ชาว ShopBack ส่วนใหญ่เป็นบุคคลในวัยทำงาน หรือไม่ก็ทำงาน หาเงินบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพราะแน่นอนว่า น้อยคนมากที่เกิดมาแล้วไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องทำอะไรสักอย่างให้ได้มาด้วยเงิน หรือทรัพย์สมบัติเพื่อกินใช้ การทำงานจึงเป็นเรื่องราวดีๆ จะว่าไปแล้ว แต่ด้วยความที่โลกของเราเริ่มมีการแข่งขันกันสูงขึ้น โลกขับเคลื่อนด้วยระบบทุนนิยมเป็นหลัก เงินเป็นเรื่องสำคัญ คนจึงต้องทุ่มเททำงานกันมากขึ้น เพื่อให้อยู่รอดในสังคมที่มีการแข่งขันสูง และได้มาซึ่งเงินตรา

ซึ่งการทำงานหนักมากไปส่งผลเสียกับเราอย่างมหาศาลเช่นกัน หนึ่งในนั้น คือ ภาวะหมดไฟ หรือ Burnout Syndrome ซึ่งล่าสุด องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้บัญญัติให้ ภาวะ Burnout เป็นอาการที่ต้องได้รับการรักษาในทางการแพทย์เป็นครั้งแรกในคู่มือวินิจฉัยและจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ (The International Classification of Diseases) หรือ ICD-11 โดยจะเริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2022 เป็นต้นไป

ความอันตรายของภาวะหมดไฟอยู่ที่ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้ พอรู้ตัวก็แก้ไขไม่ค่อยทัน แก้ด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ ต้องหันหน้าเข้าไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ซ้ำร้ายคนที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็อาจเลือกเส้นทางที่ไม่คาดคิด วันนี้ ShopBack เลยจะมาชวนเพื่อนๆ สำรวจตัวเอง ว่ากำลังหมดไฟทำงานอยู่รึเปล่า เบื่องาน ทำไงดี ที่สำคัญคือ ถ้ามั่นใจว่าเป็น Burnout Syndrome แล้วจะต้องทำอย่างไร ให้หลุดพ้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่สดใสได้ มาดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

burnout syndrome ภาวะหมดไฟ หมดไฟทำงาน เบื่องาน ทำไงดี

ภาวะหมดไฟทำงาน Burnout Syndrome คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร

บางบทความวิชาการจะใช้คำว่า ภาวะเหนื่อยล้าจากการทำงาน และเนื่องด้วยบุคคลที่อยู่ในภาวะ Burnout มักมีอาการคล้ายคนเป็นโรคซึมเศร้า และมักมีความวิตกกังวลสูง จึงอาจทำให้เกิดความสับสนเข้าใจผิด

ภาวะ Burnout เป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานเป็นหลัก บุคคลที่มีอาการ Burnout ไม่ได้หมายความว่าจะต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป เพียงแต่มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคซึมเศร้า สองภาวะนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกันคือ รู้สึกหดหู่ เหนื่อย หมดแรง และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่คนที่มีภาวะซึมเศร้าจะมีอาการรุนแรงมากกว่า มีความผิดปกติทางด้านความคิดและอารมณ์ความรู้สึกที่จะเป็นไปในทิศทางลบ รู้สึกไม่ชอบตนเองและมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย

ดังนั้น ใครที่เป็นอยู่จึงไม่ควรตั้งข้อสรุปด้วยตัวเอง แต่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยทำการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างถูกต้องนะคะ

เครียด หรือ Burnout? แบ่งแยกอย่างไร

คนที่มีภาวะ Burnout จะรู้สึกว่า ตัวเองเครียดไม่รู้จักจบจักสิ้น รู้สึกหาทางออกไม่ได้ แต่คนที่เครียดเฉยๆ จะรู้สึกว่าเครียดแต่มองว่า ถ้าจัดการเรื่องได้ ก็จะรู้สึกดีขึ้นเอง มองเห็นทางออก

เครียดBurnout
รู้สึกว่าต้องตอบโต้กับสิ่งต่างๆ มากมายรู้สึกนิ่งเฉย ว่างเปล่า
รู้สึกถึงความเร่งด่วน เหตุการณ์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วรู้สึกไร้ความสามารถ สิ้นหวังต่อเหตุการณ์
รู้สึกหมดพลังรู้สึกขาดแรงกระตุ้น ขาดแบบอย่างที่ดี ไร้ความหวัง
อาจก่อให้เกิดโรควิตกกังวลอาจก่อให้เกิดภาวะตัดขาดจากโลก โรคซึมเศร้า
กระทบต่อร่างกายเป็นหลักกระทบต่อจิตใจเป็นหลัก
อาจทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรอาจทำให้รู้สึกว่า ไม่น่ามีชีวิตอยู่แล้ว

burnout syndrome ภาวะหมดไฟ หมดไฟทำงาน เบื่องาน ทำไงดี

จะ Burnout ได้ เกิดจากอะไร?

การทำงานปกติไม่ทำให้คนตาย Burnout Syndrome มักเกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัยนี้ อาจจะเป็นปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่มากเกินไป หรือหลายๆ อย่างประกอบกัน

1. ปัจจัยด้านการทำงาน

  • ตกอยู่ในสภาวะการทำงานที่เคร่งเครียดและกดดันเป็นเวลานานจนเกินไป
  • ต้องรับผิดชอบทำงานในส่วนที่ตนเองไม่ได้มีความรักและปรารถนาที่จะทำ (Passion)
  • ขาดความถนัดในงานที่ทำ
  • งานมีลักษณะน่าเบื่อ ขาดความท้าทาย
  • ผู้ทำงานไม่ได้รับความใส่ใจ การยอมรับ หรือได้รับค่าตอบแทนน้อย ไม่เหมาะสมกับงานที่ทำ
  • งานมีปริมาณมากแต่อัตราคนน้อย หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานขาดแคลน
  • องค์กรขาดความมั่นคง ความชัดเจนในนโยบายการบริหาร
  • ผู้ทำงานมีค่านิยมองค์กรที่ขัดแย้งกับค่านิยมในใจของบุคคล
  • ระบบการทำงานขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถตัดสินใจหรือไม่มีอำนาจในการสั่งการ แต่มีความรับผิดชอบมาก
  • ความไม่ยุติธรรมในองค์กร ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือระหว่างลูกน้องกับเจ้านาย

2. ปัจจัยด้านการใช้ชีวิตของบุคคล

  • ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวหรือสิ่งอื่นๆ แต่เพียงลำพัง เช่น ต้องดูแลพ่อแม่สูงอายุและลูกเพียงลำพัง
  • อยู่ในสัมพันธภาพกับคู่สมรสหรือครอบครัวที่มีปัญหาความขัดแย้ง
  • ไม่รู้สึกปลอดภัยในชีวิต

3. ปัจจัยด้านบุคลิกภาพส่วนบุคคล

  • เป็นคนที่ยึดติดความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) มีมาตรฐานในการทำงานสูงจนเกินไป
  • ไม่ยืดหยุ่น ต้องการที่จะควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปในทิศทางของตน
  • มีความคาดหวังที่มากเกินกว่าความเป็นจริง

อาการแบบนี้แหละ ที่เรียกว่า Burnout Syndrome

ทางกาย

นอนไม่หลับ รู้สึกเหนื่อย หมดแรง ร่างกายอ่อนเพลีย มีอาการปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกันโรคทางร่างกายลดลง ความสามารถในการจำและสมาธิในการทำงานลดลง

ทางอารมณ์

รู้สึกล้มเหลว เบื่อ สิ้นหวัง ขาดแรงจูงใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน มีทัศนคติที่ไม่ดีต่องานที่ทำอยู่ มองสิ่งที่ทำอยู่ในแง่ร้ายตลอดเวลา โกรธและหงุดหงิดง่าย พูดดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น มีความขัดแย้งกับคนในที่ทำงานมากขึ้น ไม่สนใจในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ทางพฤติกรรม

เริ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัวน้อยลง แยกตัวไม่สุงสิงกับผู้อื่น หมกมุ่นอยู่กับการทำงานแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่ทำงาน มาทำงานสาย กลับบ้านก่อนเวลา ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่กระตือรือร้น ทำงานเหมือนคนไม่มีชีวิตจิตใจ ขาดความคิดริเริ่มที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ในบางคนส่งผลให้เกิดการใช้สิ่งเสพติด สูบบุหรี่ก็นับนะคะ

หากเพื่อนๆ เริ่มพบว่าตนเองเข้าข่ายอยู่ในภาวะ Burnout นั่นหมายความว่า เพื่อนๆ ต้องเพิ่มการพักผ่อนและเริ่มปรับสมดุลการใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงานในทันทีนะ

burnout syndrome ภาวะหมดไฟ หมดไฟทำงาน เบื่องาน ทำไงดี

ทำแบบนี้สิ ป้องกัน Burnout Syndrome ได้!

Burnout Syndrome เป็นภาวะที่ป้องกันได้ง่ายกว่าที่คิด ShopBack มีหลายวิธีมาแนะนำดังนี้ค่ะ

1. หาวิธีมองงานในแง่บวก ถ้าไม่ชอบงาน วิธีที่ดีที่สุดคือ ลาออก และหางานที่ชอบจริงๆ ทำค่ะ แต่แน่นอนว่า การออกจากงานเป็นเรื่องใหญ่ ไหนจะไม่รู้ว่าจะเจองานที่ชอบไหม งานใหม่จะมีสวัสดิการที่ดีกว่าหรือเปล่า งานใหม่จะได้เงินเดือนพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายหรือเปล่า สิ่งที่ง่ายกว่าการลาออก จึงเป็นการมองหาแง่งามในงานที่ทำค่ะ เป็นต้นว่า 

  • หาคุณค่าในเนื้องานที่ทำ แม้ว่าจะเป็นงานรูทีนที่แสนน่าเบื่อ ก็ให้นึกว่า งานนี้ให้ประโยชน์กับใครบ้าง เราได้ช่วยเหลือใครไว้จากงานที่ทำบ้าง หรืองานที่ทำอยู่ เพื่อนร่วมงานดีๆ เยอะแยะเลย ถึงแม้งานจะน่าเบื่อ แต่มีเพื่อนร่วมงานดีๆ ก็ช่วยให้วันๆ หนึ่งผ่านไปได้อย่างมีความสุขเหลือเกิน
  • สร้างสมดุลให้ชีวิต ถ้าเกลียดงานเข้าไส้ ลองมองหาความหมายและความพอใจอื่นๆ ในชีวิตดู เช่น ครอบครัว เพื่อน งานอดิเรก งานการกุศลช่วยเหลือคนอื่น เอาใจไปทุ่มให้สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขแทนที่จะจมอยู่กับงาน
  • ผูกมิตรกับคนที่ทำงาน การมีเพื่อนที่ทำงาน ช่วยทำให้เราไม่โดดเดี่ยวเดียวดาย การได้คุยกับใครสักคน เล่าเรื่องตลกระหว่างวัน ช่วยให้เราลืมเรื่องเครียดๆ งานหนักๆ ไปได้เยอะเลย
  • ลางานบ้าง ลางานไปเที่ยว ป่วยก็ลาป่วย หรือลาป่วยการเมืองบ้าง ขี้เกียจบ้างถ้าทำแล้วจะช่วยชาร์จพลังให้กับเราเพิ่มขึ้นสองเท่าสามเท่าได้ก็ทำเถอะค่ะ

2. จัดลำดับสิ่งสำคัญในชีวิต อาการ Burnout Syndrome หลักๆ เลยเกิดจากการที่คุณอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ นั่งนึกดูเงียบๆ ว่า สิ่งเหล่านั้นคืออะไร ความหวัง เป้าหมาย ความฝัน ต่างๆ ระหว่างที่ตั้งสติคิด สิ่งที่ควรทำคือ

  • สร้างขอบเขต อย่าอะไรก็ได้ไปหมด ใครให้ทำอะไรก็ยอมรับทำ รู้จัก “ปฏิเสธ” บ้าง พูดคำว่า “ไม่ค่ะ ไม่ครับ” บ้าง คำว่าไม่อาจจะฟังดูใจร้าย แต่จำให้ขึ้นใจเลยว่า คนที่เราต้องใจดีด้วยเป็นอันดับหนึ่ง คือ ตัวเอง ตอบรับคำร้องขอ ก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่า ทำได้ ทำแล้วดีกับตัวเอง ทำแล้วเพิ่มความท้าทายสนุกๆ ให้ชีวิต ก็พอ
  • ห่างจากโลกอินเตอร์เน็ตบ้าง ทั้งโซเชียลมีเดีย Facebook Twitter Instagram หรือแม้แต่อีเมล อาจจะเลือกเป็นช่วง 1 ชั่วโมงก่อนนอน ทำอะไรที่ไม่ต้องจับต้องพวกนี้ เช่น อ่านหนังสือ คุยกับครอบครัว นั่งสมาธิ
  • อยู่กับกิจกรรมที่เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน พัฒนาทักษะงานอดิเรก
  • ทำกิจกรรมผ่อนคลายร่างกาย เช่น โยคะ นั่งสมาธิ ควบคุมลมหายใจ การผ่อนคลายร่างกายจะช่วยให้จิตใจ ความรู้สึกนึกคิดดีตามขึ้นไปด้วย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เวลาที่เรานอนพอ รู้สึกนอนเต็มอิ่ม ร่างกายจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าเองโดยอัตโนมัติค่ะ

ShopBack Tips : หากิจกรรมผ่อนคลายตัวเอง เข้าไปที่ GoWabi ผ่าน ShopBack มีให้เลือกเพียบ หลากหลาย ไม่ต้องคิดเอง อธิบายรายละเอียดแบบไม่ต้องเสี่ยงว่าจะเจออะไร แถมราคาถูกกว่าเดินดุ่มๆ หาเอง ที่สำคัญได้เงินคืนจาก ShopBack ด้วย เริ่ดมาก!
burnout syndrome ภาวะหมดไฟ หมดไฟทำงาน เบื่องาน ทำไงดี

3. ออกกำลังกายให้เป็นนิสัย

หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ยังจะให้ออกกำลังกายอีกหรือ? แม้ว่า การออกกำลังกายจะเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่เราอยากทำ แต่การออกกำลังกายช่วยผ่อนคลายความเครียดและขับไล่ Burnout Syndrome ออกไปได้ดีที่สุดเลยแหละค่ะ 

จัดเวลา 30 นาที ต่อวัน เพื่อออกกำลังกาย อาจจะเริ่มจากการเดิน เดินเร็วสลับเดินช้า วิ่ง weight training ว่ายน้ำ ฝึกการใช้กำลังภายใน เช่น กังฟู ไทเก๊ก หรือเต้นก็ดีค่ะ

4. กินอาหารที่มีประโยชน์ จำไว้เสมอว่า สิ่งที่เราบริโภคเข้าไปในร่างกาย ส่งผลต่อภาวะอารมณ์และพลังงานที่เราใช้ทั้งวันเลย

  • ลดน้ำตาลและแป้งขัดสี 
  • ลดอาหารหรือเครื่องดื่มที่ส่งผลต่ออารมณ์ เช่น คาเฟอีน อาหารที่มีไขมันทรานส์ อาหารปนเปื้อนสารเคมีที่ส่งผลต่อฮอร์โมนร่างกาย
  • กินไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมักอยู่ในปลา เช่น แซลมอน แอร์ริ่ง แมคเคอเรล แองโชวี่ ซาร์ดีน ถ้าอยู่ในพืชก็มีสาหร่าย แฟล็กซีด และถั่วต่างๆ ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ แม้การสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าช่วงเครียดๆ ช่วยให้รู้สึกใจสงบลงได้ แต่สารนิโคตินในยาสูบจะไปเพิ่มระดับความวิตกกังวลในภายหลังได้ค่ะ

ถ้าหากอาการ Burnout Syndrome ที่มีรุนแรงจนรับมือเองไม่ได้ เพื่อนๆ ควรปรึกษาและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ อย่ารับมือด้วยตัวคนเดียว นึกเสมอว่า เพื่อนๆ ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้ หรืออย่างน้อยก็ ShopBack ที่พร้อมนำเสนอเรื่องราวดีๆ ให้กับเพื่อนๆ แบบนี้ประจำนะคะ เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งนะ

ที่มาอ้างอิง :

livechatinc.com

helpguide.org

wikipedia.org/wiki/Occupational_burnout

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments