ร่างกายของเรามีกลไกที่ชาญฉลาดและละเอียดอ่อนจนเราเองก็ยังต้องทึ่ง เพราะแค่มีความผิดปกติเกิดขึ้นนิดเดียว ร่างกายก็จะหาทางส่งสัญญาณเตือนให้เรารู้ หนึ่งในนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงจากสีของปัสสาวะนั่นเอง ShopBack Blog ขอชวนเพื่อนๆ มารู้จักกับสีของปัสสาวะบอกโรค เช็กกันสักนิดว่าปัสสาวะในวันนี้ปกติหรือผิดปกติอย่างไร หากมีสีเพี้ยนไปนั่นหมายถึงโรคอะไรหรือเปล่า รู้ก่อน ดูแลตัวเองได้เร็วกว่า ลองมาดูกันได้เลย !

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

สีปัสสาวะบอกโรค เช็กสักนิดช่วยป้องกันก่อนเป็นโรคร้าย

สีของปัสสาวะบอกโรค, สีของปัสสาวะ
Image Credit : healthline.com
  • ปัสสาวะใส ไม่มีสี

ถ้าวันนี้ใครเข้าห้องน้ำแล้วพบว่าปัสสาวะของตัวเองใส ไม่มีสีแล้วหล่ะก็ แสดงว่าวันนั้นเพื่อนๆ ดื่มน้ำมากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวันจนทำให้ระดับจนทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายเจือจางลง หากเกลือแร่ต่ำมากๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้ ! ดังนั้นถ้าปัสสาวะใสบ้างเป็นบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ แต่ถ้าปัสสาวะมีสีใสต่อเนื่องแล้วหล่ะก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานหรือโรคไตได้ 

  • ปัสสาวะสีเหลืองและสีเหลืองสด

ยินดีด้วย ! ถ้าสีของปัสสาวะของเพื่อนๆ เป็นสีเหลืองอ่อนหล่ะก็หมายความว่าระดับน้ำในร่างกายอยู่ที่ระดับปกติ แต่ถ้าเมื่อไรสีปัสสาวะเข้มขึ้นกลายเป็นสีเหลืองสดก็อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะนั่นคือสีปัสสาวะที่บ่งบอกว่าเรากินวิตามินและอาหารเสริมมากเกินความต้องการจนถูกขับสารส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะ ทำให้สีปัสสาวะเข้มขึ้น ถึงไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกายแต่เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ควรกินวิตามินและอาหารเสริมให้เหมาะสมกับปริมาณที่แนะนำจะดีกว่านะคะ

ShopBack Tips : ใครที่สงสัยว่า “เราควรดื่มน้ำมากเท่าไรในแต่ละวัน” มาดูปริมาณน้ำที่เหมาะสมกันได้เลยค่ะ 

  • เด็กอายุ 4 - 8 ปี ควรดื่มน้ำ 5 แก้ว/วัน (ประมาณ 1,200 มล.)
  • เด็กอายุ 9 - 13 ปี ควรดื่มน้ำ 7 - 8 แก้ว/วัน (ประมาณ 1,600-1,900 มล.)
  • วัยรุ่นอายุ 14 - 18 ปี ควรดื่มน้ำ 8 - 11 แก้ว/วัน (ประมาณ 1,900-2,600 มล.)
  • ผู้ที่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรดื่มน้ำ 9 แก้ว/วัน (ประมาณ 2,100 มล.)
  • ผู้ที่อายุ 19 ปีขึ้นไปและใช้พลังงานมากกว่าปกติ เช่น นักกีฬา ควรดื่มน้ำ13 แก้ว/วัน (ประมาณ 3,000 มล.)

รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมด้วยนะคะ และนอกจากการดื่มน้ำเปล่าแล้ว ในผัก ผลไม้ ก็นับรวมด้วยนะ เพราะฉะนั้นใครเบื่อจิบน้ำเปล่า ก็สั่งอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบเยอะๆ หรือสั่งผลไม้สดมากินถึงบ้านกันได้เลยที่ foodpanda อย่าลืมสั่งผ่าน ShopBack ทุกครั้งเพื่อรับเงินคืนด้วยหล่ะ

สั่ง foodpanda ผ่าน ShopBack คลิก!

  • ปัสสาวะสีแดงหรือชมพู

เริ่มมาถึงสีของปัสสาวะบอกโรคที่ควรระมัดระวังกันแล้วนะคะ ใครที่พบว่าปัสสาวะของตัวเองมีสีแดงหรือชมพู นั่นหมายถึงความผิดปกติปัสสาวะสีชมพูไปจนถึงสีแดงอาจหมายถึงการมีเลือดเจือปนอยู่ในปัสสาวะหรือเป็นสัญญาณของโรคไต โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคนิ่วในไต เนื้องอกหรือมะเร็งที่ไต กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก รวมถึงการกินอาหารบางชนิด เช่น บลูเบอร์รี่ รูบาร์บ บีทรูท หรือหลังการออกกำลังกายอย่างหนักทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งไม่เป็นอันตรายใด ๆ

  • ปัสสาวะสีส้ม

ปัสสาวะสีส้มนั้นนอกจากจะหมายถึงการกินแครอทหรือการที่ร่างกายได้รับวิตามินบี 2 มากเกินไปแล้ว ยังเป็นสีของปัสสาวะบอกโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี ตับ และการกินยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มซาลาซีน ฟีนาโซไพริดีน หรือไอโซไนอาซิด เป็นต้น นอกจากนี้การกินยาระบายหรือยาแก้อาการติดเชื้อก็อาจทำให้ปัสสาวะของเรามีสีส้มได้เช่นกัน 

สีของปัสสาวะบอกโรค, สีของปัสสาวะ

  • ปัสสาวะสีน้ำเงินหรือเขียว

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีปัสสาวะสีน้ำเงินหรือเขียวนั้นเป็นสีของปัสสาวะบอกโรคที่เกี่ยวกับพันธุกรรมเมตาบอลิกที่ถือเป็นโรคหายาก เป็นภาวะที่แคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ หรืออาจเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเกิดจากสาเหตุทั่วไปที่ไม่เป็นอันตรายอย่างเช่น การกินอาหารที่มีสีผสมอาหารสีน้ำเงิน การกินยากลุ่มอินโดเมทาซินที่ช่วยรักษาอาการแก้ปวดและยารักษาอาการซึมเศร้าอะมิทริปไทลีน นอกจากนี้ยังรวมถึงการกินผักบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น

  • ปัสสาวะสีน้ำตาล

สำหรับใครที่มีปัสสาวะสีน้ำตาลนั้นอาจเป็นสีของปัสสาวะบอกโรคที่เกิดจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บโรคตับ โรคมะเร็งผิวหนัง ผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะบางชนิด รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพสารเสพติด หากพบว่าปัสสาวะมีสีน้ำตาลควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายทันทีนะคะ แต่ในขณะเดียวกันปัสสาวะสีนี้อาจเกิดจากการกินอาหารประเภทถั่ว ผักรูบาร์บ หรือว่านหางจระเข้มากเกินไปก็ได้ 

  • ปัสสาวะสีขุ่น

หากใครพบว่าปัสสาวะของตัวเองเป็นสีขุ่น ขาวขุ่น หรือมีฟอง อาจเกิดจากปัสสาวะที่มีหนองปน ส่วนใหญ่สีของปัสสาวะบอกโรคสีนี้จะพบในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะหรือผู้ที่มีน้ำเหลืองในปัสสาวะค่ะ

ShopBack Tips : นอกจากการดูแลตัวเองจากภายในแล้ว การดูแลความสะอาดและสุขอนามัยภายนอกก็เป้นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะจุดซ่อนเร้นที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ อย่าลืมเลือกสบู่อาบน้ำที่มีคุณภาพดี เหมาะสมกับสภาพผิว และเลือกสวมชุดชั้นในที่สะอาด ระบายอากาศได้ดี เพื่อให้จุดซ่อนเร้นของเรามีสุขอนามัยที่ดีที่สุดในแต่ละวันนะคะ ไปช้อปสบู่ ครีมอาบน้ำ และชุดชั้นในสวมสบายทั้งชายหญิงได้เลยที่ Robinson พร้อมช้อปแบบคุ้มกว่า ประหยัดกว่าผ่าน ShopBack เพราะมีทั้งดีลส่วนลดและเงินคืนให้ทุกการช้อป

ช้อป Robinson ผ่าน ShopBack คลิก!
 

How to วิธีดูแลตัวเองให้ปัสสาวะปกติ เพื่อสุขภาพที่ดีและความสบายใจในทุกวัน

สีของปัสสาวะบอกโรค, สีของปัสสาวะ

  • ไม่กลั้นปัสสาวะ : การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานทำให้แบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะเติบโตได้ดีจนอาจกลายเป็นที่มาของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะได้
  • ดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ : ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 ลิตรต่อวัน (8 – 10 แก้ว) หากเสียเหงื่อมากกว่าปกติก็ต้องดื่มน้ำชดเชยด้วย เพื่อให้ร่างกายขับของเสียออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ : เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน สมุนไพร หรือเมล็ดเจีย ลดน้ำหนัก เป็นต้น การกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี หากสุขภาพดี สีของปัสสาวะก็จะปกติ ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ควรหาเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ ทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างร่าเริง กระฉับกระเฉง ไม่นอนมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ ทำให้ตับและระบบทางเดินปัสสาวะทำงานหนักกว่าปกติเนื่องจากต้องขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ดังนั้นควรลดหรืองดการดื่มแอลกอฮอล์ไปเลยจะดีที่สุดค่ะ
  • รักษาความสะอาดของร่างกาย : รักษาความสะอาดและสุขอนามัยของร่างกายรวมถึงจุดซ่อนเร้นเพื่อลดกลิ่นอับ ลดแบคทีเรีย และความอับชื้นอันเป็นเหตุของเชื้อราซึ่งอาจส่งผลให้ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ
ShopBack Tips : นอกจากสีปัสสาวะแล้ว สีของอุจจาระก็ช่วยบอกโรคและเตือนความผิดปกติของร่างกายด้วยเหมือนกันนะคะ ดังนั้นในแต่ละวันอย่าลืมเช็กสีของอุจจาระละปัสสาวะให้ดี หากพบว่ามีสีแปลกๆ หรือมีความผิดปกติหล่ะก็ ควรไปตรวจร่างกายให้มั่นใจอีกครั้ง หากพบว่าป่วยหรือเป็นโรคอะไรจะได้พร้อมรับมือแบบทันท่วงที แต่ถ้าใครไม่อยากมานั่งรักษาตัวเอง ก็ป้องกันไว้ก่อนแบบง่ายๆ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างที่เราแนะนำไปข้างต้น ไปเลือกช้อปอุปกรณ์ออกกำลังกายและวัตถุดิบดีๆ มาทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพกันได้เลยที่ Tops Online อย่าลืมเลือกช้อปแบบประหยัดได้มากกว่าทุกครั้งผ่าน ShopBack เพราะมีทั้งส่วนลด ดีลดีๆ และยังมีเงินคืนให้ด้วยนะคะ

ช้อป Tops Online ผ่าน ShopBack คลิก!
 

และนี่ก็คือ 7 สีของปัสสาวะบอกโรค บอกความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นความผิดปกติเล็กน้อยและไม่เป็นอันตราย เป็นสีปัสสาวะที่เกิดจากการกินอาหารบางอย่าง หรืออาจเป็นสีที่บ่งบอกโรคร้ายแรงก็ได้ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจและปลอดภัยไว้ก่อน ShopBack Blog แนะนำว่า หากเพื่อนๆ พบว่าตัวเองมีสีปัสสาวะผิดปกติหล่ะก็ ควรรีบเช็กพฤติกรรมตัวเองว่ากินอาหารสีแปลกๆ เข้าไปหรือไม่ กินยาหรือวิตามินอะไรที่ส่งผลต่อสีของปัสสาวะหรือเปล่า หากไม่พบปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน จะได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดให้เรามั่นใจอีกครั้งนะคะ

 

ที่มาอ้างอิง : mayoclinic.org, healthline.com

Facebook Comments