เทรนด์รักโลกและประหยัดพลังงานกำลังมาแรง กระแส รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก จึงได้รับความสนใจขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยเองก็เห็นได้จากงานมอเตอร์โชว์ที่มักจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่มาให้คนรักรถได้ตื่นเต้นอยู่เสมอ นอกจากนี้สถิติจากกรมขนส่งทางบกในปี 2562 ยังพบว่า ผู้จดทะเบียนใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามีถึง 1,933 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2561 ถึง 1,447 คัน

ShopBack Blog จึงขอนำเสนอ 5 รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกตั้งแต่ระดับแสนไปจนถึงราคาไม่เกินสองล้านบาทมาฝาก ถึงรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสนจะยังหายาก แต่สำหรับคนมองหารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นประหยัด ใช้งานได้ยาว คุ้มค่าและประหยัดพลังงานล่ะก็ รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 รุ่นที่เรานำมาเสนอในวันนี้ก็น่าสนใจแน่นอนค่ะ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้! ShopBack แจกอั่งเปาใหญ่ๆ กับ วันช้อป วันเที่ยว จองเที่ยวเริ่มต้นที่ 8 บาท จะช้อปตรุษจีนช่วงนี้ ShopBack จัดให้ ช้อปแล้วได้เงินคืนสองต่อ หรือจะจองเที่ยวฉลองอั่งเปาก็จองเที่ยวเริ่มต้นที่ 8 บาท เท่านั้น พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 11% จะรออะไร เข้าไปดูก่อนใคร จะช้อปทั้งทีต้องได้เงินคืนที่ ShopBack เท่านั้น!

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รู้หรือยังว่าสถานีชาร์จไฟอยู่ที่ไหนบ้าง?

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกทำให้มีหน่วยงานทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชนตอบรับกันอย่างคับคั่ง ทั้งการลงทุนด้านการผลิตรถไปจนถึงการสร้างสถานีชาร์จไฟด้วย ซึ่งระบบการชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

การชาร์จแบบปกติโดยสามารถใช้ชุดชาร์จไฟที่มากับตัวรถชาร์จกับปลั๊กไฟที่บ้านได้เลย และการชาร์จแบบเร็วที่สามารถชาร์จได้ 0-80% ในเวลา 30-40 นาทีเท่านั้น โดยการชาร์จจากสถานีจะเป็นการชาร์จแบบเร็ว ส่วนในประเทศไทยของเราตอนนี้มีผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารายไหนและมีจุดชาร์จที่ไหนบ้าง ลองมาดูกันค่ะ

  • การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

การไฟฟ้านครหลวงตั้งเป้าหมายสร้างสถานีชาร์จ 13 แห่งให้ครบตามจำนวนสาขาของสำนักงานการไฟฟ้านครหลวง ส่วนในปัจจุบันสร้างแล้ว 10 แห่ง สามารถชาร์จได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าบริการ แต่ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าใช้งานที่จุดชาร์จ

ShopBack Tips : สถานีชาร์จของการไฟฟ้านครหลวงเปิดให้บริการในเขตกรุงเทพและปริมณฑล สามารถตรวจสอบสถานีชาร์จของการไฟฟ้านครหลวงได้ที่แอพพลิเคชั่น MEA หรือเว็บไซต์ https://www.mea.or.th/minisite/meaev ค่ะ

ส่วนใครอยากเตรียมพร้อมการวางแผนเส้นทางเพื่อคำนวณพลังงานสำหรับการชาร์จไฟแต่ละครั้งเอาไว้ล่วงหน้า อย่าลืมเช็ครถก่อนเดินทางไกลและสามารถเลือกซื้อ GPS ติดรถยนต์เพื่อวางแผนการเดินทางได้ที่ PowerBuy และต้องช้อปอย่างชาญฉลาดผ่าน ShopBack เพื่อรับส่วนลดและเงินคืนด้วยนะคะ

ช้อป PowerBuy ผ่าน ShopBack คลิก!

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้ให้บริการสถานีชาร์จรายแรกๆ ในไทย มีจุดบริการ 11 แห่ง กระจายตัวตามเมืองสำคัญ ได้แก่ อยุธยา นครปฐม นครราชสีมา พัทยาและหัวหิน และอีก 1 แห่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ในอนาคตยังมีโครงการสร้างจุดชาร์จที่เชียงใหม่เพิ่มอีก 10 แห่งด้วย

  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (EGAT)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้ามาทดลองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกันทั้งการดัดแปลงนำรถเก่ามาติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและการให้บริการสถานีชาร์จไฟ ปัจจุบันมีสถานีชาร์จไฟ 5 แห่งในกรุงเทพมหานครรวมถึงจุดชาร์จสำหรับรถเมล์ด้วย

  • บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ (EA Anywhere)

หนึ่งในบริษัทเอกชนที่รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและตั้งเป้าจะสร้างสถานีชาร์จถึง 1,000 แห่งในกรุงเทพ ปริมณฑล และเมืองสำคัญอย่างหัวหินและพัทยา ปัจจุบันเริ่มเปิดสถานีชาร์จให้บริการในกรุงเทพมหานครแล้วค่ะ

  • ค่ายรถยนต์นิสสัน (MEA EV)

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่หันมาให้ความสนใจเทรนด์รักโลกเช่นกัน ปัจจุบันมีสถานีชาร์จให้บริการ 2 แห่ง คือ โรงงานบนถนนเส้นบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 21 และในจังหวัดระยอง

  • ค่ายรถยนต์ BMW (ChargeNow)

ปัจจุบัน BMW คือผู้นำด้านการให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าโดยได้รับความร่วมมือจากหลายบริษัท ปัจจุบันมีสถานีชาร์จถึง 50 แห่ง กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร

  • ค่ายรถยนต์ Mercedes-Benz (EQ)

เมอร์ซิเดซ เบนซ์ เป็นอีกบริษัทที่ขยายจุดชาร์จหรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแล้วเสร็จไปถึง 50 แห่ง และในอนาคตมีเป้าหมายจะขยายการให้บริการไปอีก 200 แห่งทั่วประเทศ

ShopBack Tips : ประเทศไทยมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ประมาณ 1,200 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และตามหัวเมืองสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามปริมาณของสถานีชาร์จก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่จำนวนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกและรถระบบไฮบริดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

เตรียมพร้อมล่วงหน้าหากรถยนต์ไฟฟ้าของเราแบตเตอรี่หมด ในเวลาฉุกเฉินเรียก LINE MAN (Taxi) เอาไว้ก่อนอุ่นใจกว่า และอย่าลืมเรียกแท็กซี่ผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนด้วยนะคะ

จอง LINE MAN (Taxi) ผ่าน ShopBack คลิก!

5 รถไฟฟ้าราคาถูก ประหยัดพลังงานแบบคุ้มค่า

1. FOMM One ราคา 5.99 แสนบาท

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

Image Credit : fomm.co.th

ถึงจะไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสนแต่ก็เป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกที่สุดในไทย ขนาดเล็กกะทัดรัดกำลังดี เหมาะสำหรับขับในเมืองแทน Eco car เน้นการออกแบบด้วยแนวคิด 2 in 1 เบาจนลอยน้ำได้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่น้ำท่วมของประเทศไทย และยังมีระบบ Cooling system ที่เหมาะกับอากาศเมืองไทยอีกด้วย

FOMM One เป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็ก คล่องตัว รองรับผู้โดยสารได้ 4 คน ห้องโดยสารรวมตัวถังมีขนาด 2.6 x 1.3 เมตร ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบล้อหน้าคู่ระบบ In Wheel Motor ให้กำลังสูง 13.4 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตร ความจุแบตเตอรี่ 2.96 กิโลวัตต์ ใส่มาถึง 4 ชุด ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ด้วยขนาดที่เล็กและเบา มีการใช้งานแบบไม่ต้องกลัวน้ำท่วม แต่สามารถวิ่งได้ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น FOMM One จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและในชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องขับระยะไกลมากกว่าการขับทางไกลหรือออกต่างจังหวัดค่ะ

เวลาชาร์จต่อครั้ง : 6 ชั่วโมง

ระยะทางที่วิ่งได้ : 160 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ซื้อได้ที่ไหน : จองผ่านเว็บไซต์ FOMM

2. MINE SPA1 ราคา 1.2 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

Image Credit : elecpress.com

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกผลิตโดยฝีมือคนไทยโดยเฉพาะ ตัวรถออกแบบคลาสสิคในสไตล์รถขนาดเล็กโดยสารได้ 5 คน ใช้งานได้อเนกประสงค์ ปัจจุบันทางบริษัทผู้ผลิตได้ทำ MOU ร่วมกับสหกรณ์แท็กซี่เพื่อส่งมอบ MINE SPA1 ไปแล้วกว่า 3,500 คัน

MINE SPA1 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยแท้ที่มีพละกำลังสูงถึง 127 แรงม้า ตัวถังผลิตด้วยวัสดุน้ำหนักเบา เสริมความแกร่งด้วยอะลูมิเนียมแพลตฟอร์ม สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บรรจุแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนขนาด 30 กิโลวัตต์ เก็บกักพลังงานได้เยอะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเทคโนโลยี STOBA ช่วยป้องกันการลัดวงจรจากภายในเซลล์แบตเตอรี่เพื่อความอุ่นใจระหว่างขับขี่อีกด้วย

MINE SPA1 ใช้เวลาชาร์จไฟต่อครั้งเพียง 15 นาทีจากการชาร์จที่สถานีระบบชาร์จเร็วแต่ก็รองรับการชาร์จจากไฟบ้านด้วยเช่นกัน และด้วยอัตราเร่งที่มีความแรง สามารถขับรถยะทางไกลจึงเหมาะกับการใช้งานอเนกประสงค์ค่ะ

เวลาชาร์จต่อครั้ง : 15 นาที

ระยะทางที่วิ่งได้ : 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ซื้อได้ที่ไหน : สนใจติดต่อ MINE Mobility

ShopBack Tips : หลายคนอาจสงสัยว่าการขับรถยนต์ไฟฟ้ามีความปลอดภัยหรือไม่ ความจริงแล้วระบบต่างๆ ภายในรถยนต์ไฟฟ้าก็ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีไม่แพ้รถยนต์ทั่วไป รวมถึงระบบความปลอดภัยหรือ Safety ด้วยเช่นกัน แต่เพื่อความมั่นใจก่อนเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคุณควรศึกษาขั้นตอนการต่อใบขับขี่ให้พร้อมเพราะเราต้องใช้ในการลงทะเบียนใช้รถยนต์ไฟฟ้า

ศึกษาคำแนะนำการใช้งานรถรุ่นนั้นก่อนทุกครั้ง รวมถึงตรวจเช็กสภาพรถก่อนใช้งานและทำความสะอาดรถให้พร้อมขับ หากมีข้อสงสัยหรือพบปัญหาอะไรควรสอบถามผู้ให้บริการทันที ไม่ควรปล่อยไว้หรือแก้ปัญหาด้วยตัวเองหากไม่ชำนาญจริงๆ ค่ะ

เตรียมความพร้อมกับทุกสถานการณ์บนท้องถนนด้วยอุปกรณ์ดูแลรถยนต์และคนที่มองหาเครื่องดูดฝุ่นในรถยี่ห้อไหนดีก็เลือกดูได้ที่ JD Central ไม่ว่าจะเป็นชุดเติมลม แม่แรง เครื่องดูดฝุ่นหรืออุปกรณ์ฉุกเฉินอื่นก็มีครบ และอย่าลืมเลือกช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับดีลพิเศษและเงินคืนด้วยนะคะ

ช้อป JD Central ผ่าน ShopBack คลิก!

3. MG ZS EV ราคา 1.5 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

Image Credit : mgcars.com

สำหรับ MG ZA EV รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกที่มาในช่วงราคาสุดคุ้มประกาศเปิดตัวไปแล้วในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ต้นแบบคือรถยนต์ MG ZS แต่ปรับปรุงให้ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มตัว ซึ่ง MG ZS EV 2019 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดแบบ 100% โดยไม่ใช่ระบบไฮบริด

รูปลักษณ์ภายนอกสวยงามโฉบเฉี่ยวสไตล์รถ SUV รองรับผู้โดยสารได้ 4-5 คน พร้อมบรรจุมอเตอร์ไฟฟ้าระบบ PM Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าและแรงบิด 350 นิวตันเมตร โดยติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาให้ 3 ชุด และหัวชาร์จแบบ Type-II สามารถชาร์จได้ทั้งที่สถานีชาร์จและการชาร์จจากไฟบ้าน

ใครที่ชื่นชอบรถ SUV แต่ต้องการใช้พลังงานสะอาดแทนน้ำมัน MG ZA EV ก็ตอบโจทย์ เพราะฟีเจอร์เด่นของ MG ยังอยู่ครบแต่มาในรูปแบบรถพลังงานไฟฟ้าที่วิ่งระยะทางไกลสุดถึง 335 กิโลเมตร เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและการเดินทางต่างจังหวัดค่ะ

เวลาชาร์จต่อครั้ง : 6 ชั่วโมง

ระยะทางที่วิ่งได้ : 335 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ซื้อได้ที่ไหน : สนใจติดต่อโชว์รูม MG

4. Hyundai IONIQ ราคา 1.749 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

Image Credit : thedriven.io

อีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็กกะทัดรัดแบบคอมแพ็คจากค่ายฮุนไดที่เคาะราคาออกมาไม่สูงเกินเอื้อม คล่องตัวกว่าด้วยขนาด 4.4 X 1.8 เมตร ขับขี่สะดวกทั้งในเมืองและต่างจังหวัด Hyundai IONIQ เน้นการผลิตและออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย แม้จะเป็นรถยนต์คอมแพ็คแต่ก็มีความจุได้ถึง 455 ลิตร

พร้อมเบาะหลังพับแยกได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ ระบบมอเตอร์ใช้รูปแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor หรือ PMSM และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 28 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุดที่ 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ ใครชื่นชอบรถยนต์คอมแพ็คที่มีดีไซน์สวยเฉี่ยวให้อารมณ์สปอร์ต มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ Hyundai IONIQ ก็เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณ

เวลาชาร์จต่อครั้ง : 12 ชั่วโมง

ระยะทางที่วิ่งได้ : 280 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ซื้อได้ที่ไหน : สนใจติดต่อโชว์รูม Hyundai

5. BYD e6 ราคา 1.89 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

Image Credit : wheelsage.org

BYD e6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกที่เจาะกลุ่มตลาดรถ Fleet car หรือรถแท็กซี่ที่ดูแลโดยหน่วยงานรัฐและเอกชนโดยเฉพาะ แต่ก็มีผู้ขับขี่ทั่วไปให้ความสนใจอยู่มากเช่นกัน เนื่องจาก BYD e6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนสไตล์ MPV รองรับผู้โดยสารได้ 5 คน ใช้ระบบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโฟสเฟส 80 กิโลวัตต์ ให้กำลัง 134 แรงม้า เร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ทั้งการขับขี่ในเมืองและการขับในต่างจังหวัดเนื่องจากความจุแบตสามารถใช้งานได้ถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หากใครสนใจ BYD e6 สามารถไปทดลองนั่งกันได้ที่ศูนย์บริการ Taxi Ok ชั้น 1 สนามบินสุวรรณภูมิที่เปลี่ยนมาเป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้ารุ่นนี้กันได้ก่อนตัดสินใจจองกับผู้จัดจำหน่าย

เวลาชาร์จต่อครั้ง : 11.5 ชั่วโมง

ระยะทางที่วิ่งได้ : 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ซื้อได้ที่ไหน : สนใจติดต่อ Rizen Energy โทร 02-5139999

รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสน

ถึงแม้รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่ถึงแสนจะยังไม่มีตัวเลือกมากนัก แต่หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกที่สมรรถนะแรงจริง ใช้งานได้จริงในทุกวันล่ะก็ รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 รุ่นที่เรานำมาฝากก็คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดที่วางจำหน่ายในประเทศไทยตอนนี้ค่ะ

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานสะอาดเพื่อตามเทรนด์รักษ์โลกล่ะก็ ShopBack Blog ขอแนะนำว่าควรศึกษาตำแหน่งสถานีชาร์จไฟให้ดีและควรเป็นการใช้งานในเมืองใหญ่ก่อนจะดีกว่า ส่วนใครที่ได้ไปทดลองขับ ทดลองนั่ง หรือซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานแล้ว อย่าลืมมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนๆ ShopBack Blog กันด้วยนะคะ

ที่มาอ้างอิง :

ev-database.org, fomm.co.th/th/, hyundai.co.th, dlt.go.th

Facebook Comments