานั้น ทุกคนก็ต้องทำงานหรือทำบางอย่างเพื่อแลกกับมันมา ดังนั้น เงินถือเป็นสิ่งที่มีค่า ที่เราควรรู้จักเก็บออมหรือใช้งานมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ซื้อของก็ควรซื้ออย่างคุ้มค่า ผ่าน ShopBack เพื่อให้ได้เงินคืนในทุกครั้งที่ซื้อของด้วย 😀 แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นคนใช้เงินเอง แต่มีคนอยากช่วยใช้เงินของเราให้ แต่เราอยากปฏิเสธจะทำยังไงดี! ShopBack มี 6 วิธีปฏิเสธคนยืมเงิน เพื่อนยืมเงินจะปฏิเสธอย่างไร พร้อมวิธีแก้ปัญหาคนยืมเงินไม่คืน ที่รับรองว่า ได้ผลแน่ๆ!

เทคนิคออมเงิน เพื่อนยืมเงิน ยืมเงิน ปฏิเสธอย่างไร ยืมเงินไม่คืน

  1. แสดงออกชัดเจน ว่าไม่ให้ยืมเงิน

วิธีรับมือเพื่อนยืมเงิน คนยืมเก่งวิธีแรก ชัดเจนไปเลยว่า ไม่ให้ใครยืมเงินตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนยืมเงิน หรือญาติ พี่น้อง ครอบครัว ก็แล้วแต่ เมื่อเราชัดเจนว่าไม่ให้ยืม มันก็ง่ายเลยที่จัดเซย์โน โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีข้ออ้างหรือเหตุผลว่า จะปฏิเสธอย่างไรดีน้า ไม่อยากให้เพื่อนยืมเงิน แล้วพอเราชัดเจนว่าไม่ให้ใครยืมเงิน คนก็ไม่กล้ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเราไปโดยปริยาย

วิธีเหมาะกับคนที่มีวินัยในการใช้ชีวิตระดับหนึ่งนะคะ คือ พึ่งพาตัวเองเป็น รู้จักดูแลตัวเอง เพราะถ้าเราไม่ให้ใครยืม เราก็ไม่ควรจะไปยืมเงิน หรือไหว้วานคนอื่นเช่นกันค่ะ

ShopBack Tips : วินัยทางการเงินแบบพื้นฐาน คือ ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยกับของสิ้นเปลือง หาเงินให้ได้มากกว่าเงินที่ใช้ เงินที่ได้มาก็เก็บออมด้วยส่วนหนึ่ง และเก็บก่อนใช้นะคะ ไม่ใช่ใช้แล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ เพราะมันมักจะไม่เหลือค่ะ และสุดท้ายคือ ทำประกันเผื่อเหตุไม่คาดฝัน โดยเฉพาะคนที่มีครอบครัว การทำประกันช่วยให้เรามีเงินช่วยเหลือจัดการชีวิตของเราเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เชื่อไหมตอนนี้ ShopBack มีตัวแทนประกันน่าสนใจที่ร่วมเป็นร้านค้ากับเราด้วยนะ เช่น Frank Insurance ซื้อแล้ว คุ้มครองเหมือนเดิม เพิ่มเติมตรงเงินค่าประกันที่จ่าย ShopBack มีเงินคืนให้ด้วย ซื้อประกันคุ้มกว่า ซื้อผ่าน ShopBack นี่แหละ เริ่ด

2. พูดตรงๆ และสั้นๆ

ตอนที่บอกปฏิเสธเพื่อนยืมเงิน ไม่ต้องอธิบายสถานะทางการเงินของคุณ เช่น ตอนนี้ฉันมีแพลนใช้เงินเรียนต่อโทด้านบริหารธุรกิจ ฉันจะเอาเงินไปศัลยกรรมที่เกาหลี บลาๆๆ ไม่ให้ก็คือไม่ให้ คนยืมเงิน อยากได้แค่เงิน ถ้าไม่ได้เงิน ก็ไม่ได้ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น และเป็นสิทธิของเราด้วยที่ไม่ต้องพูด

แต่ถ้ากลัวว่า บทสนทนาจะตัดรอนกันเกินไป ลองปฏิเสธแบบสุภาพแบบนี้ดูค่ะ

  • “ฉันไม่มีเงินพอให้ใครยืมได้เลยช่วงนี้”
  • “ฉันไม่ค่อยสบายใจเรื่องการให้ยืมเงินน่ะ”
  • “ขอโทษนะ แต่ให้ยืมไม่ได้จริงๆ”

ประโยคเหล่านี้ตรงไปตรงมา แต่ไม่หยาบ ไม่ห้วน ไม่ตัดรอนจนเกินไป และไม่ได้เปิดช่องให้คนมาขอยืมเงินได้อีกด้วยในอนาคต ให้จำไว้เสมอว่า มันเป็นเงินของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายสถานะหรือวิธีการใช้เงินของคุณกับใคร โดยเฉพาะเพื่อนยืมเงินของคุณ

เทคนิคออมเงิน เพื่อนยืมเงิน ยืมเงิน ปฏิเสธอย่างไร ยืมเงินไม่คืน

3. ขอเวลาตัดสินใจ

บางกรณี ก็อยากจริงๆ ที่จะพูดว่า ไม่ได้ ให้ยืมเงินไม่ได้ เช่น เพื่อนสนิท หรือญาติ หรือคนในครอบครัวเดินเจอหน้ากันทุกวันในบ้าน ถ้ารู้สึกโดนต้อนจนจนมุมมากๆ ลอง “ขอเวลา” คนยืมเงินว่า ขอฉันคิดดูก่อนนะ การยืมเงินเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ พวกเขาเองก็รู้ดี ไม่งั้นคงไม่บากหน้ามาขอยืมเงิน ถ้าคนมีมารยาทจริงๆ จะเข้าใจว่า ว่าที่เจ้าหนี้มีสิทธิคิดได้ว่าจะให้ยืมเงินดีหรือไม่

แต่ถ้าคุณพูดว่า ขอคิดดูก่อน นั่นหมายถึงการเปิดโอกาส การให้ความหวังว่าที่ลูกหนี้นะคะ ดังนั้นต้องบอกพวกเขาด้วยว่า ขอเวลานานแค่ไหน แล้วกลับไปคิดจริงๆ ว่า มีเงินพอจะให้ยืมหรือไม่ ให้เวลายืมได้นานแค่ไหน แล้วถ้าเขายืมเงินไม่คืน มีผลกระทบกับความสัมพันธ์แค่ไหนด้วย

ShopBack Tips : เวลา ช่วยเราได้หลายเรื่อง นอกจากการให้โอกาสคิดว่าจะให้ยืมเงินดีหรือไม่ เวลาช้อปปิ้งหรืออยากได้ของที่เรารู้สึกว่า ไม่ได้จำเป็นมาก อย่าเพิ่งรีบซื้อทันที ให้กลับไปคิดก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถ้าเวลาผ่านไปยังอยากได้อยู่ ให้เพิ่มไปอีก 1 สัปดาห์ ถ้าถึงเวลานั้นแล้ว เรามีเงินเหลือพอ ค่อยซื้อค่ะ เป็นวิธีการใช้เงินอย่างรู้คุณค่าที่ยั่งยืนสุดๆ แต่หลายคนบอกว่า ร้านค้าที่อยากซื้อมันอยู่ในมือ ใกล้ตัวมากๆ เช่น Lazada, Shopee, Zilingo เปิดโทรศัพท์ก็เจอแบบนี้ จะทำยังไง ถ้าอยากได้จริงๆ ก็ขอให้อดทนตามเวลาที่เราบอกค่ะ แล้วถ้าเวลาผ่านไปยังอยากได้อยู่ ก็ให้ซื้อไป แต่เข้า ShopBack ก่อน แล้วค่อยกดหาร้านค้าเหล่านี้ เพื่อรับเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารของเราเองเลย เงินที่ช้อปปิ้งออนไลน์ไปยังวกกลับมาอยู่ เก๋เว่อร์

4. เสนอความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ

นอกจากพูดว่า “ไม่” เราสามารถช่วยเหลือเพื่อนยืมเงิน หรือคนที่มายืมเงินในรูปแบบอื่นได้ เช่น ถ้าพวกเขาไม่มีเงิน เพราะไม่มีงานทำ ก็ช่วยหางานให้พวกเขาทำ ทำอาหารเผื่อพวกเขา พวกเขาจะได้ประหยัดเงินค่าอาหาร หรือหาวิธีกู้เงินวิธีอื่นให้พวกเขาแทน เช่น กู้เงินธนาคาร เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มาขอยืมเงินเรา ถ้าไม่ได้เงิน พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการวิธีหรือความช่วยเหลือแบบอื่น ดูท่าทีของพวกเขา ก่อนจะให้คำแนะนำด้วย

ประหยัดเงิน ช้อปปิ้ง เพื่อนยืมเงิน ยืมเงิน ปฏิเสธอย่างไร ยืมเงินไม่คืน

5. ให้ยืมแบบไม่หวังได้คืน

ถ้าจนแล้วจนรอด ยังไงก็รู้สึกว่าเพื่อนยืมเงิน หรือคนยืมเงินคนนี้ เราต้องช่วยจริงๆ ไม่ให้ไม่ได้จริงๆ ลองหาวิธีให้แบบที่เราคิดเสียว่า ให้เงินเป็นของขวัญไปเลย เช่น ใกล้วันเกิดของเพื่อนยืมเงิน หรือคนยืมเงินคนนี้ ก็ให้เงินเขายืม แล้วก็บอกเขาไปเลยว่า งั้นให้เป็นของขวัญวันเกิดแล้วกันนะ หรืออาจจะให้เป็นบัตรของขวัญ เวาเชอร์ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต พวกเขาจะได้พอเก็บเงินไปใช้จ่ายด้านอื่นที่จำเป็นมากกว่าแทน วิธีนี้เป็นวิธีการช่วยเรื่องเงินที่ลดความกระดากอายระหว่างกันได้มากเลยทีเดียวค่ะ

 

6. ไม่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินของตัวเอง

ถ้าต้องการลดแรงกดดัน หรือโอกาสที่เพื่อนยืมเงินจะแวะมาเยี่ยมเยียนคุณ การไม่เที่ยวบอกใครว่า ได้เงินเดือนเท่าไหร่ มีเงินเก็บที่ไหนบ้าง มีทรัพย์สินหนี้สินเท่าไหร่และอย่างไร คือสิ่งที่คุณควรทำ

ถ้ามีใครถามเรื่องเงิน อาจจะพูดแบบตีขลุม กลางๆ ว่า “ก็พออยู่ได้จ๊ะ” หรือ “พอมีพอกินเฉยๆ” ไม่ต้องบอกตัวเลขโต้งๆ ว่า มีเงินสำรองฉุกเฉินในบัญชีสามล้านบาท เพราะมันจะกลายเป็นสัญญะทางสังคมรอบตัวคุณอย่างหนึ่งทันทีว่า เงินฉุกเฉินนี้ อาจหมายถึง พอให้เพื่อนยืมเงินอย่างฉุกเฉินก็เป็นได้ 

ShopBack Tips : การคุยโม้โอ้อวดเรื่องสถานะทางการเงิน อาจเป็นการพาตัวเองไปสู่สถานการณ์เสี่ยงภัยถึงขั้น "โจรขึ้นบ้าน" ได้ หรือแม้ว่าจะไม่ได้พูด ยุคโซเชียลมีเดียแบบนี้ การอัดคลิปโชว์บรรยากาศบ้าน ห้องนอน ห้องนั่งเล่น จนเห็นสมบัติพัสถานทุกซอกมุม ก็เรียกภัยหาตัวได้เหมือนกันนะ
สถานการณ์เพื่อนยืมเงิน คนใกล้ตัวยืมเงิน เป็นเรื่องกระทบกระเทือนความสัมพันธ์มากที่สุดเลย ไม่ว่าจะให้หรือไม่ให้ก็ตาม เอาล่ะ แล้ว ถ้าเพื่อนยืมเงินไม่คืนล่ะ จะทำยังไง ShopBack มีวิธีรับมือสถานการณ์แบบนี้มาฝากเช่นกัน

  • พูดตรงๆ ขอเงินคืนแบบตรงไปตรงมา ถ้าอีกฝ่ายตีมึน ทำเป็นงง ไม่ยอมคืน ก็ย้อนสถานการณ์ยืมเงินให้ฟังเลย ยืมไปเท่าไหร่ ยืมเรื่องอะไร ให้เหตุผลว่าอะไร และบอกว่าจะคืนเมื่อไหร่
  • บอกลูกหนี้ว่า จำเป็นต้องใช้เงินแล้วเหมือนกัน จะคืนได้เมื่อไหร่ ระบุวันเวลาที่จะต้องคืนด้วย
  • ขอเงินคืนแบบอ้อมๆ เช่น “โอ๊ย กระเป๋าใหม่หรอ สวยจังเลย แกมีเงินซื้อกระเป๋าแล้ว เงินของฉันที่ยืมไป ตอนนี้มีคืนได้แล้วใช่ไหม” อย่าทำเสียงจริงจังดุดันมาก แต่สบตาลูกหนี้ทุกคำที่พูดให้รู้ว่า เอาจริง ไม่ได้พูดเล่น
  • พูดเปิดใจกับลูกหนี้ ว่าอยากได้เงินคืน พูดเลยว่า ที่ให้ยืมเพราะเชื่อใจนะ และอยากให้ลูกหนี้รักษาคำพูดเพื่อรักษามิตรภาพของเราด้วย

ก่อนจากกัน จำไว้อย่างหนึ่งว่า เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวหรือไกลตัว ดังนั้น ถ้าไม่อยากเจอเคสเพื่อนยืมเงินไม่คืน ก็อย่าด่วนปากเร็ว ตัดสินใจเร็ว และให้ใครยืมเงินทุกครั้ง ควรเก็บหลักฐาน เช่น อัดคลิปเสียง วิดีโอ หรือเซ็นสัญญายืมเงินทุกครั้ง ด้วยความปรารถนาดีจาก ShopBack เจ้าแม่นักบริหารเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เงินแล้วได้เงินคืนทุกครั้ง อิอิ

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments