เมื่อสถานการณ์ COVID-19 กำลังระบาดหนัก และเมื่อเช็กด้วยแอพเช็คฝุ่น ค่า PM 2.5 ตามพื้นที่ต่างๆ ยังอยู่ในระดับสูง จึงทำให้ทุกคนต้องพร้อมใจกันอยู่บ้านโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าอุปกรณ์ทำงานของหลายๆ คนอย่างคอมพิวเตอร์และมือถือก็มีสิทธิ์ที่จะติดไวรัสได้เช่นกัน ฉะนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ มาดู 7 แอพล้างไวรัสสำหรับมือถือ Android มีติดเครื่องไว้ อุ่นใจจากภัยไอทีแน่นอน

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

  1. Bitdefender Mobile Security & Antivirus

แอพสแกนไวรัส, แอพล้างไวรัส

Image Credit : lifewire.com

เริ่มด้วยแอพ Bitdefender Mobile Security & Antivirus ที่รวมทั้ง Bitdefender Security และแอพล้างไวรัสในเครื่องอย่าง Bitdefender Anitivirus โดยการใช้งานหลักของ Bitdefender Mobile Security & Antivirus มีทั้ง Malware Scanner สแกนและเช็กแอพพลิเคชั่น ข้อมูลในเครื่อง Web Protection

เช็กเว็บไซต์ที่เราใช้งานว่าปลอดภัยจากการดักจับข้อมูลและอื่นๆ หรือไม่, Anti-Theft ระบบป้องกันเมื่อมือถือถูกขโมย และ App Lock ตั้งรหัสให้แอพพลิเคชั่นที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาใช้งาน หากอัปเกรดแอพเป็นเวอร์ชั่น Premium จะได้บริการ VPN ถึง 200 MB ส่วนการใช้งานครั้งแรก ต้องใช้อีเมลสมัคร Account Bitdefender ขึ้นมาก่อน

ราคา : ฟรี (อัปเกรดเป็นเวอร์ชั่น Premium ในราคา 42.10 บาทต่อเดือน หรือ 423.55 บาทต่อปี)

  1. Avira Antivirus 2020 – Virus Cleaner & VPN

แอพสแกนไวรัส, แอพล้างไวรัส

Image Credit : mindphp.com

สำหรับชื่อ Avira หลายคนน่าจะคุ้นเคยในฐานะโปรแกรมสแกนไวรัสคอมพิวเตอร์ที่มีสัญลักษณ์รูปร่ม และ Avira มีเวอร์ชั่นมือถือ Android แล้วเช่นกัน ซึ่ง Avira มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลายอย่าง ทั้ง Smart Scan สแกนไวรัสเพียงกดปุ่มเดียว, การเชื่อมต่อ VPN จำนวน 100MB, Anti-Theft ระบบค้นหาและล็อกเครื่องระยะไกล,

Applock ล็อกแอพพลิเคชั่นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว, Network Scanner ตรวจสอบเครือข่าย Wi-Fi และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ ส่วนใครที่ต้องการฟีเจอร์แบบครบครัน สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่น Pro ได้ในราคาไม่แพง เรียกได้ว่าเป็นแอพที่ควรมีติดมือถืออีกแอพหนึ่ง

ราคา : ฟรี (อัปเกรดเป็นเวอร์ชั่น Pro 210.45 บาทต่อปี)

ShopBack Tips : นอกจากการใช้แอพสแกนไวรัสเพื่อสแกนหาสิ่งแปลกปลอมต่างๆ แล้ว การเลือกแอพพลิเคชั่นเพื่อป้องกันไวรัสและการดักจับข้อมูลก็เป็นเรื่องสำคัญ ทางที่ดีควรเลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจาก Play Store เท่านั้น ไม่ดาวน์โหลดแอพจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือไฟล์ apk เป็นการถาวร หากแอพนั้นๆ ถูกถอดออกจาก Play Store ให้เลือกใช้แอพที่ใกล้เคียงมาใช้งานแทน แต่ถ้าต้องการมือถือใหม่ ช้อปออนไลน์ได้ที่ AIS Online Store มีหลายแบรนด์ให้เลือกมากมาย และช้อปอย่างชาญฉลาดผ่าน ShopBack เพื่อรับเงินคืนและสิทธิพิเศษอื่นๆ
ช้อป AIS Online Store ผ่าน ShopBack คลิกที่นี่!

  1. McAfee

แอพสแกนไวรัส, แอพล้างไวรัส

Image Credit : play.google.com

อีกหนึ่งแอพล้างไวรัสอย่าง McAfee ที่สามารถสแกนทั้งไวรัส ไฟล์และแอพพลิเคชั่นในเครื่องอย่างรวดเร็ว แต่แอพพลิเคชั่นฟรีจะมีเพียง Memory Booster ช่วยจัดการไฟล์ขยะ แอพที่ไม่จำเป็นในเครื่อง, Anti-Theft ป้องกันขโมยเมื่อทำมือถือหาย, เช็ก Data Usage หรือปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละแอพ แต่การล็อกแอพอย่าง App Lock หรือเช็กเครือข่าย Wi-Fi ที่ใช้ จะอยู่ในเวอร์ชั่นอัปเกรดเท่านั้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 97 บาทต่อเดือน และ 975 บาทต่อปี

ราคา : ฟรี หากอัปเกรดจะมีให้เลือก 2 แพ็คเกจ เริ่มต้นที่ 97 บาทต่อเดือน และ 975 บาทต่อปี

  1. ESET Mobile Security

แอพสแกนไวรัส, แอพล้างไวรัส

Image Credit : th.4androidapk.com

ส่วน ESET Mobile Security มีความแตกต่างจากแอพล้างไวรัสอื่นๆ ที่มีการแจ้งเตือนเมื่อใช้งานครั้งแรกว่า จะนำข้อมูลการใช้งานครั้งแรกไปพัฒนาแอพต่อไป และ Sign In ด้วยอีเมล Gmail โดยฟีเจอร์ในแอพ ESET Mobile Security มีทั้งการ Scan Device เข้าถึงแอพพลิเคชันและไฟล์ทั้งหมดในเครื่อง Schedules Scan ตั้งค่าสแกนไวรัสประจำวันหรือสัปดาห์ หรือตั้งค่าให้สแกนไวรัสทุกครั้งเมื่อชาร์จแบตเตอรี่ก็ได้

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ก็มี Connected Home ตรวจเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เราเตอร์ที่กำลังใช้งานว่ามีอุปกรณ์อื่นๆ เชื่อมต่อด้วยหรือไม่ หรือจะเป็น App Lock, Anti-Theft, Anti-Phishing ผ่านการท่องเว็บไซต์ก็มีให้ครบ แต่ ESET Mobile Security เปิดให้ใช้งานฟรีเพียง 1 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นต้องจ่ายค่าบริการ 174 บาทต่อปี

ราคา : ฟรี เฉพาะเดือนแรก หลังจากนั้นมีค่าใช้จ่าย 174 บาทต่อปี

ShopBack Tips : หลายคนที่สงสัยว่าการสแกนไวรัสบนมือถือควรทำบ่อยแค่ไหน ซึ่งทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพราะการใช้แอพล้างไวรัสบนมือถือนั้นใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าใครกังวลเรื่องไวรัสบนมือถือ บางแอพพลิเคชั่นสามารถตั้งเวลาล่วงหน้าได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยเคลียร์ไฟล์ขยะ แอพที่ไม่จำเป็น หน้าเว็บไซต์แปลกปลอมออกไปได้ ส่วนใครที่ต้องการอุปกรณ์ไอทีรุ่นใหม่ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและอื่นๆ อย่าลืมมาเลือกซื้อที่ Power Buy ผ่าน ShopBack
ช้อป Power Buy ผ่าน ShopBack คลิกที่นี่!

  1. Kaspersky Mobile Antivirus

แอพสแกนไวรัส, แอพล้างไวรัส

Image Credit : flip.diariodaregiaodigital.com.br

อีกชื่อคุ้นหูคุ้นตาอย่าง Kaspersky Mobile Anitivirus ที่ขยาย Product Antivirus มาอยู่ในมือถือเรียบร้อยแล้ว นอกจากความเป็นแอพล้างไวรัสแล้ว ยังมีระบบค้นหาและล็อกเครื่องเมื่อทำหาย Anti-Theft, Call Filter กรองสายเข้าที่ไม่ต้องการให้โทรหาอีก แต่เมื่อใช้งานฟรีครบ 1 เดือน หรือต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น App Lock, Text Anti-Phishing ตรวจและกำลังข้อความฟิชชิ่งดักจับข้อมูล สามารถอัปเกรดแอพเพิ่มได้ในราคา 59 บาทต่อเดือน และ 299 บาทต่อปี

ราคา : ฟรี 1 เดือนแรก เดือนต่อไปมีค่าบริการ 59 บาทต่อเดือน หรือ 299 บาทต่อปี

ShopBack Tips : แม้จะมีแอพล้างไวรัสป้องกันทุกทาง ตรวจสอบทั้งแอพ ไฟล์ เว็บไซต์ที่ใช้งานและอื่นๆ แต่ถ้าไม่อัปเดตแอพพลิเคชั่นกำจัดไวรัสก็ไม่มีประโยชน์ แม้หลายๆ แอพจะเป็นเวอร์ชั่นฟรี แต่ส่วนใหญ่ก็มีอัปเดตข้อมูลไวรัสให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ ฉะนั้น นอกจากการสแกนไวรัสแล้ว อย่าลืมอัปเดตแอพพลิเคชั่นเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เพราะจะได้รู้เท่านั้นไวรัส มัลแวร์ใหม่ๆ นั่นเอง แต่ถ้าไม่อยากพลาดแก็ดเจ็ตใหม่ๆ สินค้าไอทีโดนใจ อย่าลืมมาอัปเดต กดสั่งซื้อใน Shopee ผ่าน ShopBack
ช้อป Shopee ผ่าน ShopBack คลิกที่นี่!

  1. Lookout Security & Antivirus

แอพสแกนไวรัส, แอพล้างไวรัส

แอพพลิเคชัน Lookout Security & Antivirus ก็เป็นแอพสแกนไวรัสที่หลายคนเลือกใช้ในมือถือ Android เช่นกัน แต่ Lookout ต้องใช้อีเมลในการลงทะเบียนเพื่อเปิดใช้แอพครั้งแรก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ที่จำเป็นจริงๆ อย่างการสแกน กำจัดไวรัส และ Theft Protection ระบบกันขโมย สั่งให้ส่งเสียงเตือนและล็อกตัวเครื่องจากระยะไกล หากต้องการฟีเจอร์อื่นเพิ่มเติม ทั้ง App Security, Safe Browsing ต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชั่น Premium แทน ใน

ราคา : ฟรี หากอัปเกรด ราคา 2.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือ 29.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ไวรัส, มัลแวร์, ฟิชชิ่งและอื่นๆ ต่างกันที่ตรงไหน อย่างไรบ้าง

รู้หรือไม่? มือถือและคอมพิวเตอร์ไม่ได้ถูกรบกวนจากไวรัสเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทั้งมัลแวร์, ฟิชชิ่ง และอื่นๆ อีกมาก แต่ละจะแยกความหมาย ความแตกต่างของชนิดไวรัสคอมพิวเตอร์อย่างไรดี เรามีความหมายของแต่ละชนิดมาฝากกัน

  • ไวรัส (Virus)

ไวรัสในยุค 2020 นี้ ถือว่าเป็นส่วนน้อยที่พบได้ยากเมื่อเทียบกับไวรัสคอมพิวเตอร์อื่นๆ แต่ก็ยังพบเห็นได้บ้างตามไฟล์ชนิดต่างๆ โดยไวรัสจะแพร่กระจายเมื่อผู้ใช้งานเปิดไฟล์นั้นๆ ซึ่งวิธีแก้ไขของแอพพลิเคชั่นสแกนไวรัสก็คือการตรวจจับและการกักกัน เพื่อไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายไปมากกว่าเดิม

  • มัลแวร์ (Malware)

ถือว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ร้ายแรงมากๆ เพราะเปรียบเสมือนโปรแกรม ซอฟต์แวร์ที่ก่อให้เกิดอันตราย พร้อมแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่โปรแกรมต่างๆ ซึ่งมัลแวร์ส่วนใหญ่จะทำการเข้ารหัสไฟล์ ล็อกไฟล์ด้วยรหัสเพื่อต้องการให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ มือถือเครื่องนั้นๆ จ่ายเงินเพื่อปลดรหัสออกนั่นเอง

  • ฟิชชิ่ง (Phishing)

สำหรับฟิชชิ่งนั้น ก็เป็นอันตรายต่อมือถือและคอมพิวเตอร์เช่นกัน หากใครเคยได้รับอีเมลปลอมจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีเนื้อหาแจ้งเตือนให้ชำระเงินค่าบริการทั้งที่ไม่เคยสมัคร แจ้งเตือนว่ามีคนโกงหรือพยายามเข้าถึงบัญชี โดยอีเมลเหล่านี้มักจะมีลิงก์ให้กดเข้าไป ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นอีเมลอันตราย ดักจับข้อมูล ที่อยู่อีเมล Password และข้อมูลส่วนตัวที่เหล่ามิจฉาชีพต้องการ ทางที่ดีให้สังเกตที่อยู่อีเมล หากไม่ใช่ที่อยู่เดียวกับชื่อแบรนด์หรือองค์กรนั้นๆ ก็อย่ากดลิงก์ใดๆ ในอีเมลเป็นอันขาด

  • สปายแวร์ (Spyware)

สปายแวร์ก็เป็นชนิดของไวรัสที่จับตัวได้ยากอีกชนิดหนึ่ง เพราะสปายแวร์จะทำการติดตั้งตัวเองในคอมพิวเตอร์และมือถือแบบเงียบๆ แฝงตัวเพื่อดักจับข้อมูล Password ที่ผ่านเข้ามาในเครื่อง ซึ่งสปายแวร์มักจะมาจากหน้าเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือลิงก์ในอีเมลฟิชชิ่ง ทางที่ดีควรเปิดระบบตรวจสอบเว็บไซต์ในเบราเซอร์ หรือเปิดระบบ Web Protection เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อีกทางหนึ่ง

  • โทรจัน (Trojan)

อีกหนึ่งไวรัสชนิดร้ายแรงที่ได้ชื่อมากจากม้าไม้โทรจัน ซึ่งโทรจันสามารถแพร่กระจายได้ทั้งทางอีเมล ไฟล์ เว็บไซต์ ป๊อปอัพโฆษณาต่างๆ ซึ่งมีผลต่อการทำงานของเครื่อง ใช้งานได้ช้าลง เกิดอาหารค้างหรือหน่วง ไปจนถึงการขโมยข้อมูล รหัสผ่านในเครื่อง แม้ในมือถือ โทรจันอาจถูกส่งผ่านไฟล์ อีเมล SMS และโทรจันยังเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Wi-Fi เพื่อก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตได้

เห็นได้ว่าแอพสแกนไวรัสมีความสำคัญกับมือถือ Android มากทีเดียว นอกจากการสแกนและกำจัดไวรัสแล้ว ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ นอกจากแอพถ่ายภาพ แอพอ่านไฟล์เอกสาร แอพดูหนังฟรี Android หรือแอพใดๆ ก็ตาม ก็ควรมีแอพที่ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยของเครื่องติดไว้ด้วย รับรองว่ามือถือของคุณจะมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นแน่นอน

ที่มาอ้างอิง : uscybersecurity.net, safetydetectives.com, androidauthority.com

Facebook Comments