วันที่ 29 กันยายนของทุกปี ถือเป็นวันหัวใจโลก เหตุที่เราบัญญัติวันนี้ขึ้นมา เพราะหัวใจ นับเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายมนุษย์ ขาดมืออาจจะอยู่ได้ แต่ขาด(หัว)ใจอาจจะไม่รอด แม้ใครหลายคนจะใส่ใจดูแลหัวใจเป็นอย่างดี โรคหัวใจก็ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก เนื่องใจวันหัวใจโลก ShopBack Blog จึงรวบรวมสาระและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับหัวใจ โรคหัวใจคืออะไร และภาวะน่าสงสัย อาการของโรคหัวใจเบื้องต้นที่ต้องรู้ ให้เพื่อนได้เคล็ดไม่ลับในการเฝ้าระวังและดูแลหัวใจให้แข็งแรงอยู่คู่กับเราไปนานๆ กันค่ะ

โรคหัวใจ วันหัวใจโลก โรคหัวใจ คือ อาการของโรคหัวใจ

หัวใจ..สำคัญไฉน

หัวใจ คืออวัยวะแรกๆ สุดที่ก่อตัวขึ้น เมื่อก่อเกิดสัญญาณชีวิตในครรภ์มารดา เมื่อใดก็ตามที่หัวใจได้เต้นแล้ว ก็จะเต้นไปตลอดชีวิต ไม่มีวันหยุดจนกว่าจะหมดลมหายใจ ในมุมมองทางการแพทย์ หัวใจ จึงถือเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน หัวใจก็ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญต่อทุกระบบของร่างกาย เพราะหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่้วร่างกาย ดังนั้น ตราบใจที่หัวใจแข็งแรง ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย เพราะได้รับเลือดและสารอาหารอย่างเพียงพอ 

สำหรับอวัยวะที่เรียกว่า หัวใจนั้น คือ มวลกล้ามเนื้อก้อนหนึ่งในร่างกาย แต่จะมีความพิเศษแตกต่างจากกล้ามเนื้ออื่นๆ ตรงที่ หัวใจสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้เอง เป็นระบบไฟฟ้าหัวใจที่ทำให้หัวใจเต้น หรือทำงานตามหน้าที่นั่นเอง 

โรคหัวใจ วันหัวใจโลก โรคหัวใจ คือ อาการของโรคหัวใจ

หัวใจประกอบด้วยอะไรบ้าง 

หากแบ่งหัวใจออกตามการทำงานของหน้าที่ จะสามารถแบ่งหัวใจออกได้เป็น 5 ส่วนหลัก คือ

  1. เยื่อหุ้มหัวใจ ทำหน้าที่ปกป้องห่อหุ้มหัวใจ
  2. หลอดเลือดหัวใจ ทำหน้าที่ส่งเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
  3. กล้ามเนื้อหัวใจ ทำหน้าที่บีบเลือดไปเลี้ยงส่วนๆต่าง ของร่ายกาย  
  4. ลิ้นหัวใจและผนังกั้นห้องหัวใจ แบ่งหัวใจเป็นห้องไม่ให้เลือดปะปนกัน
  5. ระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำหน้าที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวเพื่อคอยสูบฉีดเลือดเลี้ยงร่างกาย
ShopBack Tips : เพราะหัวใจสำคัญ นอกจากการคอยตรวจร่างกายเพื่อเฝ้าระวังทุกปีตามโปรแกรมตรวจสุขภาพแล้ว การออกกำลังกาย ก็นับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้หัวใจแข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆ แต่การออกกำลังกายที่จะทำให้หัวใจแข็งแรงนั้น ต้องออกกำลังให้ได้อย่างน้อยประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง และ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งต้องให้มีอัตราการเต้นของหัวใจประมาณ 60-70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ซึ่งคำนวนได้จาก 220-อายุ ค่ะ

โรคหัวใจแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

โรคหัวใจ คือ หนึ่งในสาเหตุสำคัญลำดับต้นๆ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก ดังนั้น การรู้จักสังเกตอาการความเสี่ยงที่บ่งชี้ว่าเป็นสัญญาณอาการของโรคหัวใจ ก็นับเป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าพบแพทย์และรักษาโรคหัวใจได้อย่างทันท่วงที

ไหนๆ ก็ถึงวันหัวใจโลกแล้ว เราจะพาไปเช็คอาการกันว่าเพื่อนๆ เข้าข่ายเป็นโรคหัวใจหรือไม่ แต่ก่อนที่จะเข้าไปทำความรู้จักและเข้าใจอาการของโรคหัวใจ ShopBack Blog จะพามารู้จักประเภทของโรคหัวใจ ซึ่งแบ่งออกตามต้นเหตุการเกิดความผิดปกติของหัวใจเป็นหลัก คือ 

  1. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  2. โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากเชื้อไวรัส
  3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ จากความดันโลหิตสูง 
  4. โรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเกิดจากไขมันเกาะเส้นเลือดทำให้เลือดไหลเวียนเลี้ยงหัวใจไม่สะดวก
  5. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ที่ยังมีสาเหตุไม่ชัดเจน และแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิด บางชนิดรุนแรง แต่บางชนิดก็ไม่เป็นอันตราย
  6. โรคหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวาย คือภาวะที่หัวใจทำงานหนักมากเกินไป ซึ่งมีทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง

ShopBack Tips : นอกจากการออกกำลังกายแล้ว อาหารการกินก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการดูแลหัวใจให้แข็งแรงแข็งแกร่ง โดยนักโภชนาการได้แนะนำอาหารบำรุงที่ดีต่อหัวใจไว้ 10 ประเภทด้วยกันคือ

  1. เมนูปลา โดยเฉพาะปลาทะเล อย่าง ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า ปลาทู ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และไขมันมันดีที่ช่วยลดระดับไตรกรีเชอร์ไลด์ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้
  2. ผลไม้รสไม่หวาน เช่น ฝรั่ง กีวี ส้มเขียวหวาน แก้วมังกร แอปเปิ้ล เพราะไม่เพียงมีเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุสูงเท่านั้น ยังช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย
  3. พืชตระกูลถั่ว ไขมันดีเพียบ กินเป็นของทานเล่น ดีต่อหัวใจลดคอเรสเตอรอล
  4. มะเขือเทศ มีส่วนช่วยคอเลสเตอรอล ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจ
  5. ผักใบเขียว ซึ่งมีวิตามินและแร่ธาตุบำรุงหัวใจเพียบ ไม่ว่าจะเป็นคะน้า ผักโขม บล็อกโคลี่ และกวางตุ้ง
  6. ทับทิม เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ตัวช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้
  7. อาหารไขมันต่ำทั้งหลาย เพื่อลดการสะสมไขมันในกระแสเลือดที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
  8. นำมันจากพืช แต่ควรทานในปริมาณน้อย
  9. ข้าว ขนมปังและธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เพราะจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดได้
  10. อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งก็คืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซี อย่าง แครอท ฟักทอง ปวยเล้ง ผักบุ้ง อัลมอนด์ ถั่วงอก ส้มโอ กะหล่ำปลี และพริก
ทั้งนี้ ถ้าต้องการให้การทานอาหารเหล่านี้เกิดประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง แนะนำเลือกซื้อผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์จากห้างร้านที่คัดสรรวัตถุดิบเหล่านี้มาเป็นอย่างดี ยิ่งถ้าไม่สะดวกที่จะเดินทาง ก็ยังมีทางเลือกอย่าง HappyFresh ที่รับประกันความสดสะอาด และหากจะฉลาดเลือก ฉลาดช้อป หรือ ช้อปอย่างชาญฉลาด ก็แนะนำให้ช้อปผ่าน ShopBack

ช้อป HappyFresh ผ่าน ShopBack คลิก!

 

โรคหัวใจ วันหัวใจโลก โรคหัวใจ คือ อาการของโรคหัวใจ

อาการของโรคหัวใจเบื้องต้นมีอะไรบ้าง

สำหรับอาการของโรคหัวใจนี้ มีสัญญาณบ่งชี้ที่เป็นจุดสังเกตอยู่ 5 ประการ ในแต่ละอาการของโรคหัวใจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องคำนึงถึงอยู่ด้วย จะมีอะไรบ้างมาเช็คไล่ไปทีละข้อพร้อมๆ กันเลย

1. แน่นหน้าอก

ในส่วนของอาการ 1  อย่าง ของโรคหัวใจ คือ อาการเจ็บแน่นหน้าอก ลักษณะของการเจ็บแน่นหน้าอกระหว่างโรคหัวใจขาดเลือด กับโรคอื่นๆ ก็จะไม่เหมือนกัน หากเป็นอาการเจ็บแน่นหน้าอกเพราะโรคหัวใจขาดเลือด ก็จะมีอาการเจ็บแน่นดังนี้ คือ

  • เจ็บแน่นอึดอัดตรงกลางอก อาจเยื้องไปทางด้านซ้ายหรือทั้งสองด้าน ร่วมกับอาการจุกที่คอ และบางรายอาจเจ็บบริเวณที่กรามคล้ายปวดฟันร่วมด้วย ซึ่งอาการเจ็บแน่นเหล่านี้ มักเกิดขึ้นขณะมีการออกกำลัง หรืออยู่สภาพอารมณ์โกรธโมโห และจะหายปวดเมื่ออารมณ์ดีขึ้นหรือหยุดออกกำลัง
  • บางรายที่มีอาการรุนแรง อาการเจ็บแน่นหน้าอกลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นขณะร่างกายพัก เช่น นั่งหรือนอน 
  • ถ้าโรคหัวใจขาดเลือดรุนแรงจนเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ก็จะมีอาการเหงื่อออกมา เป็นลมหมดสติได้

ด้านอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด 

  • เจ็บแปลบคล้ายมีเข็มแทง เจ็บอยู่จุดเดียว และกดบริเวณหน้าออกแล้วจึงรู้สึกเจ็บ
  • เจ็บแน่นหน้าอกในช่วงขณะพัก และอาการเจ็บกินเวลานานร่วมชั่วโมงหรือเป็นวัน 
  • เจ็บแน่นหนักมากขึ้น เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ ขยับตัว หรือ หายใจเข้าลึกๆ 
  • เจ็บร้าวลามถึงศีรษะและปลายมือปลายเท้า 
ShopBack Tips : สำหรับอาการปวดเจ็บแน่นหน้าอกนี้ ต้องใช้การสังเกตอย่างละเอียดพอสมควร เพราะอาการปวดตามที่ต่างๆ เช่น ปวดหัว ปวดขมับ ปวดท้องขวาล่าง ก็บ่งชี้สาเหตุที่มาของโรคแตกต่างกัน อาการปวดแน่นหน้าอกก็เช่นกัน ดังนั้น พยายามอธิบายอาการเจ็บแน่นให้แพทย์ฟังให้มากที่สุด เพื่อที่จะช่วยร่นระยะเวลาในการตรวจวินิจฉัย และทำให้การรักษาเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วค่ะ

2. หอบ เหนื่อยง่ายผิดปกติ

อาการของโรคหัวใจอาการที่ 2 ก็คือ อาการหอบหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ ซึ่งอาการเหนื่อยหอบจากโรคหัวใจในมุมมองของแพทย์ จะเป็นการเหนื่อยหอบ มีอัตราการหายใจเร็วมากกว่าปกติขณะเวลาออกแรง เช่น เดิน วิ่ง หรือทำงาน

แต่ในบางรายที่มีอาการของโรคหัวใจรุนแรง ก็จะเหนื่อยขณะพัก เหนื่อยมากจนนอนราบไม่ได้ เพราะเมื่อนอนแล้วจะไอ ต้องนอน หนุนศีรษะสูง หรือนั่งหลับ 

ข้อควรระวังของอาการโรคหัวใจจากอาการเหนื่อยหอบคือ ผู้มีภาวะโลหิตจาง โรคไทรอยด์เป็นพิษ หรือโรคอ้วน ก็มีจะมีอาการเหนื่อยหอบได้ง่ายเช่นกัน แต่เป็นการเหนื่อยแบบเพลีย เหนื่อยใจ หมดแรง มือเท้าเย็นและชามากกว่า 

โรคหัวใจ วันหัวใจโลก โรคหัวใจ คือ อาการของโรคหัวใจ

3. ใจสั่น

อาการของโรคหัวใจอาการที่ 3 ก็คือ อาการใจสั่น หมายถึง อาการที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ผิดจังหวะ ไม่สม่ำเสมอ เต้นๆ หยุดๆ ซึ่งตรวจพบได้ค่อนข้างยาก หากสงสัยว่ามีอาการใจสั่น ให้เพื่อนๆ ลองพิสูจน์ในเบื้องต้นง่ายๆ

ด้วยการจับชีพจรตัวเองแล้วนับว่าเต้นกี่ครั้งในเวลา 1 นาที รวมถึงจับและนับว่าในแต่ละนาที ชีพจรเต้นสม่ำเสมอหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการของเพื่อนๆ ได้เร็วขึ้นค่ะ 

4. วูบหรือหน้ามืดกะทันหัน 

อาการของโรคหัวใจอาการที่ 4 ก็คือ อาการวูบหน้ามืด หมดสติ สำหรับอาการของโรคหัวใจนี้ จะหมายถึงการหมดสติ หรือเกือบหมดสติชั่วขณะ โดยผู้ป่วยโรคหัวใจจะมีอาการหน้ามืด ตาลาย มองเห็นไม่ชัดเจน และจะเป็นลม ซึ่งจะเป็นอยู่ชั่วขณะเท่านั้น

แต่ถ้ามีอาการบ้านหมุน วิงเวียน ศีรษะหายใจไม่ออกร่วมด้วย อาการดังกล่าวก็ไม่อาจเข้าข่ายอาการของโรคหัวใจ แต่อาจเกิดจากความผิดปกติทางสมอง ขณะเดียวกัน อาการวูบ ก็มักพบได้ในผู้ป่วยที่ขาดน้ำ เสียเลือด ท้องเสีย ไม่สบาย หรือผู้ที่ทานยาลดความดันโลหิตได้เช่นกันค่ะ  

5. ขาบวม 

อาการของโรคหัวใจอาการที่ 5 และเป็นอาการสุดท้ายก็คือ อาการขาบวม โดยอาการบวมในโรคหัวใจจะเกิดจากการที่หัวใจด้านขวาทำงานลดลงทำให้เลือดจากขาไม่อาจไหลมาเข้าหัวใจด้านขวาได้โดยสะดวก จึงทำให้มีเลือดคั่งที่ขา

ซึ่งอาการบวมจะเป็นการบวมบริเวณหน้าแข้งหรือบริเวณปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง ยิ่งถ้าใช้นิ้วกดลงไปแล้วยกนิ้วออกมาแล้วเนื้อบุ๋ม ไม่ยอมคืนตัว ร่วมกับมีอาการเหนื่อย นอนราบไม่ได้ มีอาการแน่นท้องมากขึ้น ก็ให้รีบพบแพทย์หัวใจให้เร็วที่สุดค่ะ

อย่างไรก็ตาม คนที่โรคความดันโลหิตสูง มีปัญหาเรื่องไต เพราะร่างกายไม่สามารถขับเกลือหรือโซเดียมออกมาได้ หรือผู้ป่วยเบาหวาน ก็จะมีอาการขาบวมเช่นกัน

โดยกรณีผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากจะหลีกเลี่ยงอาการบวมก็ต้องหมั่นตรวจเช็กน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ ซึ่งในยุคนี้ เครื่องตรวจเช็กน้ำตาลในเลือด ขนาดกะทัดรัด และมีความแม่นยำได้สูง ราคาไม่แพง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือ บนโลกออนไลน์อย่างเว็บไซต์ Shopee 

ช้อป Shopee ผ่าน ShopBack คลิก!
 

แต่ทั้งนี้ ShopBack Blog แนะนำว่า เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น เหนื่อยง่าย วูบบ่อย ขาบวม อย่าปล่อยไว้ ให้เดินเข้าพบเพื่อปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้วินิจฉัยโรคได้ทันท่วงที เพราะแม้อาจไม่ใช่โรคหัวใจ

อาการเจ็บแน่นเหล่านี้ อาจมีสาเหตุจากโรคอื่นๆ อย่าง กล้ามเนื้อหน้าอกอักเสบ เยื้อหุ้มปอดอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือคุณหมออาจตรวจพบโรคอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ เช่น วัณโรคโพรงจมูก เป็นต้น

โรคหัวใจ วันหัวใจโลก โรคหัวใจ คือ อาการของโรคหัวใจ

ShopBack Tips : ออกกำลังกายก็แล้ว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็แล้ว ใช่ว่า หัวใจจะแข็งแรงเสมอไปนะคะ ตราบใดที่เพื่อนๆ ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยน เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ทานของมันของทอด พักผ่อนน้อย หรือทำงานหนักและคร่ำเครียดมากเกินไป

ShopBack จึงอยากแนะนำให้เพื่อนๆ หากิจกรรมอื่นๆ เช่น การเดินทางท่องเที่ยว มาให้หัวใจและร่างกายได้หยุดพักผ่อนคลายบ้าง ซึ่งสำหรับใครที่กังวลในเรื่องงบประมาณการเที่ยว ลองเข้าเว็บจองตั๋วที่พัก และบัตรผ่านต่างๆ อย่าง Booking.com เชื่อแน่ว่า เพื่อนๆ สามารถเที่ยวได้ประหยัดแต่ยังสนุกและสะดวกสบายแน่นอนค่ะ

ช้อป Booking.com ผ่าน ShopBack คลิก!  

ได้รู้จักสัญญาณอาการของโรคหัวใจ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ในการดูแลใส่ใจหัวใจของตัวเองในทุกวันกันนะคะ ไม่เพียงแต่เฉพาะวันหัวใจโลกเท่านั้น ที่เราจะหันมาตระหนักความสำคัญของหัวใจกัน 

เราใช้หัวใจไว้เพื่อตามหาและทะนุถนอมความรักกันแล้ว ก็อย่าลืมใช้ความรักกลับมาทะนุถนอมหัวใจตัวเองกันด้วยนะคะ ให้สมกับคำขวัญรณรงค์วันหัวใจโลกปีนี้ ที่ว่า Be A Heart Hero…Make A Heart Promise นะคะ

นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?
<p>นางสาว เอสบี ช้อปทีไรได้เงินคืน เพราะใช้ ShopBack?</p>

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments