สะเทือนแป้นคีย์บอร์ดคนไทยถ้วนหน้า! เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกาศผ่าน “ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ‘พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ’ ” ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 133 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง และงดออกเสียง 16 เสียง ภายในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ของวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการปรับแก้ประเด็นที่เสี่ยงจะถูกนำมาใช้ละเมิดสิทธิของประชาชน นับตั้งแต่ที่รัฐบาลเฉพาะกาลพยายามผลักดัน พรบ ไซเบอร์ มาตั้งแต่ปี 2558 หรือประมาณ 4 ปีมาแล้ว ท่ามความกังวลว่า กฎหมายดังกล่าว จะเปิดช่องให้รัฐเข้าถึงข้อมูลการสื่อสาร การแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ เช่น แอพแชท แอพหาคู่ หรือการส่งข้อความใดๆ ทางอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล หรือเหตุผลที่สมควร

เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจ พรบ ไซเบอร์ ฉบับนี้ง่ายและรวดเร็วที่สุด ShopBack มีสรุป พรบ ไซเบอร์ ถึงที่มาของร่างกฎหมายฉบับนี้ หากร่างกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้จริงอย่างเป็นทางการจะเป็นอย่างไร พร้อมอัพเดต 7  แอพแชท ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ให้ทราบกันด้วย

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์’ ซึ่งให้คำอธิบายว่า จำเป็นต้องสร้างความมั่นคงปลอดภัยในระบบ (network) และข้อมูล (data) และให้คำนิยามว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หมายถึง การกระทำที่สร้างความเสียหายต่อระบบและข้อมูลที่ทำให้ระบบและข้อมูลนั้นไม่เป็นความลับ ไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หรือขาดความครบถ้วนสมบูรณ์ โดยระบุไว้ใน ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ ในมาตรา 3 ว่า
 
“ภัยคุกคามไซเบอร์ หมายถึง การกระทำหรือดำเนินการใดๆ โดยมิชอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุุษร้าย หรือ เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง”
 
ซึ่งนิยามภัยคุกคามไซเบอร์ ตาม ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ ในมาตรา 3 หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์ ข้อมูล หรือโปรแกรม เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่คอมพิวเตอร์ การทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น หรือการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล
 
ShopBack Tips : ความรู้เรื่องกฎหมายบ้านเมืองเป็นสิ่งสำคัญ และในเวลาเดียวกันเพื่อให้ทันกับโลกภายนอก ก็ควรศึกษากฎหมายหรือเรื่องราวของประเทศอื่นๆ ไว้ด้วย แนะนำร้านหนังสือ Book Depository ร้านหนังสือออนไลน์ที่สั่งได้จากทั่วโลก ส่งตรงถึงที่หมาย แถมมีส่วนลดเยอะ ตอนนี้สั่งผ่าน ShopBack ได้แล้ว ดังนั้นได้เงินคืนเพิ่มอีกด้วยนะ
  • กฎหมายไซเบอร์คุ้มครองคน แล้วทำไมต้องกังวล?

ความกังวลต่อร่างกฎหมายสุดแสนทันสมัยนี้ ที่ประชาชนทุกคนที่ใช้แอพแชทในไทยรู้สึกได้เกิดขึ้น เพราะแม้ว่า ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ มาตรา 3 จะตีกรอบให้ภัยคุกคามไซเบอร์ หมายถึง การโจมตีข้อมูลและระบบทางไซเบอร์ ทำให้กฎหมายนี้ไม่อาจเอามาใช้เพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาลได้
 
แต่ในมาตรา 59 กลับมีการตีความ ‘ขยาย’ ความหมายของภัยคุกคามไซเบอร์ให้กว้างขึ้น จากการแบ่งภัยคุกคามไซเบอร์ ก่อนอื่นมาดูว่า มาตรากฎหมายที่ขยายแบ่งออกเป็น 3 ระดับ มีอะไรบ้าง
 
1) ระดับไม่ร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศหรือการให้บริการของรัฐด้อยประสิทธิภาพลง
 
2) ระดับร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีผลทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านความมั่นคงของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ การสาธารณสุข ความปลอดภัยสาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่สามารถทำงานหรือให้บริการได้
 
3) ระดับวิกฤติ แบ่งออกเป็น 2 ข้อย่อย คือ

3.1) ภัยคุกคามจากการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้าง ทำให้การทำงานของหน่วยงานรัฐ การให้บริการของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศที่ให้กับประชาชนล้มเหลวทั้งระบบ จนรัฐควบคุมไม่ได้และเสี่ยงจะทำให้บุคคลจำนวนมากเสียชีวิตหรือระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์จำนวนมากถูกทำลายเป็นวงกว้างในระดับประเทศ

3.2) ภัยคุกคามทางไซเบอร์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรืออาจทำให้ประเทศหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขันหรือมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา การรบหรือการสงคราม

 
ข้อที่น่ากังวลคือ ข้อ 3.2 เพราะตัวร่างกฎหมายจงใจใช้ถ้อยคำที่ตีความได้กว้างมากขึ้น ตรงที่เขียนว่า “อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียงร้อยของประชาชนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ..” การเขียนกฎหมายเช่นนี้ เสียงต่อการที่ในอนาคตอาจมีผู้ที่เจตนาไม่ดี ตีความให้คำว่า “ภัยคุกคามไซเบอร์” ครอบคลุมถึงประเด็น “เนื้อหา” บนโลกออนไลน์มากกว่าเรื่องของเทคนิคหรือระบบ ส่งผลให้ภายใต้อำนาจตามกฎหมายนี้ เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลของประชาชนได้ เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นต่างและทำกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลในขณะนั้น

ShopBack Tips : ช้อปปิ้งออนไลน์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่น่าจับตามองว่า จะถูกจับตาโดยรัฐหรือไม่ แต่ถ้าเราไม่ได้ซื้อของผิดกฎหมายบ้านเมือง ของใช้ทั่วไปก็ไม่ต้องกังวล ถ้าชอบช้อปปิ้งของทั่วไป แนะนำ Shopee ร้านค้าออนไลน์ ที่มีของให้เลือกหลากหลายประเภทเลย แล้วตอนนี้ซื้อผ่าน ShopBack ได้แล้วด้วย ก็จะได้เงินคืนด้วยนะ
แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

  • อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อร่างกฎหมาย พรบ ไซเบอร์ ผ่านแล้ว

ต่อไปนี้ เป็นข้อมูลที่ประชาชนที่สื่อสารกันทางออนไลน์ ผู้ใช้งานแอพแชท แอพส่งข้อความ อีเมลฯ ใดๆ ควรรู้ไว้

1. เจ้าหน้าที่ขอข้อมูลจากใครก็ได้

เจ้าหน้าที่มีอำนาจขอความร่วมมือจากบุคคลให้มาให้ข้อมูล หรือทำข้อมูลเป็นหนังสือเกี่ยวกับภัยคุกคามไซเบอร์ และสามารถขอข้อมูล เอกสาร หรือสำเนาข้อมูล ที่อยู่ในการครอบครองของผู้อื่นได้ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ รวมถึงสามารถเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์หรือสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองสถานที่นั้น (มาตรา 61)

2. เจ้าหน้าที่ยึด-ค้น-เจาะระบบ-ทำสำเนาได้โดยไม่ต้องขอหมายจากศาล กรณีเร่งด่วน

หากเจ้าหน้าที่เห็นว่า มีภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับที่ร้ายแรงขึ้นไป จะสามารถตรวจค้นสถานที่ได้ และสามารถค้นคอมพิวเตอร์ เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ เจาะระบบ หรือทำสำเนาเอาข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์หรือในระบบคอมพิวเตอร์ไปได้ รวมถึงสามารถยึดหรืออายัดคอมพิวเตอร์ไว้ได้ โดยไม่ต้องยื่นขอหมายศาล หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์ (มาตรา 65)

3. เจ้าหน้าที่สอดส่องข้อมูลได้แบบ Real-time เมื่อมีภัยคุกคามร้ายแรง

เจ้าหน้าที่มีอำนาจขอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและต่อเนื่อง (ข้อมูลแบบ Real-time) จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามไซเบอร์ หากเห็นว่า มีภัยคุกคามระดับร้ายแรงหรือวิกฤติ และเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ประเมินผล รับมือ ปราบปราม ระงับ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (มาตรา 67 วรรคสอง)

4. สภาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นผู้สั่งการ เมื่อมีภัยคุกคามในระดับวิกฤติ 

สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ประกอบไปด้วย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จะอนุมัติหรือสั่งการให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อป้องกัน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามดังกล่าวได้ (มาตรา 66)

5. ข้อมูลการสื่อสารที่เจ้าหน้าที่ได้ไป นำไปใช้ดำเนินคดีข้อหาอื่นได้

เจ้าหน้าที่สามารถส่งมอบข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมาจากการเข้าถึงด้วยอำนาจพิเศษนี้ โดยเฉพาะข้อมูลที่แสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการดำเนินคดีในข้อหาอื่น นอกเหนือจากการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ ได้ (มาตรา 69 วรรคสอง)

6. คอมพิวเตอร์มีไวรัส มีโอกาสติดคุก

เจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งไปยังบุคคลผู้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือ ให้ดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ได้ ดังนี้ (มาตรา 64)

1) ให้เฝ้าระวังคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง
2) ตรวจสอบคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อบกพร่อง
3) ดำเนินการแก้ไขภัยคุกคามไซเบอร์หรือข้อบกพร่อง หรือกำจัดชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ (กำจัดไวรัส)
4) รักษาสถานะของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์เพื่อดำเนินการทางนิติวิทยาศาสตร์
5) เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

ShopBack Tips : อุปกรณ์ไอทียุคนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการค้าโดยเฉพาะ เป็นต้นว่าการใช้งานจะมีอายุสั้น รองรับซอฟท์แวร์ที่พัฒนาใหม่ๆ ไม่ค่อยได้ หลังจากใช้งานอุปกรณ์ไปสัก 5 ปีขึ้นไป หากมีเหตุต้องซื้ออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ใหม่ๆ แนะนำ Power Buy ร้านขายอุปกรณ์ไอทีคุณภาพ มั่นใจ เชื่อถือได้ ตอนนี้ซื้อผ่าน ShopBack ได้แล้วด้วย ก็จะได้เงินคืนอีกต่างหาก
แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

ทราบกันพอสมควรแล้วนะคะว่า ร่างกฎหมายที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อพวกเราที่มีเครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นอุปกรณ์หลักในการดำรงชีวิตกันยังไงบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ พักจากเรื่องหนักๆ ShopBack มีเกร็ดน่ารู้ เกี่ยวกับ แอพแชท หรือแอพพลิเคชั่นรับส่งข้อความที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดทั่วโลก อัพเดต มกราคม 2019 มาดูกันว่ามีแอพอะไรบ้าง

  • แอพแชท หรือแอพพลิเคชั่นรับส่งข้อความที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดทั่วโลก ปี 2019

#1. WhatsApp

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

WhatsApp เป็นแอพแชทที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกถึง 1,500 ล้านคน ซึ่งความนิยมเกิดจากการที่มีระบบป้องกันนิรภัยสูง ข้อมูลไม่รั่วไหลง่าย ผู้ใช้งานของแอพแชทส่งข้อความหลักๆ ของแอพ เป็นประชากรทวีปแอฟริกาใต้ อังกฤษ และเอเชียใต้

#2. Facebook Messenger

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

ตามมาติดๆ คือ Facebook Messenger มีผู้ใช้งานมากถึง 1,300 ล้านคน ความน่าสนใจคือ เจ้าของแอพแชทคือ Facebook พยายามพัฒนาให้ตัวแอพทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดแนวดิจิตอลมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ยากอะไร เพราะ Facebook เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานได้อยู่แล้ว รู้หมดว่าพวกเขาเป็นใคร มีนิสัยการใช้งานโซเชียลมีเดียยังไง ซื้อของออนไลน์ไหม

#3. WeChat

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

WeChat ผู้ใช้งานหลักๆ อยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับต้น ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน WeChat ประมาณ 1,083 ล้านคน ใช้ในจีนหรือนอกจีนก็ได้ WeChat ไม่ใช่เพียงแค่ใช้รับส่งข้อความ แต่ยังเป็นโซเชียลมีเดียในตัว รวมถึงเป็นช่องทางการชำระเงินแบบดิจิตอลได้ด้วย

#4. QQ Mobile

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

แอพแชท QQ มีบริษัทแม่เดียวกับ WeChat คือ Tencent มีผู้ใช้งานมากกว่า 803 ล้านคนทั่วโลก โดยในกลุ่ม QQ ก็มีผลิตภัณฑ์อย่างอื่นด้วยเช่นกัน เช่น เกมออนไลน์ เพลง ช้อปปิ้ง บล็อกส่วนตัว ภาพยนตร์ กลุ่มสังคมออนไลน์ และแชทเสียง

#5. Skype

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

Skype แอพแชทนี้มีผู้ใช้งานอย่างน้อย 300 ล้านคน ซึ่งคุณสมบัติหลักๆ ที่นักแชทรู้จักกันดีคือ สามารถใช้เป็นโทรศัพท์ก็ได้ด้วยเช่นกัน แถมยังมีความส่วนตัวสูง เพราะการโทรผ่าน Skype จะไม่แสดงหมายเลขโทรออก หรือแสดงหมายเลขที่ปลายสายไม่สามารถติดต่อกลับมาได้

#6. Viber

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

Viber แอพแชทที่ไม่ค่อยป๊อปมากในไทย แต่มีผู้ใช้งานรวมๆ แล้วกว่า 287 ล้านคนทั่วโลกนะจ๊ะ มาจากระบบความปลอดภัยด้านข้อมูลในการใช้งาน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่อยู่ในประเทศคีร์กีซสถาน ยูเครน เบลารุซ อาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน บอสเนีย และเฮซโกวินา

#7. LINE

แอพแชท พรบ ไซเบอร์ แอพหาคู่ ส่งข้อความ

แอพแชทยอดนิยมของคนไทย อยู่ในอันดับ 7 ของโลก มีผู้ใช้งานราว 200 ล้านคนทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย นอกจากเป็นแอพพลิเคชั่นรับส่งข้อความแล้ว แอพนี้ยังพัฒนาบริการอื่นๆ อีก เช่น บริการส่งของ ขนส่ง LINE MAN สื่อ ฮับรายการโทรทัศน์ (ออกแนวยูทูบและ Netflix รวมกัน) ด้วยการพัฒนาตัวเองทุกแง่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน ส่งผลให้มีผู้ใช้งานมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องของกฎหมาย เป็นเรื่องสำคัญที่เราควรรู้ เพราะมันสามารถชี้เป็นชี้ตายกับการกระทำหรือไม่กระทำเรื่องต่างๆ ของเราได้นะคะ ซึ่งกฎหมายไซเบอร์ หรือ พรบ ไซเบอร์ ใกล้ตัวของคนรุ่นใหม่สุดๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ แทบตลอดเวลา

ที่มาอ้างอิง : 

ilaw.or.th/node/5173

library.senate.go.th

statista.com/statistics/258749/most-popular-global-mobile-messenger-apps/

inc.com/larry-kim/the-top-7-messenger-apps-in-world.html

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments