ปัจจุบันแท็บเล็ตกลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หลายคนขาดไม่ได้ไปแล้ว ด้วยความที่แท็บเล็ตนั้นจอใหญ่กว่า สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนทำงานสไตล์ Multitasking หรือจะซื้อไว้ให้เด็กๆ ใช้เรียนออนไลน์ ซื้อไว้ให้ผู้ใหญ่ที่บ้านเล่นเน็ตหรือวิดีโอคอลหาลูกหลานก็ยังได้ แต่ถ้าอยากให้ตอบโจทย์ครบทุกด้านก็ต้องใช้แท็บเล็ตโทรได้ด้วย แต่จะเลือกซื้อแท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง ที่สามารถใช้งานฟีเจอร์สำคัญได้ครบและใช้โทรออกได้ วันนี้ ShopBack Blog รวมแบรนด์แท็บเล็ตน่าใช้ พร้อมรุ่นที่โทรออกได้มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ทุกคนแล้วค่ะ

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

อัปเดต แท็บเล็ตโทรได้ 2020 ใช้งานตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

1. iPad Pro 11 Wi-Fi + Cellular 2020

แท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง, แท็บเล็ตโทรได้
Image Credit : shopee.co.th

เมื่อพูดถึงสุดยอดของแท็บเล็ตไม่ว่ายังไงก็ต้องยกให้ iPad จาก Apple จริงๆ ค่ะ เพราะระบบปฏิบัติการอย่าง iOS นั้นการันตีเรื่องความเสถียรและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ยิ่งมารวมกับความทรงพลังของชิพ A12Z Bionic ของ iPad Pro ก็ยิ่งทำให้แท็บเล็ตโทรได้เครื่องนี้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญของคนใช้แท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพล้ำไม่แพ้ PC กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ iPad Pro ยังรวมเอาสุดยอดของเทคโนโลยีจาก Apple เอาไว้ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเชื่อมต่อ Apple pencil หรือ Smart keyboard  ภาพที่สวยคมชัดสมจริงจากจอภาพ Liquid Retina เทคโนโลยี ProMotion และการแสดงผลแบบ True Tone ที่ช่วยให้ได้เม็ดสีอิ่มเต็ม ดูหนัง ดู MV หรือเล่นเกมก็เต็มตาสะใจ สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Wi‑Fi และ LTE พร้อมลำโพง 4 ตัวในเครื่อง ให้คุณฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม หรือพูดคุยสายสนทนาได้อย่างสะดวกครบทุกอารมณ์เลยค่ะ

ราคา : 36,400 บาท

ช้อปออนไลน์ได้ที่ : Apple Online Store, Power Buy, Banana IT

2. SAMSUNG Galaxy Tab A 10.1

แท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง, แท็บเล็ตโทรได้
Image Credit : shopee.co.th

เมื่อพูดถึง Apple ไปแล้ว จะขาดแท็บเล็ตจากแบรนด์สุดยอดของ Android อย่าง SAMSUNG ไปไม่ได้แน่นอน โดยเฉพาะ SAMSUNG Galaxy Tab A 10.1 ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงของไลน์ Tab A หน้าจอใหญ่กว่าที่ 10.1 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยีจอ WUXGA ที่ให้ภาพและสีคมชัดมากขึ้นถึง 1.7 เท่า แต่ก็ยังช่วยถนอมสายตาของเราไปในตัว มี Blue Light Filter ช่วยลดแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ส่วนเรื่องการใช้งานก็ครบฟังก์ชันไม่แพ้ใคร รองรับ S Pen หนึ่งในปากกาสำหรับแท็บเล็ตที่ดีที่สุดในโลก จะใช้เรียน ทำงาน หรือโทรเข้า-ออกก็รองรับ นอกจากนี้ Galaxy Tab A 10.1 ยังรองรับการใช้งานสูงสุดถึง 9 แอคเคาท์ เหมาะสำหรับใช้เป็นแท็บเล็ตในสำนักงาน ออฟฟิศ หรือใช้ในครอบครัวก็คุ้ม! 

ราคา : 11,900 บาท

ช้อปออนไลน์ได้ที่ : JD Central, Banana IT, Shopee

ShopBack Tips : ปัจจุบันมีแท็บเล็ตน่าใช้มากมายหลายรุ่น เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลทำให้แท็บเล็ตดีๆ ราคาถูกลงแต่สเปกดีขึ้น แถมยังมีรุ่นใหม่อัปเดตออกมาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นก่อนจะเลือกซื้อรุ่นที่เราหมายตาเอาไว้ อย่าลืมเช็กก่อนสักนิดว่ามีรุ่นใหม่ที่สเปกดีกว่าแต่ราคาใกล้เคียงกันออกมาหรือเปล่า เผื่อจะอัปเกรดเป็นตัวที่ใหม่กว่าในราคาเท่าเดิมค่ะ ช้อปแท็บเล็ตแบรนด์ดัง มีให้เลือกเยอะ อัปเดตเร็วกันได้ที่ Banana IT พร้อมบริการหลังการขายระดับมืออาชีพ และประหยัดได้อีกเมื่อช้อปผ่าน ShopBack เพราะมีเงินคืนให้คุณด้วย

ช้อป Banana IT ผ่าน ShopBack คลิก!

3. HUAWEI Media pad M6

แท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง, แท็บเล็ตโทรได้
Image Credit : powerbuy.co.th

มาต่อกันที่แท็บเล็ตแบรนด์จีนแผ่นดินใหญ่ที่เป็นรุ่นฮิตไม่แพ้ Apple หรือ SAMSUNG เพราะกูรูไอทีหลายสำนักการันตีว่า HUAWEI Media pad M6 เครื่องนี้ประสิทธิภาพครบครัน รองรับการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ แถมยังคุ้มค่าคุ้มราคาเพราะใช้ปากกาทัชสกรีน จดโน้ต หรือวาดรูปได้ นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานเพื่อเป็นแท็บเล็ตโทรเข้าออกได้อีกด้วย ส่วนตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ 10.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K ทำให้ทุกการรับชมความบันเทิงและการเล่นเกมเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบเสียงแบบ Quad Channel และ Quad Speaker ปรับแต่งโดย Harman Kardon® จัดเต็มทุกความบันเทิง ส่วนเรื่องความแรงก็คุ้มเกกินราคาแน่นอนเพราะบรรจุเทคโนโลยีจากชิป KIRIN 980 ชิปเซ็ตระบบ Dual-NPU ที่เร็ว แรง มีประสิทธิภาพ เป็นอีกหนึ่งแท็บเล็ตแบรนด์จีนที่หลายคนรับประกันว่าคุ้มจริง

ราคา : 14,900 บาท

ช้อปออนไน์ได้ที่ : Power Buy, JD Central

4. HUAWEI Media pad T3 10

แท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง, แท็บเล็ตโทรได้
Image Credit : shopee.co.th

ใครไม่รู้จะเลือกแท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง ลองมาดูอีกหนึ่งตัวเลือกจาก HUAWEI อย่างรุ่น T3 10 กันก่อน เพราะนี่คือแท็บเล็ตโทรได้ขนาดกะทัดรัดที่มีหน้าจอ 10 นิ้วแบบ IPS ราคาเบาๆ สบายกระเป๋า แต่ฟังก์ชันที่จำเป็นก็มีครบ ทั้งประสิทธิภาพเครื่องที่แรงพอสำหรับการใช้งานทั้วไปอย่างดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกม หรือจะเป็นความคมชัดของหน้าจอที่ให้สีสวยสด อิ่มเต็มตา ส่วนระบบประมวลผลก็จัดให้แรงเกินราคาอย่าง Snapdragon 425 Quad Core แรงพอที่จะใช้งานได้ครบทุกความบันเทิง ส่วนไฮไลท์ก็คือรองรับซิมการ์ดทำให้สามารถโทรออกหรือรับสายแทนสมาร์ทโฟนได้ ใครอยากได้แท็บเล็ตสเปกดี ราคาไม่แรง ใช้งานได้ครอบคลุม HUAWEI รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ค่ะ

ราคา : 6,990 บาท

ช้อปออนไลน์ได้ที่ : Shopee, Lazada

ShopBack Tips : เดี๋ยวนี้เทรนด์เรื่องความบันเทิงไม่ได้จำกัดอยู่การดูหนัง ดูซีรีย์ เล่นเกม หรือฟังเพลงเท่านั้น เพราะกระแส podcast ไทย มาแรงมาก มีรายการให้เราเลือกฟังทุกรูปแบบ ทั้งวาไรตี้ แนะแนวทางพัฒนาตัวเอง พูดคุยแชร์ประสบการณ์ เล่าเรื่องผี ไปจนถึง podcast เบาสมองคลายเครียด แต่จะฟัง podcast ให้ได้อารมณ์ ครบทุกอรรถรส อย่าลืมเลือกซื้อลำโพงบลูทูธดีๆ ติดตัวไว้สักเครื่อง เลือกซื้อจาก Powerbuy ก็ทั้งง่ายและประหยัดเพราะมีเงินคืนเมื่อช้อปผ่าน ShopBack

ช้อป Power Buy ผ่าน ShopBack คลิก!

5. LENOVO Tab M8

แท็บเล็ตยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง, แท็บเล็ตโทรได้
Image Credit : shopee.co.th

ปิดท้ายกันที่แท็บเล็ตโทรได้รุ่นนอกกระแสจาก Lenovo ที่เราขอบอกว่าราคาคุ้มค่า สเปกโดนใจ แถมใช้งานได้ดีในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ กับ Lenovo Tab M8 ที่สามารถใช้งานได้ทั้งเพื่อความบันเทิง เล่นเน็ต เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ไปจนถึงการใส่ซิมส์เพื่อโทรออกและรับสายรวมถึงส่งข้อความ หน้าจอใหญ่สบายตาที่ 8 นิ้ว จับถนัดมือ พร้อมความละเอียดระดับ HD เพียงพอสำหรับการดูหนัง ดูซีรีย์ ระบบเสียงทรงพลัง เหมาะสำหรับเป็นแท็บเล็ตเครื่องสำรอง หรือซื้อให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่บ้านใช้งาน เพราะราคาไม่แพงแต่สเปกดี ทน ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย การันตีความคุ้มแน่อน

ราคา : 4,290 บาท

ช้อปออนไลน์ได้ที่ : Shopee, Lazada

วิธีเลือกซื้อแท็บเล็ต เลือกยังไงให้เหมาะกับเราและใช้ได้นาน

การจะเลือกซื้อแท็บเล็ตสักเครื่องมีให้เลือกหลายแบรนด์ แถมแต่ละแบรนด์ก็ยังมีหลายแบบหลายรุ่นไปอีก แล้วเราควรใช้หลักอะไรในการตัดสินใจบ้าง ก่อนอื่นเลย คุณต้องตอบกับตัวเองให้ได้ก่อนว่า “ต้องการซื้อแท็บเล็ตมาเพื่อใช้งานอะไร?” เพราะการที่จะดูว่าแท็บเล็ตรุ่นใด สเปกระดับไหน ราคาประมาณเท่าไหร่ ที่เหมาะสมกับคุณนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานเป็นสำคัญ ถ้าใช้งานไม่หนักมาก เช่น เอาไว้แค่ดูหนัง อ่านอีบุ๊ก แบบนี้ก็อาจจะไม่ต้องจัดรุ่นที่สเปคแรงมากก็ได้ แต่ถ้าจะเอาไว้เล่นเกมหนักๆ หรือทำงานกราฟิก แบบนี้ก็อาจจะต้องเลือกรุ่นที่สเปคสูงหน่อย ซึ่งราคาก็จะสูงตามมา เอาเป็นว่าลองทบทวนกับตัวเองดูค่ะ

1. เลือกระบบปฏิบัติการ : iOS / Android / Windows

แท็บเล็ตโทรได้

“ระบบปฏิบัติการ” มีส่วนสำคัญมาก สิ่งนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์ (ตัวเครื่อง) กับซอฟต์แวร์ (แอปพลิเคชั่น) ซึ่งในปัจจุบันระบบปฏิบัติการหลักๆ ที่มีให้เลือกกันในท้องตลาด ก็มีอยู่ 3 แบบด้วยกัน แต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปคร่าวๆ ดังนี้

  • iOS
    • มีประสิทธิภาพและความเสถียรสูง
    • รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
    • รองรับแอปพลิเคชั่นมากมายบน App Store
    • ใช้งานได้แค่เฉพาะบนไอแพด หรือไอโฟน ของ Apple เท่านั้น
    • หลักๆ แล้วจะรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมเฉพาะของ Apple เท่านั้น
  • Android
    • ใช้งานง่าย
    • รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย
    • รองรับแอปพลิเคชั่นมากมายบน Play  Store
    • สามารถปรับแต่ง UI ตามความชอบได้
    • มีแบรนด์ให้เลือกมากกว่าฝั่ง iOS เช่น Samsung, Sony, HTC, Huawei
  • Windows
    • ระบบปฏิบัติการของ Microsoft ที่มีมาอย่างยาวนาน
    • รองรับไฟล์ทุกรูปแบบ จึงเหมาะกับการใช้งานด้านเอกสาร
    • สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงระดับสูง
    • รองรับแอปพลิเคชั่นมากมายจาก Windows Store
ShopBack Tips : ใครที่อยากซื้อ iPad ไว้ให้เด็กๆ เอาไว้เรียนออนไลน์หรือเล่นเกมเสริมทักษะอย่างเกมจับคู่ผีเสื้อ เกมปริศนาภาพการ์ตูน ไปจนถึงเกมพัฒนาทักษะอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงๆ ก็ได้นะคะ แค่เราเลือก iPad รุ่นธรรมดา ไม่ต้องอัปเกรดเป็นตัวโปร หรือจะเลือกรุ่นของปีที่แล้วก็ได้ เพราะเมื่อมีรุ่นใหม่ๆ ออกมา ของเดิมในปีก่อนก็จะปรับราคาถูกลง แต่สเปกยังคุ้มและใช้งานได้ดีเนื่องจากเทคโนโลยียังใหม่ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเด็กๆ ค่ะ เลือกซื้อ iPad ตามงบประมาณที่เราต้องการได้เลยที่ Apple Online Store แถมช้อปผ่าน ShopBack ยังได้เงินคืนด้วยนะ

ช้อป Apple Online Store ผ่าน ShopBack คลิก!

 2. เช็กสเปค CPU / GPU / Ram / Rom

แท็บเล็ตโทรได้

นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการแล้ว เครื่องจะอืดหรือลื่นหัวแตกก็วัดกันตรงนี้หล่ะค่ะ (แน่นอนว่าระดับของสเปคก็จะสัมพันธ์กับราคาด้วย) หลักๆ เลยที่เราต้องดูก็จะมี ดังนี้

  1. CPU หรือ หน่วยประมวลผลหลักของเครื่อง มีวิธีเลือกง่ายๆ คือ
    • จำนวน Core ทำหน้าที่เหมือนกับแกนสมอง Core ยิ่งเยอะก็จะยิ่งดี เช่น 1 core/single core, 2 core/dual-core, 4 core/quad-core แน่นอนว่าจากตัวอย่างพวกนี้ quad-core แรงสุดค่ะ
    • ความเร็วประมวลผล หน่วยเป็น GHz ยิ่งมากก็แปลว่าเร็วมากค่ะ
    • สถาปัตยกรรม คือ Bandwidth ที่จะใช้ในการรับส่งข้อมูล ถ้าเป็น 64Bit การรับส่งข้อมูลก็จะดีกว่า 32bit ค่ะ
  2. GPU หรือ หน่วยประมวลกราฟิก ข้อนี้จะมีความสำคัญสำหรับคนที่ใช้แท็บเล็ตหรือมือถือสำหรับเล่นเกม หรือใช้ทำงานเกี่ยวกับภาพและกราฟิก เพราะแค่ CPU แรง Ram เยอะ อาจไม่พอ จึงควรดู GPU ที่เหมาะสมเพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลด้วย
  3. Ram คือ หน่วยความจำหลัก ใช้ในการรันแอปพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งถ้าน้อยเกินไปคุณก็จะได้เจอกับอาการแอปค้างหรือเด้งได้ ยิ่งเยอะก็ยิ่งดีค่ะ แต่ก็ไม่ต้องเยอะเกินนะคะ เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองก็พอ
  4. Rom คือ หน่วยความจำตัวเครื่อง หรือที่เราเรียกกับว่า “ความจุ” นั่นแหละ ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลต่างๆ ซึ่งถ้ามีเยอะเครื่องก็จะจุข้อมูลได้เยอะนั่นเอง

3. ขนาดหน้าจอ ความละเอียดในการแสดงผล

แท็บเล็ตโทรได้

ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายกันยาว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานและความพอใจส่วนตัวล้วนๆ ขนาดจอโดยทั่วไปมีให้เลือกตั้งแต่ 7 – 12 นิ้ว ถ้าอยากได้แบบที่พกพาสะดวก เลือกจอใหญ่ 12 นิ้วก็คงจะไม่ตอบโจทย์นัก ก็เลือกให้เล็กลงมาหน่อยดีกว่า ส่วนความละเอียดในการแสดงผล (Resolution) ก็เช่นกันค่ะ ถ้าจะใช้งานทั่วๆไป เช่น งานเอกสาร ก็อาจไม่ต้องการความละเอียดมาก (แต่อาจจะต้องการหน้าจอใหญ่ๆ) แต่ถ้าต้องใช้ทำงานกราฟฟิค ตัดต่อวีดีโอ หรืออยากดูหนังแบบฟินๆ ก็ควรเลือกที่เป็น Full HD ก็คือความละเอียดตั้งแต่ 1280 x 720 pixels ขึ้นไปค่ะ

4. น้ำหนักเครื่อง

อีกปัจจัยที่ห้ามลืมค่ะ ควรเลือกให้สอดคล้องกับการใช้งาน ถ้าต้องพกพาไปใช้ด้วยทุกวันแล้วเครื่องดันหนักมันก็คงไม่โอเค เว้นแต่ว่าคุณอยากใช้แท็บเล็ตออกกำลังแขนแทนดัมเบล อันนี้เราก็ไม่ว่ากัน!

5. ความจุแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ

ในข้อนี้จะเป็นตัวกำหนดความอึดของเครื่องเลยค่ะว่า จะใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน นอกจากนี้ ก็อาจนำเรื่องของการรองรับระบบ Fast Charge รวมถึงระยะเวลาในการชาร์จ มาพิจารณาประกอบด้วยก็ได้ค่ะ

6. การเชื่อมต่อ การโทร

ในส่วนการเชื่อมต่อนั้น รุ่นที่รองรับทั้ง Wi-Fi และ LTE (3G, 4G) จะมีราคาแพงกว่า ในกรณีที่คุณต้องนำไปใช้งานนอกบ้านอยู่เป็นประจำเลือกแบบใส่ซิมรองรับ 3G 4G ก็เหมาะสม แต่ถ้าเน้นการใช้งานภายในบ้าน รองรับแค่ Wi-Fi อย่างเดียวก็น่าจะพอ ส่วนการโทรก็เช่นกันค่ะ สำหรับคนที่ไม่ชอบพกเครื่องมือสื่อสารหลายๆ เครื่อง ถ้าอยากได้แบบเครื่องเดียวจบฟังก์ชันนี้ก็จะน่าสนใจ แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่จำเป็นก็ตัดออกไปได้เลยค่ะ จะได้ประหยัดงบตรงนี้ไป

7. ราคา การบริการหลังการขาย

แท็บเล็ตโทรได้

จริงๆแล้ว “ราคา” อาจเป็นสิ่งหลายคนกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าจะให้งบกับมันเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ShopBack Blog ก็อยากให้ทุกคนนำปัจจัยทั้งหมดเอามาเปรียบเทียบกันด้วย โดยให้ราคาเป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบแทน เพื่อหาความคุ้มค่าให้มากที่สุด อย่างบางรุ่นอาจจะเกินงบที่เราตั้งไปแค่หลักร้อย แต่สเปคแรงกว่าเยอะ ถ้าเราเลือกตัดช้อยส์นี้ไปแต่แรก เราก็อาจมาเสียดายภายหลังได้ค่ะ อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ บริการหลังการขาย ถ้าเกิดเครื่องมีปัญหาขึ้นมา จะส่งซ่อมที่ไหน จะเคลมยังไง มีประกันกี่ปี ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าอย่างไร เพราะไม่ว่าเครื่องจะแรง ราคาจะถูก ของแถมจะเยอะยังไง ถ้าซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ มันก็จบค่ะ! ข้อนี้อย่าลืมถามพนักงานขายให้ชัดเจนด้วยหล่ะ

เป็นยังไงบ้างคะกับ 5 รุ่น แท็บเล็ตโทรได้ รองรับซิมการ์ดใช้แทนโทรศัพท์ได้สะดวก แถมยังมีฟังก์ชันอื่นจัดเต็มแบบครบๆ เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์และงบประมาณที่เหมาะกับเรา จะซื้อไว้ใช้เองหรือซื้อให้คนในครอบครัวใช้ก็ได้ แล้วที่สำคัญก็คืออย่าลืมนำเคล็ดลับวิธีเลือกซื้อแท็บเล็ตไปใช้เป็นแนวทางก่อนซื้อกันด้วยนะ!

Facebook Comments