คริสต์มาสคือเทศกาลแห่งความสุขที่ชาวคริสต์ทั่วโลกรอคอย ไม่เว้นแม้แต่คนไทยส่วนใหญ่ที่แม้จะไม่ได้นับถือคริสต์ แต่เราก็ไม่เคยปฏิเสธความสนุก สดใส และบรรยากาศดีๆ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสใช่ไหมหล่ะคะ แต่รู้หรือเปล่าว่าความเชื่อวันคริสต์มาสนั้นไม่ได้มีแต่เรื่องราวของซานตาคลอสแสนใจดีเท่านั้นนะ เพราะยังมีเรื่องเล่าวันคริสต์มาสที่แอบน่ากลัวอยู่เหมือนกันด้วย ถ้าอยากรู้ตำนานอีกด้านที่เหมือนด้านมืดของวันคริสต์มาส ก็ตาม ShopBack Blog ไปอ่านเรื่องเล่าทั้ง 6 เรื่องพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล
 

ShopBack ชวนฟัง : “Blog เล่า” ช่องที่จะพาคุณฟัง เรื่อง Unseen ครอบจักรวาล ที่คุณควรจะรู้ แต่ยังไม่รู้!
❤︎ ฟังสบาย Unseen ได้ทุกเดือนที่ Youtube : Blog เล่า
❤︎ อัปเดตเรื่องราว Unseen กันต่อได้อีกที่ twitter : @BlogLao_Unseen
 

วันคริสต์มาสคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร?  

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส

วันคริสต์มาส คือ วันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู ถือเป็นวันที่มีความสำคัญกับชาวคริสต์ทั่วโลกเป็นอย่างมากเพราะการกำเนิดของพระองค์นั้นเป็นการประสูติของบุตรแห่งพระเจ้าสูงสุดที่มาบังเกิดในครรภ์ของหญิงพรหมจรรย์ ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร โดยคำว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า ส่วนคำทักทายในช่วงเทศกาลที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Merry Christmas นั้นมีความหมายว่า ขอให้สันติสุขและความสงบทางใจบังเกิดขึ้นในวันคริสต์มาสนั่นเอง

มารู้จักซานตาคลอส ที่สุดของความเชื่อวันคริสต์มาสที่ทุกคนรักกันดีกว่า! 

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส

เมื่อพูดถึงวันคริสต์มาสเราก็ต้องนึกถึงคุณปู่ร่างอวบอ้วนหนวดเฟิ้มท่าทางใจดีที่มาพร้อมชุดสีแดงและถุงใส่ของขวัญใบใหญ่อย่าง “ซานตาคลอสหรือซานต้า” ใช่ไหมหล่ะคะ แต่ความจริงแล้วซานตาคลอสคือใคร ทำไมจึงกลายเป็นผู้พิทักษ์ของเหล่าเด็กๆ ทั่วโลก เรามาทำความรู้จักกับซานต้าให้มากขึ้นกันดีกว่า

ซานตาคลอสที่เรารู้จักกันดีนั้นมีที่มาจาก เซนต์นิโคลัส สังฆราชแห่งเมืองไมรา ชีวิตวัยเด็กของเซนต์นิโคลัสอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศตุรกีซึ่งเป็นพื้นที่กันดารและเต็มไปด้วยความยากแค้นเนื่องจากชาวโรมันในแถบนั้นกดขี่ชาวคริสเตียนอย่างหนัก ต่อมาบิดามารดาของเซนต์นิโคลัสเสียชีวิตและได้ทิ้งมรดกไว้ให้เขามากมาย กระทั่งวันหนึ่งเขาเกิดสงสารครอบครัวของเด็กหญิงผู้ยากจน จึงได้ปีนขึ้นไปบนปล่องไฟแล้วหย่อนถุงเงินลงไปซึ่งถุงนั้นก็ร่วงไปในถุงเท้าที่แขวนอยู่ข้างเตาผิงพอดี สมาชิกในบ้านหลังนั้นแปลกใจมากว่าใครคือผู้มีน้ำใจมาช่วยเหลือพวกเขา และเมื่อแอบดูก็พบว่าคือเซนต์นิโคลัสในวัยหนุ่มนั่นเอง 

ต่อมาเขาได้กลายเป็นนักบวชจนได้รับตำแหน่งสังฆราชแห่งเมืองไมราในที่สุด ท่านได้ทำการเผยแผ่ศาสนาและทำภารกิจอย่างอุทิศตนจนชื่อเสียงเลื่องลือกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด วันที่ 6 ธันวาคม ช่วงปีค.ศ. 340 บรรดาคริสต์ศาสนิกชนผู้ศรัทธาจึงสร้างโบสถ์เพื่อเก็บรักษาศพของท่านไว้ที่เมืองไมรา แต่แล้วก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นเมื่อมีน้ำมนต์ไหลออกมาจากกระดูกของท่าน (เรียกว่า มานนา) แต่ก็เกิดเหตุพลิกผันอีกครั้งเมื่อชาวเมืองบารีในอิตาลีได้จ้างนักโจรกรรมไปขโมยกระดูกของเซนต์นิโคลัสที่เมืองไมรามายังเมืองของพวกเขาบ้างเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญ ซึ่งกระดูกที่ขโมยมาก็มีปรากฎการณ์มานนาไหลออกมาเช่นกัน

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 12 ประเทศฝรั่งเศสได้กำหนดให้วันที่ 6 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันเซนต์นิโคลัส และมีประเพณีนำถุงเท้าใส่ขนมและอาหารไปแขวนไว้หน้าบ้านคนยากไร้ตามแบบอย่างที่ท่านได้ทำไว้ ประเพณีแพร่หลายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแพร่เข้าสู่อเมริกาและมีการผนวกประเพณีเข้ากับวันคริสต์มาส กลายเป็นการเฉลิมฉลองคริสต์มาสอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน และก็ด้วยความใจบุญ ใจดี มีน้ำใจ และอุทิศตนให้ศาสนานี่เองที่ทำให้หลายคนเชิดชูเซนต์นิโคลัสว่าเป็นซานตาคลอสคนแรก เป็นผู้พิทักษ์ของเหล่าเด็กๆ ทั่วโลก และเมื่อจิตรกรอย่างโธมัส นาสต์เขียนภาพซานตาคลอสในรูปของชายแก่เจ้าเนื้อสวมเสื้อผ้าและหมวกสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือและใช้เลื่อนเรนเดียร์เป็นพาหานะเพื่อนำของขวัญมาให้เด็กๆ ก็ทำให้เราได้ภาพจำของซานตาคลอสมานับแต่นั้น แต่ในวันที่น่ายินดีแบบนี้ก็ยังมีเรื่องเล่าวันคริสต์มาสอื่นๆ ที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนด้วยนะคะ มารู้จักกับ 6 ตำนานวันคริสต์มาสกันดีกว่า

ShopBack Tips : ในอดีต โรมัน คือชนชาติที่แผ่ขยายอิทธิพลไปได้กว่าครึ่งโลก จากประวัติคลีโอพัตราเองก็มีเรื่องราวของโรมันมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะเหตุนี้ทำให้อิทธิพลของโรมันแทรกซึมอยู่ทั่วทุกมุมโลกโดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกค่ะ ใครอินกับเรื่องราวของชาวโรมัน ในเทศกาลแห่งความสุขอย่างคริสต์มาสแบบนี้ เราลองมาหาของขวัญสไตล์ยุโรปสวยๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรมันกันดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นแต่งสวนตัวจิ๋ว กระถางต้นไม้แบบโรมัน หรือกรอบรูปสวยๆ ช้อปกันได้ที่ เซ็นทรัล ออนไลน์ แถมยังประหยัดได้อีกเมื่อช้อปผ่าน ShopBack นะคะ
ช้อป Central Online ผ่าน ShopBack คลิก!

เปิด 6 ตำนานความเชื่อวันคริสต์มาสที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

  • Krampus 

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส
Image Credit : throneandvine.com

ความเชื่อวันคริสต์มาสเกี่ยวกับ Krampus นั้นว่ากันว่ามันคือด้านมืดของซานตาคลอสค่ะ ความเชื่อเรื่องนี้มาจากตอนกลางของยุโรป และแม้ว่าจะหาต้นกำเนิดที่แน่ชัดไม่ได้แต่นักวิชาการก็ยอมรับว่าความเชื่อเกี่ยวกับ Krampus มีมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสต์ศักราชแล้ว ชื่อของ Krampus มาจากภาษาเยอรมันว่า Krampen หมายถึง กรงเล็บ ทำให้รูปลักษณ์ของ Krampus ตามความเชื่อเป็นปีศาจน่าเกลียดน่ากลัวที่มาพร้อมกรงเล็บขนาดใหญ่ เขาสองข้าง และลิ้นยาวๆ เสมอ โดยชาวบ้านเชื่อว่า Krampus จะมาจับเด็กดื้อใส่ถุงใบใหญ่ของเขาเพื่อนำไปกินเป็นอาหาร 

มีการเฉลิมฉลองให้ Krampus โดยการแต่งตัวเลียนแบบรูปลักษณ์ของ Krampus ช่วงก่อนวันคริสต์มาสเพราะเป็นความเชื่อว่าจะสร้างความสมดุลให้กับเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งการเฉลิมฉลองนี้อาจเริ่มตั้งแต่ต้นเดือน แต่ส่วนใหญ่จะเริ่มในช่วง Krampus Night หรือ Krampusnacht ซึ่งก็คือคืนก่อนวันเสียชีวิตของเซนต์นิโคลัสหรือคืนก่อนวันที่ 6 ธันวาคมนั่นเอง 

  • Belsnickel

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส
Image Credit : hgsic.files.wordpress.com

ความเชื่อวันคริสต์มาสเกี่ยวกับ Belsnickel อาจไม่คุ้นหูคนไทยมากนักแต่วันนี้เราจะมาเล่าให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ Bels จากชื่อของ Belsnickel มาจากคำว่า ขน ในภาษาเยอรมัน ส่วน nickel หมายถึงซานตาคลอส เพราะฉะนั้น Belsnickel ก็คือซานตาคลอสในความเชื่อของยุโรปนั่นเอง นอกจากนี้ตามเรื่องเล่าพื้นบ้านของเยอรมัน เขาจะปรากฎตัวขึ้นเพื่อแจกขนมและของขวัญแก่เด็กดีเหมือนซานต้า แต่ในขณะเดียวกันถ้าเจอเด็กนิสัยไม่ดีเมื่อไรรูปลักษณ์ที่ใจดีจะเปลี่ยนไป เสื้อผ้าของเขาจะสกปรก น่ากลัว และแทนที่จะแจกของขวัญเขาก็จะลงโทษเด็กดื้อด้วยการหวดแส้ใส่เด็กเหล่านั้นแทน

ShopBack Tips : ส่วนใหญ่แล้วความเชื่อเรื่องเทพก็ไม่ได้มีแต่ด้านดีๆ เสมอไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเทพของความเชื่อไหนก็มักมีด้านมืดมาคู่กันเสมอ อย่างเรื่องของเทพคิวปิดที่เรารู้กันดีว่าเป็นเทพแห่งความรัก แต่คิวปิดเองก็เคยทำรักของใครหลายคนป่วนและพังมาแล้วนะ แต่ไม่ว่าอย่างไรคิวปิดก็ยังถูกนับเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักอยู่ดีค่ะ เพราะฉะนั้นใครกำลังหาของขวัญให้แฟน ลองเลือกของขวัญที่มีรูปของคิวปิดเพื่อเป็นตัวแทนความรักก็ได้ ไปช้อปได้เลยที่ เจดี เซ็นทรัล พร้อมรับเงินคืนเมื่อช้อปผ่าน ShopBack
ช้อป JD Central ผ่าน ShopBack คลิก!

  • La Befana

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส
Image Credit : corriere.it

แค่เพราะหน้าตาน่ากลัวไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นปีศาจร้ายเสมอไป เช่นเดียวกับความเชื่อวันคริสต์มาสอย่าง La Befana แม่มดในเรื่องเล่าของชาวอิตาลีที่มีความเกี่ยวข้องกับเทศกาล Epiphany ซึ่งก็คือเทศกาลเฉลิมฉลองหลังวันคริสต์มาส ตำนานเล่าว่านักบุญทั้งสามได้ชวน Befana ให้เดินทางไปเบธเลเฮมเพื่อต้อนรับการประสูติของพระเยซูกับพวกเขา แต่เธอปฏิเสธเพราะตัวเองมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ซึ่งเมื่อเธอตระหนักถึงความผิดพลาดที่ปฏิเสธไป เธอจึงพยายามเดินทางตามไปกับพวกเขาอีกครั้ง แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อมาถึงเบธเลเฮมเธอจึงทิ้งตัวลงที่ใต้ต้นไม้ จากนั้นกิ่งไม้ได้กลายเป็นด้ามไม้กวาดวิเศษที่ทำให้เธอสามารถบินไปดูพระเยซูที่เพิ่งประสูติได้ หลังจากนั้นก็มีเรื่องเล่าว่า Befana มักปรากฎตัวก่อนและหลังเทศกาลคริสต์มาสเพื่อบินไปแจกขนมและของขวัญแก่เด็กๆ ด้วยไม้กวาดของเธอ จนเธอกลายเป็นซานตาคลอสของชาวอิตาเลียนตามเรื่องเล่าโบราณค่ะ

  • Grýla

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส
Image Credit : pinimg.com

ได้รู้จักแม่มดที่ดีไปแล้วลองมาดูความเชื่อวันคริสต์มาสเกี่ยวกับแม่มดร้ายๆ บ้างดีกว่า Grýla มาจากนิทานพื้นบ้านของไอซ์แลนด์ เธอชอบกินเด็กๆ มากกว่าให้ของขวัญพวกเขา เมื่อเทศกาลคริสต์มาสมาถึง เธอจะจับเด็กเข้าไปในกระสอบจากนั้นก็พาพวกเขากลับภูเขาไปต้มซุป รูปลักษณ์ของ Grýla มักปรากฎในแบบที่ชั่วร้ายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเขาสองข้างบนศีรษะ มีหางหลายหาง รวมถึงจมูกที่ทั้งยาวและโค้งจนน่ากลัว เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าวันคริสต์มาสที่ทำให้เด็กๆ ไอซ์แลนด์กลัวตัวสั่นเลยหล่ะ 

  • Yule Cat

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส
Image Credit : cdnb.artstation.com

Yule Cat หรือ Jólakötturinn คือเรื่องเล่าพื้นบ้านของไอซ์แลนด์อีกเรื่องค่ะ โดยพวกเขาเชื่อว่า Yule Cat คือสัตว์ประหลาดวันคริสต์มาสตัวใหญ่ยักษ์ในรูปลักษณ์ของแมวที่จะยืนคร่อมตัวบ้านหรือยืนอยู่หน้าบ้านเพื่อเฝ้ามองว่าเด็กๆ จะได้รับเสื้อผ้าใหม่ในวันคริสต์มาสหรือไม่ หากพวกเขาได้รับ Yule Cat ก็จะไปดูที่บ้านหลังต่อไป แต่ถ้าไม่ได้รับหล่ะก็ Yule Cat ก็จะกินพวกเขา

  • Mari Lwyd

ความเชื่อวันคริสต์มาส, เรื่องเล่าวันคริสต์มาส
Image Credit : gritcitymag.com

ปิดท้ายกันที่ความเชื่อวันคริสต์มาสของวิญญาณม้าที่ปรากฎตัวในรูปโครงกระดูกอย่าง Mari Lwyd หรือ Y Fari Lwyd ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวเวลส์ โดยพวกเขาเชื่อว่า Mari Lwyd ปรากฎตัวในรูปหัวกะโหลกม้า ผูกริบบิ้น ระฆัง และแผ่นไม้เพื่อให้ดูน่ากลัว คลุมกายด้วยผ้าสีขาว จากนั้นก็เดินไปเคาะประตูบ้านเพื่อร้องเพลง ทำการแสดง และประลองปัญญากับสมาชิกในบ้าน เชื่อกันว่าการมาเยือนของ Mari Lwyd จะทำให้บ้านนั้นมีแต่โชคดีไปตลอดปี แต่ก็เหมือนกับเรื่องเล่าเก่าแก่อื่นๆ ค่ะ คือต้นกำเนิดของ Mari Lwyd นั้นสูญหายไปตามกาลเวลา แต่เชื่อกันเรื่องราวของ Mari Lwyd มาจากตำนานม้าขาวของบริติชซึ่งเป็นตัวแทนของพลังและความอุดมสมบูรณ์

ShopBack Tips : ตำนานวันสำคัญ เทศกาล และเทพต่างๆ นั้นมีเรื่องเล่าน่าสนใจกว่าที่เราคิดนะคะ อย่างเรื่องเทพีกรีกเองก็มีหลากหลาย แต่ละเรื่องน่าติดตามและเข้มข้น อ่านเพลินแน่นอนค่ะ แต่ตำนานเหล่านี้นี่เองที่เป้นที่มาของแรงบันดาลใจในวรรณกรรมและงานศิลปะหลายอย่าง ใครชื่นชอบตำนานกรีก โรมัน ไปช้อปหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมกันได้ที่ โรบินสัน และอย่าลืมช้อปผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนด้วยนะคะ
ช้อป Robinson ผ่าน ShopBack คลิก!
 

เรื่องเรื่องเล่าวันคริสต์มาสและตำนานต่างๆ นั้นเป็นความเชื่อพื้นบ้านที่เล่าสืบต่อกันมาเพื่อให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี ไม่ดื้อและไม่ซน ถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในเทศกาลแห่งความสุขนี้นั่นเองค่ะ เห็นไหมหล่ะว่าคริสต์มาสยังมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะเลย ShopBack Blog หวังว่าจะทำให้ทุกคนสนุกและอินกับคริสต์มาสมากขึ้นนะคะ 

 

ที่มาอ้างอิง : history.com , treehugger.com , en.wikipedia.org

Featured Image Credit : businessinsider.com

Facebook Comments