เมื่อฝุ่นพิษ PM 2.5 กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ต้องหาทางป้องกันและแก้ไขเป็นการด่วน ซึ่งวิธีแก้ปัญหายอดนิยมอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างอากาศบริสุทธิ์ทดแทนด้วยเครื่องฟอกอากาศ แต่ภาพจำของเครื่องฟอกอากาศทั่วไปนั้น มีขนาดใหญ่ หน้าตาเรียบๆ ใช้ได้เฉพาะในสถานที่ปิดทึบ เช่น ห้องสี่เหลี่ยม อาคาร ซึ่งจริงๆ แล้ว ยังมี “เครื่องฟอกอากาศพกพา” แต่ว่าเครื่องฟอกอากาศชนิดนี้หน้าตาเป็นยังไง ใช้งานได้จริงไหม ประสิทธิภาพจะเทียบเท่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไปหรือเปล่า มาดูกันดีกว่า

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

เครื่องฟอกอากาศภายในรถ

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ, เครื่องฟอกอากาศพกพา
Image Credit : th.sharp

สำหรับใครที่ใช้ชีวิตในรถนานๆ อย่างน้อยก็ต้องขับรถไปทำงานและกลับบ้าน นอกจากตัวกรองอากาศที่ติดมากับระบบปรับอากาศรถยนต์ และการกำจัดสิ่งสกปรกด้วยเครื่องดูดฝุ่นในรถแล้ว ต้องมีตัวช่วยเสริมอย่างเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ซึ่งเข้าข่ายเครื่องฟอกอากาศพกพาของแท้

หลักการทำงานของเครื่องฟอกอากาศชนิดนี้ก็จะคล้ายกับเครื่องฟอกอากาศทั่วไป บางรุ่นมีแผ่นกรองอากาศ หรือบางรุ่นใช้วิธีสร้างประจุลบจับอนุภาคในอากาศแทน สามารถเปิดใช้งานได้เลยสำหรับรุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัว หรือเสียบสายชาร์จที่ช่องจุดบุหรี่รถยนต์ก็ได้

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ, เครื่องฟอกอากาศพกพา

Image Credit : dotlife.store

ความโดดเด่นของเครื่องฟอกอากาศในรถ คือ ดีไซน์ตัวเครื่องถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานในรถ วางบนคอนโซลหน้าได้โดยไม่ลื่นหลุด บางรุ่นมีที่ล็อกเข้ากับเบาะรองศีรษะ บางรุ่นมีรูปทรงคล้ายแก้วน้ำ วางไว้ในที่วางแก้วได้เลย นอกจากนี้บางรุ่นยังมีน้ำหอมปรับอากาศเพื่อสร้างกลิ่นหอม บรรยากาศสบายๆ ในรถด้วยนะ

ราคาประมาณ : มีทุกช่วงราคา เริ่มต้น 500-13,000 บาท แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ

ข้อดี : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวเป็นเวลานาน ต้องการอากาศบริสุทธิ์ และต้องการเครื่องกรองอากาศที่มากกว่าชั้นกรองแอร์รถยนต์ ตัวเครื่องบางรุ่นมีแบตเตอรี่ในตัว หรือกินไฟจากรถยนต์ไม่มากนัก บางรุ่นมีน้ำหอมปรับอากาศในตัว

ข้อเสีย : เหมาะแก่การใช้งานในพื้นที่แคบเทียบเท่าห้องโดยสารรถยนต์เท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้กับห้องพื้นที่ใหญ่ได้

ShopBack Tips : สำหรับใครที่ไม่สะดวกซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือเห็นว่าราคาของเครื่องฟอกอากาศพุ่งขึ้นไปไกลแล้ว การใส่หน้ากากอนามัย N95 กันฝุ่น ควันพิษ PM 2.5 ยังเป็นวิธีที่ประหยัดและกันฝุ่นได้จริง ช่วยดูแลสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องเจอมลภาวะนอกบ้านทุกวัน แต่ถ้าไม่อยากไปตระเวนหาว่าหน้ากากมีขายที่ไหน ของหมดหรือยัง เช็กสินค้าที่ Lazada และสั่งซื้อผ่าน ShopBack ได้เลย

ช้อป Lazada ผ่าน ShopBack คลิก!

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ, เครื่องฟอกอากาศพกพา
Image Credit : iblethailand.com

กำลังเป็นที่ฮือฮาเลยทีเดียวสำหรับเครื่องฟอกอากาศห้อยคอ เพราะมีดีไซน์โดดเด่น เป็นได้ทั้งแก็ดเจ็ตและเครื่องประดับเพราะบางคนคิดว่าถ้าต้องการอากาศบริสุทธิ์ในทุกๆ ที่ แล้วทำไมไม่พกเครื่องฟอกอากาศติดตัวไปเลยล่ะ ซึ่งเครื่องฟอกอากาศพกพาชนิดนี้มีลักษณะการทำงานที่ไม่เหมือนเครื่องทั่วไป เพราะเกิดจากการสร้างประจุลบเพื่อสร้างม่านไอออนจับอนุภาคของมลภาวะในอากาศ

แต่ข้อจำกัดของเครื่องฟอกอากาศห้อยคอ คือ ไม่สามารถฟอกอากาศได้จริงเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้งหรือที่โล่งกว้าง เพราะเกิดการหมุนเวียนอากาศบริเวณใบหน้าตลอดเวลา ซึ่งตัวเครื่องชนิดนี้เหมาะแก่การฟอกอากาศในพื้นที่แคบ เช่น ในห้องขนาดเล็กมากกว่า

ราคาประมาณ : เริ่มต้น 800-7,490 บาท แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ

ข้อดี : ขนาดเล็ก พกพาสะดวก บางรุ่นใช้เป็นเครื่องประดับ เป็นสร้อยคอสวยๆ ล้ำสมัยก็ได้

ข้อเสีย : เป็นเครื่องฟอกอากาศชนิดที่ไม่มีแผ่นกรอง มีเพียงการสร้างม่านไอออนจากประจุลบ จึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานยังไม่เท่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป

ShopBack Tips : นอกจากการใส่หน้ากากอนามัย N95 แล้ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อป้องกัน PM 2.5 ใครที่เคยออกกำลังกายในสนาม อาจต้องย้ายไปออกกำลังในฟิตเนสแทน ส่วนใครที่มีโรคประจำตัว ขอแนะนำให้เตรียมยาต่างๆ ไว้ให้พร้อม และถ้ามีอาการหลังจากเจอฝุ่น เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล มีผื่นคัน ผื่นแดงตามตัว แสบหรือคันตา น้ำตาไหล และอาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะการรับฝุ่น PM 2.5 ที่เยอะเกินไป ก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคปอดอักเสบได้

ทางที่ดีควรซื้ออุปกรณ์ป้องกันฝุ่นติดตัวไว้ อย่างเช่นที่ Shopee มีสินค้าให้เลือกมากมายพร้อมเทียบราคาแต่ละร้าน แต่จะคุ้มค่ากว่าเมื่อสั่งซื้อผ่าน ShopBack

ช้อป Shopee ผ่าน ShopBack คลิก!

เครื่องฟอกอากาศส่วนตัวขนาดเล็ก

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ, เครื่องฟอกอากาศพกพา
Image Credit : amazon.com

เครื่องฟอกอากาศพกพาชนิดนี้คล้ายกับเครื่องฟอกอากาศแบบห้อยคอ แต่จะมีลักษณะภายนอกคล้ายกับ Power Bank พกพาไว้ในกระเป๋าสะดวก หยิบไปไหนมาไหนก็ได้ แต่นี่ก็เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีหลักการทำงานแบบเครื่องฟอกอากาศแบบห้อยคอ คือ เน้นการสร้างประจุลบเพื่อจับกับมลพิษในอากาศ เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัดมากกว่า หรือใช้งานควบคู่กับหน้ากากกันฝุ่นควันที่ป้องกัน PM 2.5 ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นเครื่องฟอกอากาศเครื่องหลัก

ราคาประมาณ : เริ่มต้น 2,400-5,800 บาท (อ้างอิงจากยี่ห้อ AirTamer)

ข้อดี : พกพาง่าย น้ำหนักเบา มีลักษณะคล้าย Power Bank บางรุ่นมีสายคล้องข้อมือมาให้ พร้อมแบตเตอรี่ในตัว

ข้อเสีย : ประสิทธิภาพการทำงานยังด้อยเท่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป เหมาะแก่การใช้ในพื้นที่เล็กๆ มากกว่า

ShopBack Tips : สิ่งที่ตามมาจากวิกฤต PM 2.5 ก็คือ สินค้าที่เกี่ยวข้องขาดตลาด ทั้งเครื่องวัดค่าฝุ่นแบบ Real TIme, หน้ากากป้องกันฝุ่นควัน หรือแม้แต่เครื่องฟอกอากาศไม่ว่าจะแบบไหน เครื่องเล็กเครื่องใหญ่คือ Sold Out กันหมด หรือสินค้าที่มีอยู่ราคาก็พุ่งสูงขึ้นจากเดิม แนะนำว่าให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนซื้อสินค้าว่าพอใจในราคานี้หรือไม่ มีงบเพียงพอที่จะซื้อหรือเปล่า แต่ถ้าไม่อยากพลาดความคุ้มค่า และประหยัดได้มากกว่า อย่าลืมมาดูมาเลือกซื้อสินค้าที่ JD Central และรับเงินคืนง่ายๆ ผ่าน ShopBack กันนะ

ช้อป JD Central ผ่าน ShopBack คลิก!

เครื่องฟอกอากาศพกพาคืออะไร ทำไมจึงได้รับความนิยม?

เครื่องฟอกอากาศพกพา เป็นเครื่องที่ช่วยกำจัดฝุ่น เชื้อโรคต่างๆ รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศ ภายในพื้นที่นั้นๆ ด้วยการดูดอากาศเข้าสู่ตัวเครื่องเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอมและปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา ส่วนใหญ่เครื่องฟอกอากาศแบบนี้มักจะมีขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายสะดวก มีดีไซน์และสีสันที่แตกต่าง

ทั้งแบบตั้งโต๊ะ แบบทรงสูงเพื่อใส่ในช่องวางแก้วน้ำในรถ แบบห้อยคอ แบบแนวนอน ล็อกกับเบาะรองศีรษะในรถได้ และอื่นๆ ยิ่งในยุคที่ฝุ่นควันทวีความรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน หลายคนเกรงว่าการใช้หน้ากากอนามัย N95 ป้องกันระหว่างวันอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีอุปกรณ์ฟอกอากาศชนิดพกพาเข้ามาเสริมนั่นเอง

5 วิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้ตรงใจที่สุด

เดิมทีเครื่องฟอกอากาศไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานที่ทุกบ้านต้องมี แต่ในช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ครองเมืองแบบนี้ เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ายอดฮิตไปโดยปริยาย มาดูวิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับแต่ละคน แต่ละบ้าน ซึ่งต้องใช้หลายปัจจัยพิจารณา เพื่อเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมที่สุด

  1. เช็คว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นนั้นๆ สามารถกำจัดฝุ่น PM 2.5 ได้หรือไม่ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญของเครื่องฟอกอากาศในยุคนี้เลยทีเดียว ซึ่งหลายๆ รุ่นจะมีจุดเด่นพิเศษที่แผ่นกรองอากาศข้างใน เช่น แผ่นกรองอากาศ HEPA, Carbon Filter ที่มีคุณสมบัติกรองมลพิษ ฝุ่น ควันบุหรี่ แบคทีเรีย เกสรดอกไม้ ละอองจากสัตว์ในอากาศ เป็นต้น
  2. เช็คขนาดห้อง พื้นที่ที่จะวางเครื่องฟอกอากาศว่ามีความกว้าง ยาวแค่ไหน เพราะนี่เป็นคำถามที่ต้องเจอหากไปซื้อเครื่องฟอกอากาศด้วยตัวเอง และพนักงานจะได้ช่วยเลือกเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ หรือแม้แต่เครื่องฟอกอากาศพกพา ก็ต้องคำนึงถึงสถานที่ที่ต้องเจอฝุ่นควันเช่นกัน
  3. เช็คสุขภาพของคนในบ้านว่ามีโรคประจำตัวที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์หรือไม่ เช่น ภูมิแพ้ เพราะเครื่องฟอกอากาศบางรุ่นช่วยให้อาการของคนเป็นภูมิแพ้ดีขึ้น สร้างอากาศบริสุทธิ์ ช่วยให้หายใจสะดวก สดชื่นขึ้นได้ด้วย
  4. อย่าลืมอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพราะส่วนใหญ่จะให้ความเห็นที่ตรงไปตรงมา หรือถ้ามีข้อสงสัยประการใดก็สามารถซักถามจากผู้รีวิวได้ หรือศึกษาข้อมูลรุ่นที่สนใจไว้เยอะๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน
  5. ราคา นี่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในยุคที่ราคาเครื่องฟอกอากาศมีแต่จะสูงขึ้นๆ อาจจำกัดตัวเลือกที่พอดีกับงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งมีตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนถึงหลักหมื่น หากทุ่มเงินซื้อเครื่องฟอกอากาศจนไม่เหลือเงินไว้ใช้จ่ายก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีนะ

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ, เครื่องฟอกอากาศพกพา

Image Credit : ao-air.com

เห็นแบบนี้แล้ว หลายคนน่าจะมีคำตอบในใจแล้วว่า จะเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศแบบไหนดี ซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบทั่วไป ใช้ในบ้าน หรือแบบพกพา ใช้งานในรถยนต์

แต่ทางที่ดีที่สุด นอกจากจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ ต้องป้องกันฝุ่นควันด้วยการใส่หน้ากากอนามัย พยายามหลีกเลี่ยงที่ที่ค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสูง สังเกตอาการของตัวเองให้ดีว่าเริ่มไม่สบายแล้วหรือไม่ สุดท้ายนี้ ShopBack Blog ขอให้ผู้อ่านทุกท่านสุขภาพแข็งแรง และอย่าลืมดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่นควันทั้งหลายด้วยนะ

ภาพปก : ao-air.com

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>
Facebook Comments