ความเครียดกับชีวิตสุดยุ่งเหยิงเป็นของคู่กัน เมื่อเราโตขึ้นการจัดสรรเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแบ่งเวลาอย่างเหมาะสมจะทำให้เราไม่เครียดกับชีวิตจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความเครียด โรคซึมเศร้า และอาการ Burnout Syndrome กลายเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป เพราะฉะนั้นลองมาดู 9 เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากจัดสรรเวลาให้มีประสิทธิภาพที่ ShopBack Blog นำมาฝากกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าปรับตัว ปรับ Mindset ตามนี้แล้วจะช่วยให้เรามี Work-Life Balance ที่ดีขึ้น ให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้แน่นอน

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล
 

ShopBack ชวนฟัง : “Blog เล่า” ช่องที่จะพาคุณฟัง เรื่อง Unseen ครอบจักรวาล ที่คุณควรจะรู้ แต่ยังไม่รู้!
❤︎ ฟังสบาย Unseen ได้ทุกเดือนที่ Youtube : Blog เล่า
❤︎ อัปเดตเรื่องราว Unseen กันต่อได้อีกที่ twitter : @BlogLao_Unseen

9 เคล็ดลับการจัดสรรเวลา บริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีความสุข

จัดสรรเวลา, การจัดสรรเวลา

  • ปรับ Mindset

การจัดสรรเวลาชีวิตให้สมดุลนั้นก่อนอื่นต้องเริ่มจากการปรับที่ความคิดหรือ Mindset ของเราก่อน เพราะบางคนยังมีความคิดว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จได้ต้องทุ่มเทกับงานจนสุดตัวแบบ 100% จะป่วย จะตายก็ไม่ได้ แต่ความเป็นจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงานเท่านั้น เรายังมีครอบครัว ยังต้องดูแลตัวเอง ดังนั้นต้องเริ่มปรับ Mindset ได้แล้วค่ะว่านอกจากเรื่องงาน เรายังต้องแบ่งเวลาให้ตัวเองและคนรอบข้างบ้าง ออกไปทำอะไรที่ชอบ เดินทางท่องเที่ยว ทำงานอดิเรก และใช้เวลากับเพื่อนหรือครอบครัว สิ่งเหล่านี้ควรจัดเข้ามาอยู่ในตารางชีวิตของเราเช่นกัน

  • นอนให้เร็วและตื่นให้เช้าขึ้น

วิธีจัดสรรเวลาแบบง่ายๆ อาจเริ่มต้นจากภาวะภายในนั่นคือเรื่องของการนอนหลับ ยิ่งเราพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มจะยิ่งทำให้มีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตมากขึ้น แถมยังทำให้เรามีเวลาในแต่ละวันเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การนอนเร็วและตื่นเช้ายังช่วยให้สมองแจ่มใส จะทำงานอะไรก็ลุยได้แบบเต็มที่ หากใครเจอปัญหาหลับยากหรือนอนไม่หลับ ควรปล่อยใจให้สบาย ไม่ควรคิดอะไรก่อนเข้านอน ดื่มนมอุ่นๆ สักแก้ว พยายามนอนก่อน 22.00 น.และตื่นแต่เช้าประมาณ 06.00 น.เป็นประจำ เท่านี้เราก็มีจะมีเวลาชีวิตในแต่ละวันเพิ่มขึ้นแถมยังใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

  • จัดลำดับความสำคัญ

เคล็ดลับการจัดสรรเวลาที่สำคัญคือการจัดระเบียบสิ่งสำคัญในชีวิต เราต้องรู้ว่าอะไรที่ควรทำอย่างเร่งด่วน อะไรที่สามารถรอได้ อะไรที่ควรปล่อยวาง แล้วเริ่มต้นทำจากสิ่งที่ควรทำเร่งด่วนก่อน ส่วนอะไรที่นอกเหนือการควบคุมก็จงปล่อยวาง บางคนเก็บทุกสิ่งในชีวิตมาคิดจนทำให้ตัวเองรู้สึกเครียด เหมือนทุกอย่างถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน ฉะนั้น ต้องจัดระเบียบความคิด ลองเขียนออกมาเป็นข้อๆ ทำเป็นเช็กลิสต์ส่วนตัวไปเลย แล้วเราจะเห็นภาพรวมว่าอะไรสำคัญที่สุดในตอนนี้

ShopBack Tips : นอกจากแบ่งเวลาเพื่อพักผ่อนแล้ว อย่าลืมหาเวลาในการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ การศึกษาทักษะใหม่ๆ หรือแม้แต่การเข้าคอร์สพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ สามารถนำไปใช้กับการทำงานและเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ได้แน่นอน หรือหากใครยังไม่มีเวลามากพอสำหรับการสมัครคอร์สเรียนต่างๆ ลองเริ่มจากการช้อปหนังสือดีๆ ที่ ร้านนายอินทร์ มาอ่านเติมความรู้ก็ได้นะ ที่สำคัญช้อปผ่าน ShopBack ยังได้เงินคืนด้วย
ช้อป Naiin Books ผ่าน ShopBack คลิก!

  • ตั้งเป้าหมาย

หนึ่งในสิ่งสำคัญของคนที่อยากจัดสรรเวลาอย่างชาญฉลาดคือการตั้งเป้าหมาย เราต้องมองภาพตัวเองให้ออกว่าตัวเราจะเป็นอย่างไรในอนาคต เมื่อรู้ว่าอะไรคือเป้าหมาย จะได้ใช้ชีวิตแบบไม่หลงทาง รู้ว่าทุกวันต้องทำอะไร รู้ว่าทุกวันต้องทำเพื่ออะไร หากเกิดท้อขึ้นมาเป้าหมายนี่แหละคือแรงผลักดันที่ดีที่จะช่วยให้เรามีแรงก้าวเดินต่อไป วิธีการก็คือลองทบทวนสิ่งที่เราอยากทำจากนั้นเขียนเป้าหมายแล้วแบ่งเป็นเป้าหมายประจำวัน เป้าหมายประจำเดือน เป้าหมายของปีนี้ หากใครมีแรงฮึดก็เขียนเป้าหมายระยะยาว 5-10 ปีไว้เลยก็ได้ แต่อย่าเครียดกับมันมากเกินไป เราสามารถทบทวนและปรับเปลี่ยนเป้าหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตได้เสมอ 

  • แบ่งเวลางานและเวลาพักผ่อน

จัดสรรเวลา, การจัดสรรเวลา

เชื่อว่าหลายคนจริงจังกับงานมาก ไม่ว่าจะเป็นในเวลาหรือนอกเวลางานก็ตาม และนั่นอาจทำให้เราหยุดคิดเรื่องงานไม่ได้จนกลายเป็นความเครียดสะสม ในที่สุดภาวะ Burnout Syndrome อาจจะมาเยือน สิ่งที่เราต้องทำในการจัดสรรเวลาให้ชีวิตสมดุลคือการคิดเรื่องงานแค่ในเวลางานเท่านั้น ส่วนเวลาพักก็ต้องพักผ่อน เลิกคิดเรื่องงานไปเลยจะดีที่สุด เรารู้ว่าการหยุดคิดนั้นทำยาก แต่ถ้าทำได้รับรองว่าชีวิตจะสดใสขึ้นแน่นอนค่ะ

  • วางแผนชีวิตในวันอาทิตย์

ปกติแล้วคนไทยยกให้วันอาทิตย์เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ เป็นวันที่เราจะพักผ่อนอย่างเต็มที่ให้พร้อมรับการทำงานในวันจันทร์ เพราะฉะนั้นในวันอาทิตย์นอกจากพักผ่อนแล้ว อย่าลืมแบ่งเวลาประมาณ 10-20 นาทีในการทบทวนเป้าหมายของสัปดาห์ต่อไป สำรวจงานที่คั่งค้าง งานที่ต้องทำ นัดหมายต่างๆ รวมถึงสิ่งที่เราอยากทำในสัปดาห์ใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เท่านี้ก็ช่วยให้เราสามารถมองเห็นการใช้เวลาในภาพรวมของสัปดาห์ใหม่ได้แล้วค่ะ

ShopBack Tips : วิธีดูแลตัวเองมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิเพื่อให้ใจสงบ เป็นการดูแลจิตใจและอารมณ์ การออกกำลังกายซึ่งเป็นการดูแลรูปร่างและสุขภาพ หรือจะเป็นการเข้าคอร์สสปา นวดตัว ตัดแต่งทรงผมใหม่ ที่เป็นการดูแลตัวเองจากภายนอกแถมยังช่วยผ่อนคลายก็คืออีกหนึ่งการดูแลตัวเองที่ดีเช่นกันค่ะ รู้แบบนี้แล้วลองแบ่งเวลาไปสปาหรือร้านนวดบ้าง จองผ่าน GoWabi ได้เลยเพราะมีดีลสุดคุ้มแถมได้เงินคืนเมื่อจองผ่าน ShopBack
จอง GoWabi ผ่าน ShopBack คลิก!
 

  • มีสมาธิและลดสิ่งรบกวนจากรอบข้าง

บางครั้งการแบ่งเวลาอาจต้องเริ่มต้นจากการเลิกสนใจในสิ่งที่ทำให้เราหลุดโฟกัส ลองสังเกตตัวเองว่าทำไมเมื่อเราจะทำอะไรสักอย่างถึงใช้เวลานานจัง ไม่เสร็จสักที งานหนึ่งชิ้นที่ควรใช้เวลา 1 – 2 ชั่วโมง กลับใช้เวลาทำถึงครึ่งวัน บางครั้งอาจเพราะเราเสียสมาธิไปอยู่กับอย่างอื่นก็ได้ เช่น การเล่นโทรศัพท์หรือมีแจ้งเตือนอะไรขึ้นมาก็ต้องกดดู เมื่อสมาธิของถูกรบกวนจากสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เราใช้เวลาในการทำงานให้เสร็จนานกว่าปกติ ลองคิดดูว่าหากทำงานเสร็จเร็ว เราก็จะมีเวลาทำอย่างอื่นอีกมากมายในชีวิต ฉะนั้นต้องตัดสิ่งที่ทำให้เราเสียสมาธิออกไปด้วยการปิดเสียงโทรศัพท์ ปิดการแจ้งเตือน หรือลดการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานระหว่างทำงานด่วน เป็นต้น

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ

จัดสรรเวลา, การจัดสรรเวลา

ชีวิตเราไม่ได้มีเพียงด้านเดียว นอกจากการทำงานแล้วยังมีด้านอื่นๆ อีกมากมายให้ได้พัฒนาตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิต นอกจากที่จะทำให้เรามีสุขภาพกายแข็งแรงแล้วยังช่วยในเรื่องของจิตใจอีกด้วย เวลาเครียดการออกกำลังกายจะช่วยหลั่งสารเอนดอร์ฟินทำให้มีความสุข หัวสมองปลอดโปร่ง ลืมเรื่องราวเครียดๆ ได้ชั่วขณะ อีกทั้งยังช่วยให้การนอนหลับดียิ่งขึ้นด้วยหล่ะ เพราะฉะนั้นลองใช้เวลาช่วงเช้าหรือเย็น วันละ 20-30 นาทีออกมาขยับร่างกายบ้างสัก 3-5 วันต่อสัปดาห์ รับรองดีต่อสุขภาพและดีต่อใจค่ะ

  • ออกไปหาแรงบันดาลใจมาเติมพลังให้ชีวิต

การจัดสรรเวลาไม่ได้หมายถึงการแบ่งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการให้เวลาตัวเองเพื่อหาพลังใจ เติมแรงใจ และค้นหาไอเดียใหม่ๆ ให้กับการใช้ชีวิตของเราด้วย เพราะฉะนั้นหากเมื่อไรที่รู้สึกว่าเครียด ท้อ เหนื่อย เริ่มหมดพลังในการทำงานหรือการใช้ชีวิตขึ้นมาเมื่อไร อย่าลืมแบ่งเวลาหรือหาวันหยุดออกไปพักผ่อนบ้าง เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การไปสถานที่ใหม่ๆ ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือแม้แต่การเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในบ้านไปเป็น Co-Working Space หรือคาเฟ่ก็ได้เหมือนกันนะ

ShopBack Tips : หากต้องการอยากแบ่งเวลาให้ดี ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักนาฬิกาชีวิตก่อนนะคะ สิ่งที่เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต" นั้นจะมีรอบเวลา 24 ชั่วโมงเหมือนนาฬิกาทั่วไปแต่จะถูกควบคุมโดยแสงและอุณหภูมิในร่างกาย เมื่อไรที่เริ่มต้นวันใหม่ นาฬิกาชีวิตก็เริ่มต้นขึ้นเช่นกันและจะวนลูปแบบนี้ไปในทุกๆ วัน

หากเราใช้ชีวิตผิดไปจากวงล้อของนาฬิกาก็จะทำให้ระบบร่างกายผิดเพี้ยน ส่งผลต่อสุขภายกาย สุขภาพใจ โดยเวลาทำงานของนาฬิกาชีวิตคร่าวๆ มีดังนี้

7.00 - 9.00 น. - เป็นเวลาดีสำหรับการกินอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลานี้กระเพาะอาหารจะแข็งแรงที่สุด อีกทั้งยังเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการวางแผนงานประจำวันและเริ่มทำงานด้วยความสดชื่นแจ่มใส

13.00 - 15.00 น.- ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งการทำงาน โดยเวลานี้ควรงดกินขนมและอาหารจุกจิก เนื่องจากจะรบกวนเวลาการทำงานของลำไส้เล็ก

15.00 - 17.00 น. - ช่วงเวลานี้เป็นเวลาเหมาะสมในการออกกำลังกาย ซึ่งช่วงนี้เป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะที่จะรอขับของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มน้ำเยอะๆ ด้วยหล่ะ

21.00 - 23.00 น. - สำหรับช่วงนี้ ควรให้ร่างกายพักผ่อน เพราะการนอนหลับในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายสดชื่นและได้รับการซ่อมแซมอย่างมีประสิทธิภาพ

และนี่ก็คือวงจรนาฬิกาชีวิตคร่าวๆ ที่เราสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของตัวเองได้ค่ะ ใครอยากได้ตัวช่วยอย่างสมาร์ทวอชมาเช็กสุขภาพตัวเอง เช็กการนอนหลับหรือการเดินในแต่ละวันเพื่อนำข้อมูลไปเทียบกับนาฬิกาชีวิต ไปช้อปกับ Central Online ได้เลย อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนด้วยนะคะ

ช้อป Central Online ผ่าน ShopBack คลิก!
 

จัดสรรเวลา, การจัดสรรเวลา

 

การจัดสรรเวลาไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่เราคิดที่จะเริ่มต้น มีวินัย และลองเริ่มจากการแบ่งเวลาทำงาน เวลาพักผ่อน และเวลาส่วนตัวออกจากกันก่อน จากนั้นจึงเริ่มใช้เวลาที่แบ่งออกมาเพื่อพัฒนาตัวเอง ShopBack Blog เชื่อว่าเพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็จะมี Work-Life Balance ที่ดีขึ้น Happy กับชีวิตขึ้นได้แน่นอนค่ะ

 

ที่มาอ้างอิง : corporatefinanceinstitute.comprojectsmart.co.uk

Facebook Comments