องค์การอนามัยโลกกำหนดให้ทุกวันที่ 10 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World Suicide Prevention Day) เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 นั่นหมายถึง การฆ่าตัวตายเริ่มกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องติดตามมากขึ้น การฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องใหญ่ การปรึกษาจิตแพทย์เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากในการบริหารประเทศ จะต้องทุ่มเททรัพยากรมากมายในการพัฒนามนุษย์ เพื่อให้พลเมืองมีคุณภาพในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่บุคลากรในประเทศเกิดปัญหาสุขภาพ การเพิ่มขึ้นของโรควิตกกังวล โรคเกี่ยวกับสุขภาพจิต และการฆ่าตัวตายจึงส่งผลเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เรามาดูกันว่าสถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทยในรอบ 21 ปีบอกอะไรเราบ้าง?

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์
Image Credit : กรมสุขภาพจิต

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน (พ.ศ. 2562) สถิติการฆ่าตัวตายในบ้านเราจะยังดูไม่สูง แต่ให้เพื่อนๆ สังเกตกันอีกที ช่วงที่กราฟสูงเป็นช่วง 8 ปีหลังเศรษฐกิจปี 40 ล่ม และพึ่งมาดีขึ้นไม่นานมานี้ในปี 2549 แต่ให้เราสังเกตช่วงระหว่างปี 2560 – 2561 อัตราการเติบโตของการฆ่าตัวตายจาก 3.03 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 3.32 รายต่อแสนประชากร

นี่ยังไม่นับว่า จบปีนี้ อัตราการฆ่าตัวตายจะเพิ่มขึ้นหรือต่ำลง แต่ที่แน่ๆ ก็คือการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นทุกปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในปี 2562 มีอัตราการโทรเข้าสายด่วนสุขภาพเพื่อปรึกษาจิตแพทย์ สูงจนแม้แต่สื่อยังเป็นกังวลกับสุขภาพจิตของคนไทย

ด้วยสถิติที่แสดงผลออกมาแบบนี้ เราจึงจำเป็นต้องรู้ ว่าที่มาที่ไปก่อนว่าเพราะอะไร? ทำไมคนถึงคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพื่อจะได้ป้องกันหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดนั่นเอง

ทำไมไม่มีใครเข้าใจเราเลย.. ความเครียดคืออะไร? ทำยังไงถึงจะแก้ไขได้?

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

การฆ่าตัวตายมีหลายปัจจัยที่ซับซ้อนมาก ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นเพราอะไรกันแน่ แต่สาเหตุหลักๆของการฆ่าตัวตายคือเกิดจากความเครียดนั่นเอง 

ความเครียด หมายถึง การที่เราตั้งความหวังไปที่คนหรืออะไรสักอย่างไว้อย่างดี แต่พอเจอกับความจริงที่ไม่เป็นไปตามที่เราหวัง เรากลับเกิดอาการรับความจริงไม่ได้ อยากจะหลีกหนีจากการไม่สมหวังนั้น แต่พอเจอแบบนั้นมากเข้าๆ ความผิดหวังก็จะสะสมขึ้นไปเรื่อยๆ ทับถมกันเป็นความเครียด

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของความเครียดคือ การทำลายให้สมองเสียหาย มีทั้งแบบที่เครียดแล้วไม่รู้ตัว ไปจนถึงรู้ตัวแต่ไม่สามารถหยุดความเครียดนั้นได้ด้วยตัวเอง และอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ในที่สุด โดยลักษณะของผู้ที่มีโอกาสจะฆ่าตัวตายได้นั้น ที่เห็นได้บ่อยมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ

  1. ผู้ฆ่าตัวตายมักจะมีปัญหาทางสุขภาพที่แก้ไม่ตก
  2. ผู้ฆ่าตัวตายมักมีจิตใจที่ห่อเหี่ยวเป็นทุนเดิม
  3. ผู้ฆ่าตัวตายมีลักษณะทั้งรูปแบบที่ 1.) และ 2.) รวมกัน

เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดนั้น งั้นเรามาดูไปพร้อมๆกันดีกว่าแท้จริงความเครียดคืออะไร? และอาการแบบใดบ้างที่เรียกได้ว่าเราเกิดความเครียดขึ้นซะแล้ว?

ShopBack Tips : เบื่อไหมกับบรรยากาศเดิมๆ คนหน้าเดิม กิจกรรมเดิมๆ? ถ้าในเมื่อมันเครียดนัก ก็ใช้วิกฤตเปิดโอกาสพาตัวเองไปเที่ยวเมืองนอกมันซะเลย! ใช้เงินแก้ปัญหาได้แบบหายห่วงกับ Shopback ประหยัดได้อีก ไม่ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น อิตาลี ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม หรือที่ๆ ประชากรมีความสุขที่สุดในโลกอย่างเนเธอร์แลนด์! ก็สามารถไปได้ในราคาถูกเหลือเชื่อกับ Expedia ไม่แน่ว่าการไปเปิดหูเปิดตาครั้งนี้ อาจจะทำให้ปิ๊งกับใครดีๆสักคนก็ได้นะ!
 

จองที่พักราคาดี Expedia มีเงินคืนจาก ShopBack คลิก!

  • ความเครียดเกิดจากอะไร?

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

สิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดคือ ความ “ยึดติด” ที่รุนแรงมาก เสมือนเราสร้างกรอบที่มองไม่เห็น ครอบจำกัดตัวเองไว้ ทำให้ไม่พยายามรับรู้อะไรก็ตามที่ต่างไปจากที่เราเห็นด้วย หารู้ว่าไม่การทำเช่นนั้นจะทำให้สุขภาพจิตเราเสียโดยไม่รู้ตัว

ความยึดติดเหล่านี้จะถูกสะสมจนกลายเป็นนิสัย เป็นความถือตัว แต่ขึ้นชื่อว่า “ยึดติด” หรือที่เข้าใจง่ายๆว่า “ทิฐิ” จะเรื่องดีหรือไม่ดีก็ต่างส่งผลเสียทั้งนั้น เพราะคือการบ่มเพาะนิสัยให้เราเป็นคนไม่ยอมคน ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด ซึ่งจะทำให้เราเกิดความคิดและการกระทำที่เป็นภัยต่อตัวเอง ถึงขั้นโดนไล่ออกจากงานกันเลยก็มี

จึงสรุปได้ว่า ความยึดติดมาก จนปล่อยวางไม่ได้ ทำให้เกิดความเครียด ยกตัวอย่างเช่น ซื้อรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังมาใหม่ 5,000 บาท วันแรกที่ใส่ ก็โดนน้ำเน่าจากถนนสาดมาโดน บางคนโกรธไป 3 วัน 7 วัน เห็นได้ชัดที่สุดก็กรณี “น็อต กราบรถกู” ที่ยึดติดกับรถของตัวเองมาก ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จนสุดท้ายทำให้ชีวิตและงานของตัวเองพังไปในที่สุด เป็นต้น

ความตึงเกินไปทางความคิดนี่เอง ที่ทำให้คนเรารู้สึกว่ายอมไม่ได้ จนก่อเกิดเป็นความเครียดในที่สุด และอาจส่งผลทำให้เราคิดสั้นหรือเป็นโรควิตกกังวล ไปจนถึงโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอยากฆ่าตัวตายนั่นเองค่ะ

  • สัญญาณเตือนโรคเครียด

เช็คดูซิว่าคุณเครียดแล้วหรือยัง?

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1
Image Credit : Wawa

ความเครียดเป็นเรื่องปกติของการทำงานค่ะ แต่ถ้าเครียดมากเกินไปก็จะทำให้เป็นโรควิตกกังวล ชีวิตไม่สมดุล ดังนั้นหากเพื่อนๆ เช็คเบื้องต้นแล้ว มีอาการ 3 ใน 6 ข้อด้านบน มากกว่านั้น หรือเป็นหมอทุกข้อ เราแนะนำให้เพื่อนๆ รีบปรึกษาจิตแพทย์เพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกต้องโดยคุณหมอมืออาชีพตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง

ส่วนใครอยากตรวจวัดความเครียดฟรี ShopBack ก็มี นี่เลย! 5 แอพสุขภาพ แอพดีๆ ที่ช่วยตรวจวัดความเครียด เสมือนมีเลขาส่วนตัวที่จะช่วยบริหารและลดความเครียดให้เราได้ตลอด 24 hours ผู้ช่วยดีๆ โหลดฟรี Happy เพราะมีเหลือเงินให้ได้ไปช้อปต่อ! ประหยัดได้มากกว่าเพราะไม่ว่าจะ pay แค่ไหนก็ได้เงินคืนจาก ShopBack แน่นอน ยุคนี้ใครๆก็แก้ปัญหาด้วยเงินกันทั้งนั้น แถมได้เงินคืนก็มีที่ ShopBack ที่เดียวอีกด้วยนะ!

วิธีบำบัดรีด “ความเครียด” ออกจากใจ

เป็นคำพูดที่ดูเรียบง่ายแต่ตรงจุดที่สุด เพราะถ้าคนเราไม่เครียด เราจะฆ่าตัวตายไปทำไม? จากการให้สัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าตัวตายมาได้นั้น มักจะพูดไปในแนวทางเดียวกันเสมอว่า ‘สุดท้ายความคิดที่ว่าไม่อยากตายก็แล่นเข้ามาทันที แต่ในตอนนั้นทำอะไรไม่ได้แล้ว’ นั่นแปลว่าลึกๆแล้วเรามีความรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น

1. ปล่อยวาง

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

เราไม่ได้อยากตาย แต่เพราะเราคิดว่าความตายจะจบปัญหาทุกอย่างได้ แทนที่เราเลือกที่จะปล่อยวาง คนเรากับเลือกวิธีที่หนีจากปัญหาให้ใด้เร็วที่สุดไปซะอย่างนั้น? ทั้งที่ในความเป็นจริง เมื่อคนเราปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ยึดติดอีก ก็ไม่เป็นทุกข์

อย่างในวลีเด็ดของหนังเรื่อง Fight Club ที่ว่า “It’s only after we’ve lost everything that we’re free to do anything.” คำว่าปล่อยวางไม่ได้มีความหมายไปในทางเดียวนะคะ ต้องดูว่าแต่ละคนนิยายคำว่าปล่อยวางให้เหมาะสมกับตัวเองอย่างไรดี ยกตัวอย่างเช่น คนที่ชอบคิดเรื่องเดิมซ้ำๆ คิดลบตลอดเวลา อาจจะพาตัวเองไป Focus กับกิจกรรมที่ชอบและมีความสุขที่สุดก็ได้

ในขณะที่บางคนอาจจะเลือกที่จะดับเครื่องชน คือพุ่งเข้าไปแก้ปัญหาเลยถึงจะเลิกคิดได้ก็มีเหมือนกัน หรืออย่างในกรณีที่รู้สึกว่าตนไร้ค่า คุณหมอก็แนะนำว่าให้ สร้างความดีและคุณค่าให้ตัวเองโดยการช่วยเหลือผู้อื่น เช่น การไปเป็นจิตอาสา เป็นต้น

และสำหรับบางคนถ้ารับรู้ได้ว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ คุณหมอก็ยังแนะนำอีกว่าให้ลองไปหากลุ่มใหม่ สังคมใหม่ๆ ไม่ว่าจะด้วยการหาเพื่อนใหม่จากงานอดิเรก หรือจะเปลี่ยนงานใหม่ไปเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

 

เพลง “Let it be”  หรือ “ปล่อยให้มันเป็นไป”  ที่ความหมายของมันไม่ใช่แค่เพียงปล่อยให้มันดำเนินไปตามโชคชะตา แต่หมายถึงให้ยอมรับความเป็นจริงให้ชิลที่สุด ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็อย่าได้กังวลอนาคต เพราะเราทำได้แค่อยู่กับปัจจุบันเท่านั้น อย่าไปคิดมากก็เท่านั้นเอง

ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่า พีท พชร จะต้อง Let it be กับแพททริเซีย แต่กลายเป็นว่าธุรกิจขายมันฝรั่งของเจ้าตัวดันขายดีเป็นเทน้ำเทท่าซะอย่างนั้น เรียกได้ว่าเป็น Let it be แบบรับทรัพย์ ชีวิตต้องเดินต่อไปแบบคูลๆ ใครที่อยากเป็นว่าที่สะใภ้ตระกูลจิราธิวัฒน์ ก็ยกมือถือขึ้นเปย์ Potato Corner ผ่าน LINEMAN กันได้โลยยยยยย สั่งผ่าน ShopBack วันนี้! รับคืนทันที 30 บาท! แล้วอย่าลืมเขียนไปหาพีชในทวิตเตอร์ด้วยนะ ช้าหมด อดไม่รู้นะเออ! 

เรียกรถ สั่งอาหารผ่าน LINE MAN และรับเงินคืนผ่าน ShopBack คลิก !
 

ShopBack Tips : หลายครั้งที่เวลาเรามีปัญหา ผู้ปรารถนาดีมักจะแนะนำให้เราเข้าสถานปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ เพื่อให้เกิดความสงบในใจ เราจะเห็นได้ว่าวิธีการแก้ไขหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต นั่นรวมหมายถึงการแก้ไขความเครียดของเรานั้น ล้วนแต่เป็นการ "แก้ไขที่ตัวเราเอง" ทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าท่านถึงได้ตรัสไว้ว่า...

อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

โก หิ นาโถ ปโรสิยา ใครอื่นเลยจะเป็นที่พึ่งแก่เราได้

อัตตา หิ สุทันเตนะ ก็ตัวเราเองที่ฝึกดีแล้วนั่นแหละ

นาถัง ละภะติ ทุลละถัง จะเป็นที่พึ่งที่หาได้โดยยาก

ที่มา - หนังสือธรรมมะ กระโถนข้างธรรมาสน์ (ฉบับที่ 181 หน้า 9-10)

2. วิตามิน B ช่วยได้

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

เราต้องเข้าใจกันก่อนว่า ความเครียดทำลายสมองและระบบประสาทได้อย่างน่ากลัวมาก เพราะว่าความเครียดทำให้ระบบประสาทใช้งานหนัก ยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ ระบบประสาทยิ่งเสื่อมเร็วมากขึ้นเท่านั้น กรณีเครียดสะสมก็ทำให้ระบบประสาทเสื่อมลงไปเรื่อยๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรควิตกกังวล เหมือน “ยิ่งใช้งาน ยิ่งพังเร็ว” จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เพื่อนๆ ปวดหัวตุบๆ เวลาเครียดหรือคิดมากนั่นเองค่ะ

เมื่อมันเสื่อมแล้ว หวยจะไปลงที่ส่วนระบบหรืออวัยวะส่วนไหนของเราก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งนั้น วิตามิน B จึงเป็นพระเอกในการช่วยป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของระบบประสาท เราจะเห็นยาและอาหารเสริมหลายยี่ห้อที่ผลิตมาเพื่อคนที่ทำงานหนักหรือเครียดจัดๆ ว่าภายในส่วนผสมจะต้องมีวิตามิน B เป็นตัวหลักเสมอ

แต่นอกจากยาแล้ว พวกตระกูลวิตามิน B ยังหาได้จากอาหารทั่วไปด้วย เช่น เนื้อไก่ ไข่ นม เนื้อหมู เนื้อวัว ตับ พืชตระกูลถั่ว (Legumes) หรือจะกินหรูหน่อยก็จัดปลาแซลมอนไปเลยจ้าาา แต่ต้องไม่ลืมที่จะปรับพฤติกรรม ลดการกินอาหาร Junk Food, น้ำอัดลม และของหวาน หันมากินอาหารต้านโรค เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างพึ่งพาหมอให้น้อยที่สุดกันดีกว่าเนอะ : )

ShopBack Tips : เพื่อนๆรู้รึเปล่า! ว่าการบำรุงสมองที่ดีและทำได้ง่ายๆที่บ้านทุกคืน นั่นก็คือการนอนไว! โดยหลักการนอนเพื่อบำรุงสมองและระบบประสาทคือการนอนไม่เกิน 3 ทุ่มนั่นเอง (เข้าใจแต่ทำไม่ได้กันล่ะสิ เลิกหาข้ออ้างได้แล้ววววว) และอย่าลืมตื่นมาทานวิตามิน B รวม คุณภาพนำเข้าจากอเมริกาที่สามารถหาซื้อได้แล้วใน Shopee ที่ราคาถูก แถมเป็นวิตามิน B บำรุงที่ยังหาซื้อตามท้องตลาดไม่มีอีกด้วยนะ

เราเองก็กินวิตามิน B อยู่เหมือนกัน เพราะเครียดง่ายและงานเยอะ บอกเลยว่าทำควบคู่กันไป จะช่วยทำให้สมองที่เหนื่อยล้าของเพื่อนๆดีขึ้นแน่นอน แต่อย่าลืมปรึกษาจิตแพทย์ก่อนทานยาเพื่อความปลอดภัยของตัวเพื่อนๆเองด้วยนะคะ : )

ช้อปของถูกของดีที่ Shopee ผ่าน ShopBack ได้เงินคืนด้วย คลิก!

3. ปรึกษาจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

ร่างกายยังป่วยได้ ทำไมจิตใจจะป่วยด้วยไม่ได้? การรักษากับจิตแพทย์ไมได้แปลว่าเรามีอาการทางจิต แต่หมายถึงการที่เราเข้าไปขอคำปรึกษาหรือรับการรักษาที่ถูกต้องตามหลักสากลต่างหาก และไม่ต้องกงัวลว่าการไปปรึกษาจิตแพทย์จะทำให้เราเสียประวัตินะคะ เพราะสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย มีนโยบายในการรักษาประวัติคนไข้ไว้เป็นความลับอยู่แล้ว

ส่วนมากเรามักให้โอกาสกับคนรอบตัวที่จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำแก่เรา ไม่ว่าจะเพื่อน คนรัก พ่อแม่ หรือใครก็ตามที่เราไว้วางใจ แต่ก็ใช่ว่าคนรอบตัวจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ถ้าไม่ใช่คนที่เจอปัญหาแบบเดียวกันย่อมคิดภาพไม่ออก ส่วนมากจะพยายามผลักดันในเราหายจากอาการเครียดหรืออาการซึมเศร้าเร็วๆตามความคิดของตัวเอง โดยปราศจากความรู้และวิธีแก้ไขที่ถูกต้องเหมาะสม

ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ตัวเราไปปรึกษาจิตแพทย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์นี้โดยตรงนั้น เพราะคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าหมอ ย่อมมีจรรยาบรรณและความต้องการที่อยากจะช่วยเหลือคนไข้อยู่แล้ว การที่เราได้ที่ปรึกษาซึ่งช่วยเหลือเราบนพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้อง ดีกว่าการที่เราไปหาวิธีแก้ไขเอาเองซึ่งอาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้ค่ะ ดังนั้นการมีเพื่อนคู่คิดอย่างจิตแพทย์ ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน

ถ้าอย่างนั้นจะติดต่ออย่างไรดีล่ะ? สำหรับใครที่อยากไปปรึกษาจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อนๆ สามารถทำได้ง่ายๆ เหมือนการนัดแพทย์ทั่วไป เลือกโรงพยาบาลที่ชอบหรือสะดวก โทรนัดแพทย์ บอกอาการเบื้องต้น และระบุวันเวลาที่ต้องการเข้าพบและปรึกษาจิตแพทย์ ถ้ายังไม่มีประวัติในสถานพยาบาลนั้นๆ ให้เพื่อนๆไปก่อนนัดล่วงหน้า 30 นาที เพื่อทำประวัติค่ะ

ส่วนใครที่ยังรู้สึกว่าไม่สะดวกใจที่จะไปโรงพยาบาล เราก็มีวิธีที่ Soft และสะดวกอย่างการโทรเข้าสายด่วนสุขภาพจิต ที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาทางความคิดเบื้องต้นให้กับเพื่อนๆได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (เว้นแต่ค่าโทรนี่แหละค่ะ 55)

  • 1323 : สายด่วนสุขภาพจิตของ กระทรวงสาธารณสุข (ตลอด 24 ชั่วโมง) ไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • 02-713-6793 : สายด่วนสุขภาพจิตของ Smaritans Thailand (12.00 – 22.00 น.) ไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • 0-2354-8152 : สายด่วนสุขภาพจิตของโรงพยาบาลราชวิถี

“ยอมรับความจริงให้ได้

ไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้เรา

ได้ดีเท่ากับตัวเราเอง”

สายด่วนสุขภาพจิต โรควิตกกังวล สุขภาพจิต ปรึกษาจิตแพทย์1

อย่างไรก็ตาม การยอมรับความเป็นจริงก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน หลายสิ่งหลายอย่างในโลกแม้ดูโหดร้าย แต่ก็ให้เราทำใจเสียว่าสังคมมันก็เป็นแบบนี้แหละ เบียดเบียนเรา จ้องจะเอาจากเราเป็นปกติ จะเครียดเพื่อคนเหล่านี้ไปก็ทรมานตัวเองเปล่าๆ เพราะพวกเขาก็ไม่ได้มาช่วยเหลืออะไรเรา ดังนั้นสู้มีความสุข ทำใจให้เป็นสุขยังจะเป็นประโยชน์ต่อเราซะกว่าเลย

แต่เพื่อนๆไม่ต้องรีบร้อนค่ะ ช่วงแรกๆจะทำได้ยากหน่อย เพราะเราไม่เคยฝึกให้ใจได้ยอมรับความจริงและปล่อยวาง แต่ถ้าเรามีความเพียรอย่างต่อเนื่อง สักพักพอเราเริ่มทำใจได้ เราก็สามารถเดินท่ามกลางความทุกข์เหล่านี้ได้อย่างมีสติและมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน : )

และอย่าลืมนะคะ ไม่ว่าจะไลฟ์สไตล์ไปจนถึงเรื่องช้อปปิ้ง ShopBack จะอยู่เคียงข้างคอยซัพพอร์ตเพื่อนๆเสมอ เราจะยังคงอัพเดตบทความดีๆอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิกShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments