อากาศช่วงนี้ร้อนเหลือเกินทุกคนว่าไหม? ร้อนๆ แบบนี้ ไปตามล่าหา ‘ข้าวแช่’ อาหารหน้าร้อน กินเย็นๆ ชื่นใจคลายร้อนกันดีกว่า! ข้าวแช่ เป็นอาหารต้นตำรับจากบุคคลชั้นสูงในวังในอดีต ที่มักจะรับประทานเป็นเมนูคลายร้อนในช่วงที่อุณหภูมิสูงปรี๊ดเช่นนี้ จนกระทั่งปัจจุบันนิยมกินกันแพร่หลายทั่วไป แม้เมื่อก่อน ข้าวแช่จะไม่ได้เป็นที่รู้จักสำหรับคนทั่วไปเท่าไหร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปที่อาหารในวังเริ่มเข้าถึงผู้คนส่วนใหญ่ เมนูข้าวแช่จึงได้รับความนิยมตามไปด้วย ที่สำคัญตอนนี้มีหลายร้านที่รังสรรค์เมนูข้าวแช่สูตรเด็ด ทั้งสูตรต้นตำรับจากวังหรือสูตรชาวมอญก็มี เราจึงขอลัดเลาะตามตรอกซอกซอยไปค้นหาร้านข้าวแช่ที่ดีที่สุดในพระนครมาฝากทุกคนกัน

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล
 

  • ข้าวแช่ คืออะไร

เดิมที ข้าวแช่ เป็นอาหารของชาวมอญที่ชนชั้นสูงของไทยในอดีตนำไปพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นข้าวแช่อาหารชาววัง รับประทานกันในหมู่ชาววังหรือชนชั้นสูง ข้าวแช่ เป็นอาหารคลายร้อนที่ดีมากๆ เนื่องจากข้าวแช่จะประกอบไปด้วยข้าวสวยแช่น้ำเย็นที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ รับประทานกับเครื่องเคียงอร่อยๆ หลากหลายชนิด เช่น ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ ปลาแห้ง หัวไชโป๊วผัด หมูปั้นก้อนทอด ซึ่งแต่ละอย่างนั้นต้องใช้เวลาและความพิถีพิถัน ไม่ได้ทำกันง่ายๆ

ใครที่หลงรักข้าวแช่และอยากหากินในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ShopBack Blog รวมร้านข้าวแช่ที่เปิดให้บริการหลายร้าน แถมส่วนใหญ่ยังสั่งเดลิเวอรี่ได้ด้วย สะดวกสุดๆ ไปเลย!

  • อ.มัลลิการ์

ข้าวแช่ชาววัง, อาหารหน้าร้อน

Image Credit : ruenmallika.com

ร้านข้าวแช่ชื่อดังที่ต้องห้ามพลาดในช่วงซัมเมอร์นี้ขอเสนอร้าน อ.มัลลิการ์และร้านในเครือ เช่น เรือนมัลลิการ์ โดยข้าวแช่ของร้านนี้เรียกได้ว่าเป็นสูตรต้นตำรับที่ตั้งใจทำอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เลือกข้าวหอมมะลิชั้นดีปลอดสารพิษที่ใช้วิธีการขัดแบบโบราณ นำไปแช่ในน้ำดอกไม้หอมชื่นใจ

ส่วนเครื่องเคียงแสนอร่อยมีทั้ง ลูกกะปิ หมูฝอย เนื้อฝอย ไชโป๊วและพริกหยวกยัดไส้ นอกจากนี้ยังมีผักและผลไม้ที่แกะสลักมาอย่างสวยงาม ถูกจัดจานแบบโบราณย้อนยุคดูเก๋ไก๋ไม่ใช่เล่น และในช่วงเดือนเมษายนนี้ ทางร้านมีการจัด ‘เทศกาลข้าวแช่ชาววัง’ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 

ราคาประมาณ : 350 บาท

เวลาเปิดปิด : จันทร์ – พฤหัสบดี 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 21.00 น., วันศุกร์ 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 22.00 น., เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุกนักขัตฤกษ์ 11.00 – 22.00 น.

แผนที่ :

 

 

  • บ้านวรรณโกวิท

ข้าวแช่ชาววัง, อาหารหน้าร้อน

 Image Credit : FB/ข้าวแช่ “บ้านวรรณโกวิท”

อีกหนึ่งร้านที่พร้อมเสิร์ฟข้าวแช่ชาววังต้นตำรับแท้ๆ ให้คุณได้รับประทานนั่นคือร้านบ้านวรรณโกวิท ร้านในบ้านไม้หลังเก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 อายุมากกว่า 100 ปี คุณจะได้กินข้าวแช่พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศย้อนยุค เป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีทีเดียว

ข้าวแช่ของที่นี่บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นข้าวแช่ที่สืบทอดสูตรจากในวัง มีความละเอียดตั้งแต่การเลือกข้าวทีละเม็ด อีกทั้งยังมีเครื่องเคียงที่อร่อยมาจากวัตถุดิบเจ้าประจำ เช่น ไชโป๊วหวานจากราชบุรี ปลาหวานจากปากน้ำปราณบุรี ใครที่อยากดับร้อนต้องมากินข้าวแช่ที่ร้านอาหารบรรยากาศดี ที่บ้านวรรณโกวิทเลยล่ะ แต่ร้านนี้ต้องโทรจองก่อนเพราะว่ารับแค่วันละไม่กี่โต๊ะเท่านั้น  

ราคา : 250 บาท

เวลาเปิดปิด : 11.00 – 15.00 น. ปิดวันจันทร์

แผนที่ :

 

ShopBack Tips : ใครที่ไม่เคยกินข้าวแช่มาก่อนและไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มกินยังไง เรามีวิธีกินข้าวแช่มาฝากกัน โดยขั้นตอนแรกของการกินข้าวแช่เริ่มที่สายตา พิจารณาความสวยงามของข้าวแช่ที่มาเสิร์ฟ ดูความละเอียดละไมของเครื่องเคียง ผักและผลไม้ที่ถูกแกะสลัก หลังจากนั้นก็เริ่มดมกลิ่นหอมของน้ำดอกไม้ เมื่อดมกลิ่นหอมๆ จนชื่นใจจึงตักข้าวเข้าปาก เมื่อลิ้มรสข้าวหอมกลิ่นดอกไม้เรียบร้อยก็ตักเครื่องเคียงตามได้เลย แต่ห้ามตักเครื่องเคียงใส่ลงในข้าวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียรสชาตินะจ้ะ หากใครที่อยากรับประทานข้าวแช่ อาหารหน้าร้อนแสนอร่อยสามารถหารับประทานได้ที่ตามร้านอาหารไทยชาววังแต่หากช่วงนี้เดินทางไปกินที่ร้านคงลำบาก สามารถสั่งผ่าน Foodpanda ได้เหมือนกันนะคะ อย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนพิเศษด้วยนะจ้ะ
สั่ง foodpanda ผ่าน ShopBack คลิกที่นี่!

  • เสน่ห์จันทร์

ข้าวแช่ชาววัง, อาหารหน้าร้อน

Image Credit : FB/sanehjaan

ร้านที่น่าไปลิ้มลองร้านที่ 3 ของเราในวันนี้ขอพาทุกคนไปกินร้านสุดหรูที่ได้รับ Michelin Star กันบ้างกับร้านเสน่ห์จันทร์ ซึ่งร้านนี้โดดเด่นในเรื่องของอาหารไทยโบราณที่นำเสนอในลุคอินเตอร์

ข้าวแช่ของทางร้านก็มีการดีไซน์หน้าตาออกมาดูดี เน้นความเป็นไทย ใส่ลูกเล่นในเครื่องเคียงแต่ละอย่าง ข้าวของทางร้านจะเน้นข้าวหอมมะลิเก่าที่มียางน้อย ทำให้ข้าวมีการเรียงตัวกัน ไม่แตกหัก ดูแล้วสวยงาม รับประทานคู่กับเครื่องเคียง เช่น ลูกกะปิ หอมแดงทอด ไชโป๊ผัดหวาน ปลายี่สนผัดหวาน พริกหยวกสอดไส้ ไข่แดงเค็มทอด หมูฝอย น่ารับประทานสุดๆ ไปเลยค่ะ โดยทางร้านจะเปิดให้สั่งเมนูพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2563 เท่านั้นนะคะ 

ราคา : 950 บาท (หากเดินทางไปรับอาหารที่หน้าร้านด้วยตนเอง ลด 25%)

เวลาเปิดปิด : จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

แผนที่ :

 

  • ข้าวแช่แม่ศิริ บางลำพู

ข้าวแช่ชาววัง, อาหารหน้าร้อน

Image Credit : Youtube/SpringNews

สำหรับร้านนี้ ถือเป็นร้านอร่อยในตำนานที่เราควรมากินสักครั้งในชีวิตเลยหล่ะค่ะ  เจ้าโด่งดังที่จัดจ้านในย่านบางลำพูมาอย่างยาวนาน ใครๆ ก็มาต่อคิวรอซื้อกลับไปกินที่บ้าน ข้าวแช่ของแม่ศิริจะเป็นตำรับแท้ๆ ของทางมอญ ก่อตั้งโดยคุณทวดอบเชย สูตรดั้งเดิมตั้งแต่รัชกาลที่ 5 สืบทอดมาหลายรุ่น ข้าวแช่ครบเครื่องจัดชุดมาพร้อมกับข้าวหอมมะลิเม็ดสวย สำหรับใครที่อยากทดลองรับประทานข้าวแช่อร่อยๆ ราคาไม่แพง ขอแนะนำร้านแม่ศิริเลย 

ราคา : 30 บาท

เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 11.00 – 16.00 น.

แผนที่ :

 
 

ShopBack Tips : เมื่อพูดถึงข้าวแช่ หลายคนอาจนึกถึงข้าวแช่สูตรชาววัง แต่ดั้งเดิมแท้จริงแล้วข้าวแช่มาจากมอญ โดยความแตกต่างของข้าวแช่ชาววังและข้าวแช่มอญอยู่ตรงที่ความปราณีต ละเมียด ละไม ข้าวแช่ชาววังจะมีความปราณีตมากกว่า มีการแกะสลัก ตกแต่งชุดข้าวแช่เป็นอย่างดี ส่วนข้าวแช่มอญจะนิยมทำกินกันในช่วงสงกรานต์ เรียกว่า เปิงด้าจก์ จะไม่ได้มีความซับซ้อนหรือปราณีตเท่าตำรับชาววัง ใครอยากลองทำ ข้าวแช่ลอยดอกไม้ด้วยตัวเอง สามารถหาซื้อวัตถุดิบดังต่อไปนี้ 1. ข้าวหอมมะลิเก่า 2. มะนาว 3. น้ำฝนหรือน้ำสะอาด 4. เทียนอบ 5. ดอกมะลิ 7. ดอกกุหลาบมอญ 8. ดอกชมนาด ได้ใน BigC อย่าลืมซื้อผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนด้วยนะคะ
ช้อป BigC ผ่าน ShopBack คลิกที่นี่!

  • หลายรส

ข้าวแช่ชาววัง, อาหารหน้าร้อน

Image Credit : FB/lairods

มาถึงร้านข้าวแช่ชาววังสุดท้ายต้องร้าน หลายรส เป็นหนึ่งในร้านที่ได้ชื่อว่ามีข้าวแช่ที่อร่อยที่สุด ข้าวแช่ชาววังของร้านหลายรสจะเป็นต้นตำรับวังละโว้เปิดให้คุณได้รับประทานกันตลอดทั้งปี ถ้าใครที่อยากกินข้าวแช่นอกฤดูจะต้องนึกถึงร้านนี้เลย

ข้าวแช่ของทางร้าน ตัวข้าวจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของควันเทียน ส่วนเครื่องเคียงก็จัดเต็มทั้ง พริกหยวกสอดไส้หมูและกุ้งสับ หัวหอมทอด ลูกกะปิ ไชโป๊ ปลาหวานและเนื้อฝอย เป็นอีกหนึ่งร้านที่ควรค่าแก่การรับประทานจริงๆ

ราคา : 300 บาท

เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 11.00 – 20.00 น. เว้นวันจันทร์ เปิดถึง 14.00 น.

แผนที่ :

 

ShopBack Tips : สิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นในข้าวแช่คือ ดอกไม้ที่ลอยอยู่ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ใช้ในการอบข้าวให้มีกลิ่นหอม เช่น มะลิ และกุหลาบ แต่จริงๆ แล้วการทำข้าวแช่สามารถใช้ดอกไม้อื่นๆ ที่มีกลิ่นหอมในการอบได้เหมือนกันค่ะ เช่น ดอกเล็บมือนาง และ ดอกราตรี เป็นต้น นอกจากดอกไม้แล้ว บางครั้งเราจะเห็นการใส่น้ำแข็งลงไปในน้ำเพื่อให้ข้าวแช่มีความเย็นเป็นของว่างกินแก้ร้อน แต่ในสมัยโบราณที่ไม่มีเทคโนโลยีในการทำน้ำแข็งหรือน้ำเย็น เขาจะใช้น้ำแช่ในโอ่งดิน เนื่องจากดินเผามีคุณสมบัติเป็นชนวนกันความร้อนอย่างดี จึงทำให้น้ำในโอ่งดินเย็นตลอดเวลานั่นเองค่ะ ใครอยากลองซื้อหม้อดินไว้สำหรับทำข้าวแช่ด้วยตัวเอง ลองหาซื้อได้ใน Lazada อย่าลืมซื้อผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนนะ
ช้อป Lazada ผ่าน ShopBack คลิกที่นี่!
 

ทั้งหมดนี้ก็คือร้านข้าวแช่ชาววังที่ ShopBack ตั้งใจพาทุกคนไปกินดับร้อนกันในวันนี้ หากใครที่ยังไม่เคยกินข้าวแช่ อาหารหน้าร้อนมาก่อน อยากให้คุณได้ลองดูสักครั้งรับรองว่าความหอมของข้าวเย็นๆ กินกับเครื่องเคียงอร่อยๆ จะทำให้คุณฟินจนลืมร้อนเลยหล่ะค่ะ  

ที่มาอ้างอิง : ruenmallika.com, Youtube/FoodTravelTVChannel

Facebook Comments