วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีคือวันสตรีสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำคัญของผู้หญิงทั่วโลก เพื่อให้ชาวโลกตระหนักถึงคุณค่าของผู้หญิงในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ เพราะเพศหญิงเองก็มีความสามารถและมีคุณค่าทัดเทียมกับเพศชายเช่นกัน อย่างที่เรารู้กันดีว่าในประวัติศาสตร์หรือแม้กระทั่งปัจจุบันปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศเองก็ยังมีอยู่ แต่อย่างไรก็ตามยังมีผู้หญิงเก่งที่เรียกได้ว่าเป็นยอดหญิงใจเด็ด ที่มีความสามารถโดดเด่นและฝากผลงานอันทรงคุณค่าเอาไว้ให้กับโลกของเราท่ามกลางปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ จนได้รับการจารึกเป็นยอดหญิงเก่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งในวันนี้ ShopBack Blog จะพาทุกคนไปรู้จักกับพวกเธอกันค่ะ

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

 

ShopBack ชวนฟัง : “Blog เล่า” ช่องที่จะพาคุณฟัง เรื่อง Unseen ครอบจักรวาล ที่คุณควรจะรู้ แต่ยังไม่รู้!

❤︎ ฟังสบาย Unseen ได้ทุกเดือนที่ Youtube : Blog เล่า
❤︎ อัปเดตเรื่องราว Unseen กันต่อได้อีกที่ twitter : @BlogLao_Unseen

5 ผู้หญิงเก่งในประวัติศาสตร์ ผู้ต่อสู้ในแบบฉบับของตัวเองท่ามกลางปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ

  • Mary Jackson ผู้หญิงที่พามนุษย์ไปดวงจันทร์ 

ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ, ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ
Image Credit : nasa.gov

หากใครเคยดูหนังเรื่อง Hidden Figures คงคุ้นเคยกับเรื่องราวของหญิงสาวผิวสีที่ทำงานอยู่ NASA และมีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์การพามนุษย์ไปดวงจันทร์ เธอคนนั้นก็คือ Mary W. Jackson วิศวกรสาวเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกของ NASA นั่นเอง โดยแรกเริ่มนั้นเธอทำงานอยู่ที่หน่วยคอมพิวเตอร์พื้นที่ตะวันตกที่แยกออกมาจากศูนย์วิจัยในแลงลีย์ของหน่วยงานแฮมป์ตัน รัฐเวอร์จิเนีย เธอผู้เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์และวิศวกรการบินและอวกาศได้ดำเนินโครงการที่มีอิทธิพลต่อการจ้างงานและส่งเสริมสตรีในอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ของ NASA จนกระทั่งได้รับรางวัลเหรียญทองจากสภาคองเกรสในปี 2019 นับเป็นผู้หญิงเก่งที่ฝ่าฟันทั้งปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ เชื้อชาติ และสีผิว จนก้าวขึ้นมายืนอยู่แนวหน้าของ NASA ในที่สุด

Mary W. Jackson เกิดและเติบโตในเมืองแฮมป์ตัน รัฐเวอร์จิเนีย เธอฉายแววอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก กระทั่งเรียนจบมัธยมปลายและแต่งงานกับสามีผู้เป็นนักบัญชีจากนั้นจึงเริ่มทำงานในตำแหน่งเลขานุการกองทัพสหรัฐฯ ก่อนเริ่มอาชีพด้านวิศวกรการบินและอวกาศในปีพ. ศ. 2494 เพราะได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ปรึกษาแห่งชาติด้านการบิน เธอเริ่มต้นอาชีพที่ NASA จากการเป็นนักคณิตศาสตร์ และเคยทำงานภายใต้หน่วยคอมพิวเตอร์พื้นที่ตะวันตก “Hidden Figure” จากนั้นจึงได้รับเสนอชื่อให้ทำงานในอุโมงค์แรงดันซูเปอร์โซนิคและได้รับการแนะนำให้เข้าอบรมเพื่อเลื่อนขั้นเป็นวิศวกร ซึ่งในที่อบรมเธอต้องร่วมเรียนกับคนผิวขาวทั้งหมดกระทั่งจบหลักสูตรและได้เป็นวิศวกรหญิงผิวสีคนแรกของ NASA จนมีโอกาสเข้ามามีบทบาทในการส่งยานอพอลโล่ 11 ขึ้นสู่ดวงจันทร์จนประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเธอก็สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในผู้ส่งเสริมการจ้างงานของสตรีในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ของผู้ชายเท่านั้น

เพื่อเป็นเกียรติแก่ Mary W. Jackson และทีมงานเงา “Hidden Figures” ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ NASA พวกเขาได้เปลี่ยนชื่อถนนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่เป็น Hidden Figures Way ส่วน Mary W. Jackson นั้นเธอเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2548 ขณะมีอายุได้ 83 ปี

https://app.shopback.com/BlogRAF

  • Zenobia ราชินีผู้ยึดกรุงโรม 

ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ, ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ
Image Credit : historyhustle.com

Palmyra เมืองอันมั่งคั่งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ตั้งอยู่ใกล้กับเขตแดนของจักรวรรดิโรมัน ในช่วงศตวรรษที่สาม ณ สถานที่แห่งนี้เปรียบได้กับเวทีแสดงพลังท่ามกลางปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศของราชินี Zenobia เพราะเธอเล็งเห็นแล้วว่าจักรวรรดิเกิดความระส่ำระสายและต้องเจอภัยคุกคามจากทุกด้าน และนั่นก็คือโอกาสของเธอ

Palmyra เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมืองแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของโรมันและยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางยุทศาสตร์และเศรษฐกิจที่สำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นจุดแวะพักที่สำคัญของกองคาราวานจนได้รับฉายา “ไข่มุกแห่งทะเลทราย” ในช่วงกลางศตวรรษที่สามแม้เมืองที่สวยงามและมั่งคั่งแห่งนี้จะสงบและเป็นอิสระ แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน ซึ่ง Zenobia พยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ แม้ประวัติของเธอจะไม่ชัดเจนนัก แต่นักวิชาการบางส่วนได้ระบุว่าราชินี Zenobia อาจเป็นญาติของปโตเลมีและคลีโอพัตรา ส่วนด้านการศึกษานั้นไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ Edward Gibbon ได้เขียนบรรยายเกี่ยวกับตัวเธอเอาไว้ในหนังสือ The History of the Decline and Fall of the Roman Empire ว่า เธอเป็นยอดหญิงอัจฉริยะที่มีความสามารถเหนือกว่าความเป็นเพศหญิง มีการศึกษาเป็นอย่างดีและรู้ทั้งภาษาละติน กรีก ซีเรีย และอียิปต์ เธอส่งเสริมประชาชนทั้งด้านการศึกษา สิทธิสตรี และยังเป็นราชีนีนักรบด้วย 

Zenobia แต่งงานกับ Odaenathus ซึ่งเป็นผู้ปกครองของ Palmyra แต่เขากลับถูกปลงพระชนม์ เมื่อลูกชายขึ้นครองเมือง เธอจึงเข้ามาทำหน้าที่ปกครองแทนโอรสของตัวเอง ซึ่งในระหว่างนี้เองที่ราชินี Zenobia เริ่มเล็งเห็นความอ่อนแอของโรมัน เธอเริ่มตั้งกองทัพ บุกยึดอาณาจักรต่างๆ ของโรมัน แม้แต่อียิปต์เองเธอก็สามารถยึดมาได้ ในที่สุดก็ปลดแอก Palmyra ให้เป็นอิสระจากโรมัน แต่แน่นอนว่าทางโรมันเองก็ไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ พวกเขายังตามล่าตัวเธอและยังรบพุ่งกันอยู่เสมอจนวันหนึ่งกองทัพของเธอก็ถูกล้อมจนได้ ส่วนเรื่องราวจุดจบของราชินี Zenobia นั้นไม่แน่ชัด แต่ไม่ว่าชะตากรรมของเธอจะเป็นอย่างไร สิ่งที่นางกระทำมาตลอดชีวิตก็ได้พิสูจน์ความสามารถท่ามกลางปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ และแสดงให้เห็นว่าสตรีโบราณก็มีความรู้ ความสามารถ ทั้งด้านภาษา การเมืองการปกครอง และการรบไม่ต่างไปจากเพศชายเลยค่ะ

ShopBack Tips : โรมันเป็นอาณาจักรที่มีอิทธิพลต่ออารยธรรมโบราณอย่างมาก ทั้งด้านกฎหมาย สังคม การเมือง แม้แต่การตั้งชื่อเดือน 12 เดือน ใครอยากไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกรุงโรมด้วยตัวเอง หมดโควิดแล้วจองที่พักและตั๋วเครื่องบินกับ ทริปดอทคอม ไปเที่ยวได้เลย แถมจองผ่าน ShopBack ประหยัดได้มากกว่าเพราะได้เงินคืนด้วย

จอง Trip.com ผ่าน ShopBack คลิก!

  • Veronica Franco โสเภณีผู้พิชิตใจพระเจ้าเฮนรี่ที่ 3 

ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ, ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ
Image Credit : wikipedia.org

Veronica Franco เกิดเมื่อปี 1546 เธอคือกวีชาวอิตาลีและโสเภณีแห่งเวนิส ในช่วงศตวรรษที่ 16 เธอมีลูกค้าที่มีชื่อเสียงมากมายและยังได้ชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดสตรีนิยมผ่านวรรณกรรมและงานการกุศล จากประวัติและผลงานของเธอนี่เองที่ทำให้ Veronica Franco เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการศึกษาแนวคิดมนุษยนิยมช่วงยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาตอนปลาย

Veronica แตกต่างจากโสเภนีอื่นๆ เพราะเธอได้รับการศึกษาด้านมนุษยนิยมตั้งแต่ยังเด็กจากครูสอนพิเศษของพี่ชาย เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับหญิงสาวในเวนิส นอกจากนี้เธอยังได้เรียนรู้กับนักเขียนและจิตรกรจนมีโอกาสรู้จักกับ Domenico Venier ผู้อุปถัมภ์และที่ปรึกษาของนักเขียนสตรี ส่วนชีวิตการแต่งงานของ Franco เธอแต่งงานกับนายแพทย์ผู้ร่ำรวยชื่อ Paolo Panizza เมื่ออายุ 18 ปี และใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขาสั้นๆ หลังจากนั้นก็เลิกรากันแต่เธอเองก็ตั้งครรภ์หลายครั้งกับลูกค้าของเธอ กระทั่งมีโอกาสได้รู้จักกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 3 และเขาเองก็กลายเป็นลูกค้าประจำของเธอ

Franco ตีพิมพ์หนังสือกวีนิพนธ์ที่สำคัญ 2 เล่ม คือ Terze rime ในปี 1575 และ Lettere familiari a diversi ในปี 1580 นอกจากนี้ยังตีพิมพ์หนังสือรวมจดหมายและผลงานของนักเขียนชั้นนำคนอื่นในกวีนิพนธ์ เธอประสบความสำเร็จในงานเขียน นอกจากนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลเพื่อโสเภณีและเด็กที่เกิดจากโสเภณีด้วย แม้วาระสุดท้ายของ Veronica Franco จะไม่มีบันทึกไว้ชัดเจน บ้างก็ว่าเธอเสียชีวิตจากโรคระบาด บ้างก็ว่าเพราะความยากจน แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็เป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ มีผลงานที่มีคุณค่ามากมาย และยังเป็นผู้ริเริ่มให้ความสำคัญกับเพศหญิงท่ามกลางปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา

ShopBack Tips : แม้เรื่องราวของ Veronica และพระเจ้าเฮนรี่ที่ 3 จะไม่ได้งดงามเหมือนตำนานความรักทั่วไป แต่มันก็แสดงให้เราเห็นว่าความรู้ความสามารถก็เป็นอาวุธที่ผู้หญิงใช้พิชิตใจชายได้เช่นกัน แต่นอกจากนั้นอย่าลืมหมั่นดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอทั้งภายในและภายนอกด้วยนะคะ ไปช้อปเสื้อผ้าสวยๆ จาก โพเมโล่ แฟชั่น มาใส่เพิ่มความมั่นใจ ให้เรามีพลังแบบผู้หญิงยุคใหม่ในทุกวันกันได้เลย ช้อปผ่าน ShopBack ได้เงินคืนด้วยนะ

ช้อป Pomelo Fashion ผ่าน ShopBack คลิก!

  • Nettie stevens ผู้ค้นพบโครโมโซมเพศ 

ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ, ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ
Image Credit : britannica.com

ในอดีตเป็นเรื่องยากมากที่ผู้หญิงจะได้รับการยอมรับในแวดวงวิทยาศาสตร์และการแพทย์ แต่ท่ามกลางปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศที่เกิดขึ้น ยังมีหญิงสาวมากความสามารถผู้เข้ามาเปลี่ยนความเชื่อเรื่องเพศไปตลอดกาล นั่นก็คือ Nettie Stevens เธอเกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2404 ในเมืองคาเวนดิช เวอร์มอนต์ เธอคือนักชีววิทยาและนักพันธุศาตร์ชาวอเมริกันคนแรกที่ค้นพบว่า เพศ ถูกกำหนดด้วยสิ่งที่เรียกว่าโครโมโซมในร่างกาย

ตลอดชีวิตการเรียนและการทำงานของ Stevens เธอไม่เคยหยุดค้นคว้า งานวิจัยช่วงแรกสุดของเธอเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัณฐานวิทยาและอนุกรมวิธานของโปรโตซัวโดยบทความชิ้นแรกได้รับการตีพิมพ์ในปีพ.ศ.2444 จากนั้นเธอจึงเริ่มหันไปให้ความสนใจการศึกษาเกี่ยวกับเซลล์และกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ ซึ่งการวิจัยนี้นำเธอเข้ามาสู่การศึกษาเรื่องโครโมโซม และในที่สุดปีพ.ศ.2448 หลังการทดลองกับหนอนเหลือง (Tenebrio molitor) เธอได้ประกาศการค้นพบโครโมโซมที่เรียกว่า X และ Y ซึ่งเป็นตัวกำหนดเพศของแต่ละบุคคล ซึ่งการค้นพบอันยิ่งใหญ่นี้ไม่เพียงหยุดการถกเถียงเรื่องที่มาของเพศเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่การเชื่อมโยงกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมอีกด้วย

ในอดีตผู้หญิงหลายคนต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงและการถูกตำหนิเพราะไม่สามารถมีลูกชายได้ ทั้งที่ความจริงแล้วโครโมโซมที่ได้รับการถ่ายทอดจากพ่อต่างหากคือปัจจัยกำหนดเพศของเด็กที่จะเกิดมา และ Nettie Stevens ก็คือผู้หญิงเก่งที่ค้นพบเรื่องนี้นั่นเองค่ะ

  • Marie Stopes การตั้งครรภ์เป็นสิทธิ์ของผู้หญิงที่สามารถเลือกเองได้ 

ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ, ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ
Image Credit : collectionimages.npg.org.uk

หนึ่งในปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือเรื่องการตั้งครรภ์และยุติการตั้งครรภ์ที่ยังเป็นที่ถกเถียงแม้หญิงสาวหลายคนจะเรียกร้องสิทธิในร่างกายของตัวเองเพราะพวกเธอเองก็ต้องการ “เลือก” เองได้เช่นกัน และผู้ที่ทำให้เกิดความตระหนักรวมถึงผลักดันประเด็นปัญหานี้อย่างจริงจังก็คือ Marie Stopes

Marie Stopes สร้างความตื่นตะลึงให้คนทั้งโลก เธอเขียนคู่มือการมีเพศสัมพันธ์สำหรับผู้หญิงและยังเป็นผู้บุกเบิกการคุมกำเนิดอีกด้วย! โดยเธอได้ตั้งคลินิกคุมกำเนิดแห่งแรกในปีพ.ศ.2464 เธอศึกษาเกี่ยวกับพืชและถ่านหินซึ่งเธอเองก็มีผลงานวิจัยออกมามากมายแต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับและยังถูกกีดกันไม่ให้แสดงผลงานวิชาการเพียงเพราะเป็น “ผู้หญิง” ด้านชีวิตการแต่งงานที่ล้มเหลวทำให้เธอหันมาสนใจเรื่องของเพศ การแต่งงาน และการให้กำเนิดมากขึ้นจนเขียนหนังสือ Married Love ออกมา แม้ว่าหนังสือจะโดนแบนแทบจะทันที แต่หนังสือของเธอก็ทำให้คู่รักหลายคู่เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น ถึงขนาดมีแฟนคลับเขียนจดหมายมาขอบคุณเลยทีเดียว

ซึ่งหลังจากเธอแต่งงานครั้งที่สองได้สามปี เธอและสามีได้ก่อตั้งคลินิกคุมกำเนิดแห่งแรกขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้หญิงเรียนรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันตัวเองจากการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดีแม้แนวคิดการคุมกำเนิดของเธอจะเข้มงวดอย่างมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคือหนึ่งในผู้หญิงเก่งที่กล้าออกมาพูดเรื่องเพศอย่างเปิดเผยในยุคสมัยที่ผู้หญิงยังไม่มีอิสระเท่าปัจจุบัน และแนวคิดการคุมกำเนิดที่ผู้หญิงเองก็เลือกได้นั้นยังทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกในการตั้งครรภ์มากขึ้น และมันก็ส่งผลกระทบด้านดีๆ มาจนถึงปัจจุบัน

ShopBack Tips : ทุกวันนี้ผู้หญิงเราอาจจะชอบความโรแมนติกอย่างเรื่องของเทพความรัก แต่ในความเป็นจริงหากต้องการดูแลความสัมพันธ์และชีวิตคู่ เราต้องรู้จักดูแลตัวเอง หมั่นเติมเสน่ห์ให้ตัวเองเสมอ ใครที่อยากเติมความหวานกับแฟนบ้าง วันหยุดนี้ลองสั่งของอร่อยจาก ฟู้ดแพนด้า มากินกันสองคนได้เลย ไม่ต้องออกไปข้างนอกก็อร่อยกับมื้อพิเศษแบบ New Normal ได้ แถมมีเงินคืนเมื่อสั่งผ่าน ShopBack ด้วย

สั่ง foodpanda ผ่าน ShopBack คลิก!
 

ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกของเรามานาน แม้ทุกวันนี้ปัญหานี้ยังมีอยู่ แต่จากประวัติของผู้หญิงเก่งเหล่านี้ก็ทำให้เรารู้ว่า โลกยังมีผู้หญิงที่พร้อมแสดงความสามารถอีกมากมาย และเธอเหล่านี้จะเป็นแสงสว่างให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญของผู้หญิงมากกว่าเดิมทั้งในปัจจุบันและอนาคตค่ะ

 

Featured Image Credit : britannica.com

ที่มาอ้างอิง : NASA.gov, nationalgeographic.com, britannica.com, scienceeverywhere.ca

Facebook Comments