การแต่งงานคือการที่คู่รักตกลงยินยอมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มีการจัดงานตามประเพณีที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น แต่ก่อนจะแต่งงานทุกคนก็ต้องผ่านขั้นตอนวิธีขอแต่งงานใช่ไหมหล่ะ บางคนอาจขอแต่งงานแบบเรียบง่าย บางคนเลือกขอแต่งงานริมทะเลสุดโรแมนติก ส่วนบางคนอาจขอแต่งงานโดยให้เพื่อนๆ มาช่วยสร้างสถานการณ์ แต่ไม่ว่าจะขอแต่งงานแบบไหน ลองมาดูวิธีการขอแต่งงานแบบแปลกๆ จากทั่วโลกกันดีกว่า ShopBack Blog เชื่อว่าเป็นเรื่องที่เพื่อนๆ บางคนอาจไม่รู้มาก่อนแน่นอน

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล
 

ShopBack ชวนฟัง : “Blog เล่า” ช่องที่จะพาคุณฟัง เรื่อง Unseen ครอบจักรวาล ที่คุณควรจะรู้ แต่ยังไม่รู้!

❤︎ ฟังสบาย Unseen ได้ทุกเดือนที่ Youtube : Blog เล่า
❤︎ อัปเดตเรื่องราว Unseen กันต่อได้อีกที่ twitter : @BlogLao_Unseen

รวมวิธีขอแต่งงานแปลกๆ ที่คุณอาจคิดว่าแบบนี้ก็มีด้วย !?

  1. Leap year proposal สี่ปีมีครั้งเดียว!

ขอแต่งงานริมทะเล , วิธีขอแต่งงาน

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่พิเศษเพราะ 4 ปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง แต่รู้ไหมว่ามีประเพณีวิธีขอแต่งงาน ที่มากับวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่เรียกว่า Leap year proposal ด้วยนะ โดยในวันที่ 29 กุมภาพันธ์หรือที่เรียกกันว่า Leap day ในธรรมเนียมเก่าแก่ของชาวไอริชนั้นหญิงสาวจะสามารถขอผู้ชายที่ตนเองชอบแต่งงานได้ 

ธรรมเนียมนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 5 ในไอร์แลนด์เมื่อเซนต์บริจิด ออฟ กิลแดร์ บ่นกับเซนต์แพทริกว่า ผู้หญิงต้องรอนานเกินไปกว่าฝ่ายชายจะมาขอแต่งงาน ตามตำนานเล่าว่าเซนต์แพทริกจึงให้หญิงสาวขอเหล่าชายหนุ่มแต่งงานได้หนึ่งวัน นั่นก็คือวันที่ Leap day นั่นเอง จากนั้นธรรมเนียมนี้ก็เผยแพร่เข้าสู่สก็อตแลนด์โดยนักบวชชาวไอริช ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 1288 ชาวสก็อตอนุญาติให้หญิงสาวขอชายหนุ่มแต่งงานได้ในปีที่เป็น Leap year โดยชายใดที่ปฏิเสธก็ต้องจ่ายค่าปรับกันไปซึ่งค่าปรับนี้อาจเป็นได้ตั้งแต่จูบไปจนถึงเดรสหรือถุงมือผ้าไหม

แต่บางตำนานก็เล่าที่มาของธรรมเนียมนี้ว่าเซนต์บริจิดเป็นฝ่ายคุกเข่าขอเซนต์แพทริกแต่งงาน แต่เขาปฏิเสธเนื่องจากภารกิจที่ยุ่งเกินไป และจึงให้ของตอบแทนเธอด้วยการจูบที่แก้มและชุดไหมแสนสวย อย่างไรก็ตามในอดีตนั้นเซนบริจิดจะมีอายุเพียงเก้าหรือสิบปีเท่านั้นเมื่อเซนต์แพทริกเสียชีวิตในช่วง 493 ปีหลังคริสต์ศักราช 

ส่วนในบางท้องถิ่น วันที่ 29 กุมภาพันธ์ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Bachelors’ Day (วันสละโสด) เพราะธรรมเนียมนี้ แต่ประเทศอังกฤษกลับมองว่าเนื่องจากวันที่ 29 กุมภาพันธ์ไม่ใช่วันที่ถูกรับรองตามกฎหมาย ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ผู้หญิงจะขอแต่งงานในวันนี้เพื่อแก้ไขความไม่เป็นธรรมที่มีแต่ฝ่ายชายเท่านั้นที่ขอแต่งงานได้ ส่วนในสหรัฐอเมริกาจะมีการเฉลิมฉลองวันที่ 29 กุมภาพันธ์ในฐานะวัน Sadie Hawkins’ Day ซึ่งเป็นวันที่สาวๆ สามารถขอแต่งงานกับชายโสดได้นั่นเอง ถือเป็นวันที่สาวๆ สามารถหาวิธีขอแต่งงานมาเอาชนะใจชายหนุ่มที่ตัวเองชอบกันได้แบบอิสระเลยหล่ะ

https://app.shopback.com/BlogRAF

  1. ของขวัญ 9 อย่าง (Yuino ceremony) – ญี่ปุ่น 

ขอแต่งงานริมทะเล , วิธีขอแต่งงาน
Image Credit : kanazawa-travel.com

Yuino คือธรรมเนียมวิธีขอแต่งงานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยที่การแต่งงานแบบคลุมถุงชนยังเป็นธรรเมนียมปกติที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา สองครอบครัวจะทำการแลกเปลี่ยนของขวัญกันและกัน แต่ถึงแม้ปัจจุบันการคลุมถุงชนจะไม่ได้รับความนิยมแล้ว แต่ก็ยังมีชาวญี่ปุ่นหลายครอบครัวนิยมทำพิธี Yuino ceremony เพื่อแลกเปลี่ยนของขวัญกันตามธรรมเนียมดั้งเดิม 

โดยของขวัญที่ครอบครัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะนำมาแลกเปลี่ยนกันนั้น ได้แก่ ซองใส่เงิน (Kinpou), ชุดฮากามะ (Hakama) สื่อถึงความซื่อสัตย์, เปลือกหอย (Naganoshi) สื่อถึงอายุยืนยาว, ด้ายสีขาว (Shiraga) สื่อถึงให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวแก่เฒ่าไปด้วยกัน, สาหร่ายคอมบุ (Konbu) สื่อถึงเด็กๆ ที่สุขภาพดี, ปลาหมึกกระดองแห้ง (Surume) สื่อถึงการแต่งงานที่มั่นคง, พัด (Suehiro) สื่อถึงอนาคตที่มีความสุข, ปลาโอแห้ง (Katsuo-bushi) สื่อถึงความแข็งแรง และเงินสำหรับซื้อเหล้าสาเก (Yanagi-daru)

ShopBack Tips : วิธีเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานมีหลายแบบ บางคนก็เลือกวิธีขอแต่งงานด้วยการสร้างสถานการณ์โดยให้เพื่อนๆ มาช่วยโดยว่าที่เจ้าสาวไม่รู้ตัว บางคนก็เลือกขอแต่งงานระหว่างไปเที่ยวทริปโรแมนติก บางคนอาจซ่อนแหวนในเค้กหรือแก้วไวน์ แต่ไม่ว่าจะเซอร์ไพรซ์แบบไหน อย่าลืมเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับเจ้าสาว เป็นส่วนตัว และไม่เซอร์ไพรซ์ในที่สาธารณะ นอกจากนี้อย่าลืมเตรียมแหวนขอแต่งงานสวยๆ จาก โรบินสัน เอาไว้ล่วงหน้า ยิ่งช้อปผ่าน ShopBack ยิ่งคุ้มเพราะได้เงินคืนด้วยนะ
ช้อป Robinson ผ่าน ShopBack คลิก!

  1. ตับไก่กับการแต่งงาน – จีน 

ขอแต่งงานริมทะเล , วิธีขอแต่งงาน
Image Credit : made-in-china.com

วิธีขอแต่งงานแปลกๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ Daur ในจีนนั้นมีความน่าสนใจไม่แพ้ที่ไหนในการเลือกวันแต่งงาน คู่บ่าวสาวจะช่วยกันถือมีดและร่วมกันฆ่าลูกเจี๊ยบ หลังจากนั้นพวกเขาต้องผ่าเพื่อดูตับของมัน หากเป็นตับที่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะสามารถหาวันแต่งงานได้ แต่หากตับไม่สมบูรณ์ก็เปรียบเหมือนโชคร้าย ทั้งคู่ต้องทำพิธีกรรมนี้ซ้ำๆ จนกว่าจะเจอลูกเจี๊ยบที่มีตับสมบูรณ์ หลังพิธีแต่งงานเสร็จสิ้น เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวรวมถึงญาติพี่น้องจะมาจัดงานเลี้ยงที่บ้านเจ้าบ่าว โดยทางฝ่ายเจ้าบ่าวต้องต้นรับขับสู้อย่างดีจนถึงวันรุ่งขึ้น จากนั้นฝ่ายเจ้าสาวจะรอจนได้โอกาสขโมยจานชามจำนวนมากกลับไป ซึ่งเจ้าบ่าวต้องนำไวน์ไปแลกจานชามเหล่านั้นคืน ถือเป็นพิธีแต่งงานแปลกๆ แต่ก็มีอยู่จริงในจีนค่ะ

ShopBack Tips : การเตรียมงานแต่งเป็นงานที่เหนื่อยและหนัก แต่ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน ส่วนใหญ่นั้นนิยมใช้บริการออแกไนเซอร์ แต่ถึงจะใช้บริการออแกไนเซอร์เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเองก็ต้องวางแพลนชีวิตก่อนแต่งไว้ล่วงหน้าด้วยอย่างน้อย 1 ปี ไม่ว่าจะขอแต่งงานริมทะเลหรือที่ไหน หลังจากขอแต่งงานแล้วก็ต้องมานั่งคุยกัน ช่วยกันคิดต่อไปว่าจะเริ่มต้นจัดงานแต่งงานอย่างไร ถึงจะเหนื่อยและเครียดแต่ทั้งคู่ก็จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้และจัดงานแต่งในฝันออกมาได้แน่นอนค่ะ ส่วนวันแต่ง คุณเจ้าสาวอย่าลืมเลือกช้อปเครื่องสำอางจาก คอนวี่ เอาไว้ล่วงหน้า จะได้แต่งหน้าให้สวยแน่น สู้แสงแฟลชได้ตลอดวันนะคะ แถมช้อปผ่าน ShopBack ยังประหยัดได้อีกเพราะได้เงินคืนด้วยนะ
ช้อป Konvy ผ่าน ShopBack คลิก!

  1. ลูกปัดสื่อรัก – เคนย่า 

ขอแต่งงานริมทะเล , วิธีขอแต่งงาน
Image Credit : spurlock.illinois.edu

วิธีขอแต่งงานแปลกๆ แต่น่าสนใจนี้เกิดขึ้นในเคนย่า หากชายหนุ่มต้องการแต่งงานกับหญิงสาว เขาจะต้องส่งลูกปัดให้เธอหนึ่งชุด หากหญิงสาวยอมรับลูกปัดการแต่งงานก็จะสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยแม่ของหญิงสาวก็จะมอบลูกปัดให้กับเธอเพื่อนำมาร้อยในสร้อยเส้นนี้ด้วย จากนั้นหลังงานแต่งงานประมาณหนึ่งเดือนหญิงสาวก็จะได้รับของขวัญเป็นนมและลูกปัดจากเพื่อนๆ ที่เป็นผู้หญิงในเผ่าและนำมาร้อยในสร้อยนี้เช่นกัน

สร้อยคอนี้คือคือเครื่องประดับที่ช่วยบ่งบอกสถานะการแต่งงานของผู้หญิงอีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่ง แต่เดิมนั้นสายสร้อยทำมาจากขนช้างหรือยีราฟแต่ก็เปลี่ยนเป็นการใช้เส้นใยพืช หนังแพะหรือหนังแกะในเวลาต่อมา ส่วนลูกปัดสีแดงนั้นนอกจากจะได้มาจากการที่ชายหนุ่มมาขอแต่งงานแล้ว ยังได้จากผู้เป็นแม่และหญิงคนอื่นๆ อย่างที่เรากล่าวไปแล้วด้วย

  1. เขี้ยววาฬหัวทุยกับรักของเรา – ฟิจิ 

ขอแต่งงานริมทะเล , วิธีขอแต่งงาน
Image Credit : independent.co.uk

วิธีขอแต่งงานแบบแปลกๆ แต่มีความพิเศษนี้เกิดขึ้นในฟิจิ เมื่อฝ่ายชายต้องการแต่งงานกับหญิงสาว เขาจะมอบเขี้ยวของวาฬหัวทุยให้เธอซึ่งการมอบเขี้ยววาฬนี้เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่า “ผมรักคุณ” นั่นเอง ซึ่งเขี้ยววาฬหัวทุยหรือ Tabua ในภาษาฟิจินั้นมีความหมายถึงความศักดิ์สิทธิ์ มันคือเครื่องรางโบราณที่สื่อความหมายถึงความโชคดีและอำนาจ ถูกใช้เป็นสิ่งของเพื่อขอแต่งงานในหมู่เกาะฟิจิที่มีมากกว่า 300 เกาะ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีกฎหมายและข้อจำกัดเรื่องการล่าวาฬออกมาเข้มงวดขึ้น ทำให้เขี้ยววาฬหัวทุยที่หมุนเวียนในตลาดลดจำนวนลง ราคาเขี้ยววาฬหัวทุยจึงแพงมาก แต่ก็ยังมีชาวฟิจิหลายคนยอมลงทุนเพื่อทำตามธรรมเนียมดั้งเดิมของพวกเขาค่ะ

ShopBack Tips : แหวนแต่งงานเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรักของคู่บ่าวสาวและยังเป็นเครื่องประดับที่บอกสถานะการแต่งงานด้วย ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมใช้แหวนแต่งงานเรียบๆ มากกว่า เพราะสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่บ่าวสาวบางคู่อาจมีแหวนเรียบๆ สำหรับใส่ในวันปกติ แต่แหวนแต่งงานจริงเป็นแหวนรูปแบบสวยงามก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจและงบประมาณของแต่ละคนนะคะ ไม่ว่าจะเลือกแหวนแบบไหน ไปช้อปแหวนและเครื่องประดับสวยๆ ที่ ช้อปปี้ ได้เลย ช้อปผ่าน ShopBack แล้วได้เงินคืนทุกออเดอร์ด้วย
ช้อป Shopee ผ่าน ShopBack คลิก!
 

เป็นยังไงบ้างกับเรื่องราววิธีขอแต่งงานแบบแปลกๆ ที่เราเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน แล้วเราหล่ะเคยได้ยินเรื่องราวการขอแต่งงานแบบไหนมาบ้าง ? ขอแต่งงานริมทะเล ขอแต่งงานใต้น้ำ หรือการเซอร์ไพรซ์เก๋ๆ ลองมาแชร์เรื่องราวการขอแต่งงานที่เพื่อนๆ ประทับใจและใฝ่ฝันกับเราได้เลยนะคะ

 

Featured Image Credit : filmthreat.com

ที่มาอ้างอิง : irishcentral.com, spurlock.illinois.edu, independent.co.uk, oureverydaylife.com, blog.sugar.ng, sundaypost.com

Facebook Comments