ShopBack Blog พาเที่ยว หิมาลัย เนปาล กับ คุณ สมาชิกหมายเลข 982458 ในเส้นทางเดินเขา Annapurna ตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของการผจญภัยในครั้งนี้ ใครที่กำลังมองหาที่ trekking ที่ไหนดี หรือกำลังวางแผนไปเที่ยว Annapurna ลองอ่านบทความภาคต่อนี้ ประกอบการพิจารณาได้เลย!

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

วันที่ 7 : Manang (3,540 m.)  > Shree kharka (4,000 m.) > Khangsar (3,734 m.)

ระยะทาง 9 Km.ใช้เวลาในการเดิน 8.30 ชั่วโมงหลังจากที่เมื่อคืนได้ปรึกษากับทางไกด์ แต่เป็นไกด์ของคนอื่นนะครับ เรื่องที่ผมจะไป Tilicho lake ผมนอนคิดทั้งคืน สรุปผมก็ยังดื้อ ยังจะไปให้ได้ ผมคิดว่าไหนๆก็ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาหิมาลัย เนปาลแล้ว ไม่ได้ไป ได้เห็นไกลๆก็ยังดี เลยตัดสินใจ ที่จะไปที่ Shree kharka ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเอาอย่างไง เช้านี้สั่ง Chocolate ร้อน แพนเค้ก มากินนะครับ ในราคา 650 รูปี กินกับนมข้นที่ชื้อไปจากไทย

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินออกจากหมู่บ้านจะเจอทางแยกนะครับ เลี้ยวช้ายไป Tilicho lake  ตรงไป Tharung la pass นักท่องเที่ยวเดินผ่านผมไป 4-5 กลุ่ม ไม่มีใครเลี้ยวช้ายไปสักคน มีแต่ตรงไปอย่างเดียวผมเริ่มคิดมาก อีกแล้ว เอาไงดีชั่งใจอยู่นาน แล้วผมก็เลยลองถามคนเลี้ยงม้าที่อยู่แถวนั้นดู คนเลี้ยงม้าบอก Tilicho lake ยังเปิด ทำเอาผมงงไปหมด และแล้วผมก็เห็นคนเนปาลเลี้ยวช้ายไปยังเส้นทาง Tilicho lake ผมเดินเข้าไปคุย แต่แกพูดอังกฤษไม่ได้ ผมเลยกางแผนที่ให้ดู แกบอกว่าแกจะไป Tilicho Base camp ซึ่งเป็นแคมป์ก่อนก่อนที่จะขึ้นไปยัง Tilicho lake

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี
ต้องข้ามสะพานนี้ไป แล้วเดินขึ้นไปข้างบนนั้น
หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี
เดินขึ้นเขามาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะเจอ ประตูหมู่บ้าน Khangsar
หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี
11 โมงก็เดินมาถึงหมู่บ้านKhangsar แล้วพักให้หาย เหนื่อยแล้วเดินต่อไปยังหมู่บ้าน Shree kharka

 เดินทางไปกันต่อครับ จากหมู่บ้าน Khangsar ไปหมู่บ้าน  Shree kharka ต้องเดินขึ้นอย่างเดียวนะครับ เหนื่อยมากๆ ที่ความสูง 4,000 เมตร เดินขึ้นมาเรื่อยๆจะมองเห็น ถนนที่จะไป Tilicho Base camp อยู่ไกลๆ เมื่อดูตรง Land slide เห็นหิมะปกคลุมทางหมด ดูแล้วอันตรายมากๆ ไม่น่าจะข้ามไปได้

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

บ่าย 2 กว่าๆก็เห็นหมู่บ้าน Shree kharka ไม่ไกลแล้วนะครับ คืนนี้จะพักกันตรงนั้น วันนี้ตอนเที่ยงไม่ได้กินข้าวมาด้วย คิดว่าบ่าย 3 ก็นะจะถึง Shree kharka พอเห็นหมู่บ้าน Shree kharka อยู่ไม่ไกล ก็เลยกินน้ำชะหมดขวดเลย

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินขึ้นมาเรื่อยๆ จะเจอทางแยกไป Yak Kharka ด้วยนะครับ ทางนี้จะเดินง่ายกว่า ทางของที่หมู่บ้าน Khangsar จะเป็นทางเรียบและเดินลง ไม่มีเดินขึ้น

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี
บ่าย 3 ครึ่งเดินขึ้นไปถึงหมู่บ้าน Shree kharka นั่งพักให้หายเหนื่อย แล้วไปหาโรงแรมกัน

ทำไมมันดูเงียบแปลกๆ เดินไปบ้านหลังไหนก็ไม่มีใครอยู่ ตะโกนเรียก ก็ไม่มีใครตอบ หมู่บ้านนี้ไม่มีคนอยู่สักคน สงสัยคงหนีหนาว ลงไปอยู่ข้างล่างกันหมด ทำอย่างไงดี น้ำก็หมดแล้ว ดวงอาทิตย์ก็เริ่มลับภูเขา เดินย้อนกลับไปยังหมู่บ้าน Khangsar น้ำก็ไม่มีจะกิน หิวน้ำมากคอแห้ง สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องไปตักน้ำ ที่ไหลมาจากการละลายของหิมะ เอาผ้ามากรองแล้วก็กินไป

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

6 โมงเย็นก็เดินลงมาถึงยัง หมู่บ้าน Khangsar เหนื่อยและหนาวมากๆมีโรงแรมเปิดอยู่แค่ที่เดียวเลือกไม่ได้ครับ คืนนี้นอนโรงแรมชื่อ Hotel Mountain yak คืนละ 300 รูปี สั่งไข่ต้มมากิน 4 ฟอง กับน้ำร้อนอีก 1.5 ลิตร หิวน้ำมากกินหมดในชั่วโมงเดียว คืนนี้นั่งผิงไฟจนถึง 3 ทุ่ม ก็เข้านอน อากาศหนาวกว่าเมื่อคืนแต่ผมไม่กลัวแล้ว ใช้สูตรเดิม เอาน้ำร้อนใส่ถุงน้ำ แล้วเอามาวางไว้ที่ท้อง นอนหลับสบายเลย

วันที่ 8 : Khangsar (3,734 m.) >  Yak kharka (4,050 m.)

ระยะทาง 10.6 Km.ใช้เวลาในการเดิน 8.23 ชั่วโมง หลังจากที่เมื่อวาน เดินคอตกลงมายังหมู่บ้าน Khangsar ทำให้เมื่อคืนนอนคิดทั้งคืน ว่าจะเอาอย่างไงต่อดี มีอยู่ 2 ทางเลือกคือเดินกลับไปยังหมู่บ้าน Manang แล้วค่อยไต่ระดับความสูงขึ้นไปยัง ยัง Yak kharka ในวันถัดไป หรือจะเดินข้ามเขาที่อยู่หลังหมู่บ้าน ไปยังหมู่บ้าน Yak kharka ดูแล้วถ้าเดินขึ้นไปคงต้องเหนื่อยเอามากๆ สุดท้ายตัดสินใจที่จะข้ามเขาลูกนี้ไป  เดินขึ้นมาบนหมู่บ้านจะมีป้ายบอกทาง

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี
แล้วเราก็เดินมาเจอป้ายบอกทาง ไป Yak kharka

เหนื่อยเอามากๆ กว่าจะขึ้นมาถึงบนยอดเขา บนยอดเขานี้จะเป็น จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเส้นทางนี้เลยนะครับ มองลงไปเห็นยันหมู่บ้าน Manang เลย

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เดินมาเจอหิมะสไลด์ลงมาตัดทางขาด 2 จุด ลองเอาไม้เท้าแหย่ดูตรงหิมะ แข็งมาก พอก้าวไปเหยียบหิมะแตก บางส่วนสไลด์ตกลงไปด้านล่าง น่ากลัวมาก ดึงเท้ากลับแทบไม่ทัน กลับมาคิดหนักอีกแล้ว ถ้าพลาดตกลงไปคงไม่มีใครหาเราเจอแน่ จะเอาอย่างไงดี เดินกลับหรอไม่นะไกลเลยนะ สุดท้ายเลยตัดสินใจค่อยๆแหย่เท้าข้ามมา บอกได้เลยตอนนั้นกลัวมาก ใจหวิวๆ กลัวตกลงไปด้านล่าง

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

สุดท้ายก็ข้ามมาได้ เห้ยๆ ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนี้แล้ว  ดูรอยเท้าที่ข้ามมา ห่างจากหน้าผาไม่มากเลย

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

จากนั้นก็เดินลงมายังสะพานเพื่อที่จะข้ามไปยังทางหลัก ไป Yak kharka ข้ามสะพานนี้ไป แล้วเดินขึ้นด้านบนนะครับ

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้าน Yak kharka เดินทางออกมาตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง มาถึง 16.30 น. ระยะทาง 10 กว่ากิโลเหนื่อยเอามากๆ เสียแรงไปกับการเดินขึ้นเขามากว่า 3 ชั่วโมง คืนนี้พักกันที่โรงแรม Himalayan view ราคาคืนละ 350 รูปี wifi ฟรี น้ำร้อนสำหรับอาบฟรีแต่ได้แค่ถังเดียว หมดแล้ววหมดเลยไม่มีเติมเพิ่ม

วันที่ 9 : Yak kharka (4,050 m.) >  High camp (4,821 m.)

ระยะทาง 7.76 Km.ใช้เวลาในการเดิน 5.18 ชั่วโมง วันนี้เราต้องเดินขึ้นไปยัง High camp ที่ความสูง 4,800 m. ถือว่าเป็นแคมป์ที่สูงที่สุด
และเป็นแคมป์สุดท้ายก่อนที่จะข้าม จุดสูงสุดของเส้นทาง Annapurna circuit นี้ที่ Tharung la pass ความสูง 5,416 m.

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

วันนี้จะเดินระยะทางที่ไม่ค่อยไกล แต่ว่าต้องเดินขึ้นไปยังความสูงที่ 4,800 กว่าเมตร ข้างบนนั้นอากาศเบาบางมากซึ่งจะทำให้เหนื่อยง่ายและเกิดอาการแพ้ความสูงได้ต้องค่อยๆกระดึบๆขึ้นไปนะครับ ช่วงวันท้ายๆของการเทรคจะไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเยอะนะครับเพราะว่าอากาศหนาวมาก ถอดถุงมือแทบไม่ได้เลยครับจากโรงแรมที่พักเดินขึ้นไปประมาณ 40 กว่านาทีก็จะผ่านหมู่บ้าน Ledar

เดินมาเรื่อยๆก็จะเจอสะพานทางด้านล่างนะครับ ต้องเดินลงไปแล้วข้ามสะพาน ก่อนที่จะเดินขึ้นคนส่วนมักจะไปกันทางนั้น

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

กว่าจะเดินมาถึงเหนื่อยมากหยุด 10 กว่ารอบได้ กระเป๋าก็หนัก แต่พอมาเห็นวิวด้านบนแล้วหายเหนื่อยเลยครับ สวยมากๆ

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินต่อมาอีก 20 นาที ก็จะเจอ Land slide ซึ่งจะอันตรายมาก มีโอกาศที่หินจะล่วงลงมาใส่ได้ ห้ามหยุดพักบริเวณนี้ ต้องรีบเดิน

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินต่อไม่นานก็มาถึงหมู่บ้าน Thorung Phedi ที่ความสูง  4,450 m.พักให้หายเหนื่อยก่อนที่ จะเดินขึ้นไปยัง High camp

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

และแล้วบ่าย 2 กว่าๆ เราก็ขึ้นมาถึงยัง camp ข้างบนนี้หนาวมากๆ ลมแรงด้วยเอาของเข้าไปเก็บในห้อง สั่งซุปกระเทียมมากิน แล้วออกไปเดินเล่นกันหน่อยเดินขึ้นไปเที่ยวบนยอดเขาข้างๆ camp แล้วมองลงมาที่camp ที่พักของเราคืนนี้

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

สรุปวันนี้ เดินระยะทางไม่ไกล ใช้เวลาไม่นาน แต่ตอนเดินขึ้นจาก Thorung Phedi มายัง High camp เหนื่อยมาก เดินๆหยุดๆหายใจไม่ทัน หายใจทางจมูกได้ไม่เต็ม 100 แสบเอามากๆ วันนี้เดินบนหิมะเกือบทั้งวัน รองเท้าถุงเท้าเปียกหมด เท้าชามากรองเท้าไม่กันน้ำอีก

ประมาณ 5 โมงเย็นทุกคนจะมานั่งรอผิงไฟอยู่ในห้องอาหาร เพราะว่าในห้องพักหนาวมากไม่สามารถอยู่ข้างในได้เลย ทำให้ห้องอาหารเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แย่กันผิงไฟแออัดมาก คืนนี้ทุกคนไม่ได้อาบน้ำนะครับ น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง แม้แต่จะขี้ก็ไม่มีน้ำ ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ
ก็ชื้อน้ำร้อนไปล้างตูดได้ในราคา ที่สุดแสนจะแพง อาหารเย็นสั่งมาม่าเกาหลีต้ม 2 ห่อ ราคาตั้ง 800 รูปี แพงมากๆ น้ำร้อนอีก 2 ลิตร จะเล่น Wifi หรือ เสียบแบตมือถือ ต้องเสียเพิ่มอีก 200 รูปี

วันที่ 10 : High camp (4,821 m.) > Tharung la pass (5,416 m.) > Muktinath (3,760 m.)

ระยะทาง 12.26 Km.ใช้เวลาในการเดิน 8 ชั่วโมง วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญนะครับ เป็นวันที่เราจะต้องข้ามจุดสูงสุดของเส้นทาง Annapurna Circuit และเป็นวันสุดท้ายของการ Terkking หิมาลัย เนปาล เราต้องตื่นกันตี 4 ครึ่งนะครับ เพื่อที่จะเริ่มเดินกันตี 5 เพราะว่าจาก High camp ไปถึง Muktinath จะไม่มีหมู่บ้านหรือร้านค้าระหว่างทางเลยนะครับ

เวลาตี 5 หน่อยๆ เริ่มออกเดินทาง อากาศหนาวมาก ทางเดินเป็นหิมะ และทางแคบ ไม่ค่อยเห็นทางเพราะว่ามืดมาก ต้องใช้ไฟฉายช่วย ใครจะมาเส้นทางนี้ พกติดตัวมาด้วยนะครับ ถือว่าสำคัญมากไม่งั้นต้องเดินขึ้นเขาสูงๆมืดๆ ลำบากแน่ ถอดถุงมือถ่ายรูปแทบจะไม่ได้เลย พอประมาณ 7 โมงกว่า แดดเริ่มส่อง เริ่มอุ่นขึ้นมาหน่อย แต่เราก็ไม่หยุดเดิน เดินไปข้างบนนั้น

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินต่อขึ้นมาอีกนิด แดดเริ่มส่อง แสงสะท้อนหิมะเข้าตาเต็มๆ อย่าลืมพกแว่นกันแดดมาด้วยนะครับ น้ำมูกไหลลงเสื้อกลายเป็นน้ำแข็งไปด้วยเลย ส่วนน้ำที่ออกมาจากกระเป๋าก็เป็นน้ำแข็งไปชะแล้วหนาวสุดๆ

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

ประมาณ 10 โมงกว่าเราก็ขึ้นมาถึงยัง Tharung la pass จุดที่สูงที่สุดของเส้นทาง Annapurna Circuit หิมาลัย เนปาลที่ความสูง 5,416 m. บอกได้คำเดียวว่าข้างบนนี้ลมแรงมากผมอยู่ไม่ถึง 5 นาทีก็ต้องรีบลงไปไม่งั้นแข็งตายแน่ๆ ตั้ง กล้องแล้วรีบวิ่งไปถ่ายรูปหน่อย

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินขึ้นก็ว่าหนักแล้ว เดินลงคิดว่าจะสบาย ที่ไหนได้หนักกว่าเดินขึ้นอีก ต้องเดินจิกปลายเท้า ปวดเท้ามาก และต้องเดินบนหิมะที่ละลายกลายเป็นน้ำแข็งลื่นและชันมากๆ เดินไปด้วย เกร็งไปด้วย ต้องคอยระวังถ้าลื่นขึ้นมา ได้ไปอยู่ในหุบเขาแน่

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

เดินลงไปยังหมู่บ้านกันต่อ หมู่บ้าน Muktinath ถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่เหมือนกันนะครับ โรงแรมมีเยอะ มีทั้งแบบชาวบ้านทั่วไป แบบที่เป็นตึกก็มี ดูแล้วเป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์มากๆ นะครับ หากใครมีเวลาเยอะอย่าลืมเผื่อเวลาให้กับ Muktinath ด้วยนะครับ คืนนี้เราพักกันที่โรงแรม Bob marley ราคาคืนละ 400 รูปี มีอาหารขายเยอะนะครับ มีเพลงฟัง มีเบียร์เย็นๆให้ดืม มี Wifi ให้เล่น ที่ชอบมากคือมีน้ำร้อนให้อาบแบบฝักบัว บอกเลยอาบน้ำร้อนเป็นชั่วโมง

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

สรุปวันนี้ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร เพราะว่าต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเส้นทาง Annapurna Circuit แล้วต้องเดินลงมายังหมู่บ้าน Muktinath ด้างล่างซึ่งทางเดินชัน และเดินยากมาก เสี่ยงต่อการลื่นตกเขาเอามากๆ ต้องค่อยเดินลงมาถ้าให้เลือกระหว่างเดินขึ้นกับเดินลง เลือกเดินขึ้นสนุกกว่าเยอะ

วันที่ 11 : Muktinath (3,760 m.) > Pokhara (820 m.) > Kathmandu (460 m.)

ระยะทาง 380 Km. ใช้เวลาในการเดินทาง 21 ชั่วโมง วันนี้ไม่มีอะไรมากนะครับ นั่งรถทั้งวันทั้งคืนจากหมู่บ้าน Muktinath มีรถบัสประจำทางอยู่วันละ 1 คันนะครับ วิ่งจากหมู่บ้าน Muktinath ไปkathmandu เลยนะครับและมีรถจิ๊ปสำหรับเช่าเหมาอีกหลายคันเลย วันนี้เราจะนั่งรถบัสจาก Muktinath ไปเมือง Pokhara ด้านล่างกันนะครับ ราคาค่าตั๋วรถอยู่ที่ 1,400 รูปี รถจะออกเวลา 9 โมงเช้าท่ารถบัสจะอยู่ตรงท้ายหมู่บ้าน มาให้ทันกันนะครับ

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

รถมาจอดแวะรับคนที่หมู่บ้าน Jomsom ด้วยนะครับ ที่หมู่บ้าน Jomsom มีสนามบินด้วย ถ้าใครจะบินกลับ Pokhara ก็สามารถบิน กลับได้นะครับ แต่ควรเช็คตรางบินดีๆ กันด้วยนะครับ

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

สุดท้ายมาถึง Pokhara ก็ปาเข้าไปจะ 4 ทุ่มแล้ว คงจะไม่มีอะไรให้เที่ยวให้กินแล้ว หาโรงแรมก็คงยาก พรุ่งนี้ก็ต้องนั่งรถกลับ Kathmandu อยู่ดี เลยเปลี่ยนใจจ่ายเพิ่มไปอีก 600 รูปี ยิงตรงกลับ Kathmandu เลยครับ รถมาถึงที่Kathmandu ประมาณตี 3 กว่าๆ แต่รถยังไม่เข้าไปที่ท่ารถนะครับ จอดนอนรออยู่บนเนินก่อนเข้า Kathmandu ตี 5 กว่าๆ พี่แกถึงจะขับเข้าท่ารถที่บัส ที่ Kathmandu พอลงรถก็ต่อ Taxi เข้าโรงแรมเลยนะครับ ค่ารถ 500 รูปีเหมือนเดิม

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี
สรุปวันนี้ นั่งรถยาวทั้งวันทั้งคืนเลยนะครับ ระยะทางแค่ 380 Km. ใช้เวลา 20 กว่าชั่วโมง เพราะว่าตลอดเส้นทาง มีการทำถนนด้วยนะครับ เลยทำให้ช้าเข้าไปอีก การนั่งรถวันนี้บอกได้เลยว่านรกชัดๆ ทั้งวันทั้งคืนไม่ได้กินอะไรเลย อิ่มลมในท้องไปหมด ไม่มีคำว่าหิว รถลงหลุมแต่ละที ตัวแทบกระเด็นติดหลังคาเลยครับ แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ ครั้งหนึ่งเคยผ่านมา หลังจากเข้า Kathmandu แล้วไม่มีอะไรมากนะครับ วันที่เหลือ เที่ยวตามย่านทาเมล หาชื้อของฝาก เดินชมวิถีชีวิต หาอะไรอร่อยๆกิน ก่อนบินกลับไทยครับ

สรุปทั้ง 7 วันในการ Trekking และ 7 ในเนปาล

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

สำหรับมือใหม่อย่างผม ถือว่าเป็นอะไรที่ท้าทายเอามากๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว การที่เราไปเที่ยวคนเดียว ไม่ได้น่ากลัวหรือไม่ได้ดูแปลกอะไรครับ เพราะยังมีอีกหลายๆคนที่เขาก็เที่ยวคนเดียวเหมือนกันกับเราสำหรับผมถือว่า 7 วันในเนปาล รู้สึกดีมากเลยนะครับ อาหารอร่อย ค่าเงินถูก ผู้คนจิตใจดี มีน้ำใจ รู้สึกเป็นมิตร แม้จะโดนแท็กซี่หลอกบ้างก็ตาม  

7 วันในการ Trekking หิมาลัย เนปาล ถือว่าเป็นอะไรแปลกใหม่ เพราะผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราได้ลองทำมัน ส่วนที่เป็นปัญหามากที่สุดคงจะเป็นเรื่อง “สภาพอากาศ” บอกเลยว่าข้างบนนั้นมันหนาวเอามากๆ แทบจะแข็งเลยก็ว่าได้ พอกลับมาถึงไทยเลือดไหลออกมาออกมาปนกับน้ำมูกอยู่เป็นอาทิตย์ กว่าจะหาย รองลงมาก็เห็นจะเป็นการแบกกระเป๋า 17 Kg. ซึ่งจะมีปัญหากับผมมากๆในช่วงบ่ายๆ เพราะมันจะรู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ และเกะกะเอา แต่ก็ถือว่าผ่านมันมาได้และสามารถเล่าให้ลูกให้หลานฟังในอนาคตได้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยผ่านมันมาครับ

หิมาลัย เนปาล, trekking ที่ไหนดี

จบไปแล้วสำหรับการพาเที่ยวหิมาลัย เนปาล กับเส้นทาง Annapurna  เส้นทางเดินเขาสุดฮิต และมีชื่อเสียงแห่หนึ่ง ตลอดการเดินทาง 14 วันในทริปการผจญภัยนี้ ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติ ความน่ารักของผู้คน ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ทดสอบความอดทนและจิตใจของเราตลอดการเดินเขา และมันได้กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำอันงดงามของ คุณ สมาชิกหมายเลข 982458 หากใครกำลังมองหา trekking ที่ไหนดี ลองไปเดินเขาที่  Annapurna หิมาลัย เนปาล ดูสิคะ ShopBack Blog รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าไม่รู้ลืม แน่นอนค่ะ 

เที่ยวต่างประเทศฟินๆ อ่านบทความก่อนไปที่ ShopBack Blog สิ!

Facebook Comments