สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน ShopBack Blog ขอนำเสนอที่เที่ยวในจีน เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ “เมืองฉงชิ่ง” กับบทความรีวิวเที่ยวจัดเต็มของคุณ Callmepetchy เจ้าของกระทู้ ฉงชิ่ง (จีน) – เยือนแดนสวรรค์บนพื้นพิภพ ในงบเเค่หลักพัน  พาเที่ยวชมเมืองฉงชิ่ง และ อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า–สะพานสวรรค์ หากพร้อมแล้ว ไปเที่ยวฉงชิ่ง ผจญภัยที่เที่ยวมรดกโลกในเมืองแห่งนี้พร้อมกันเลย


หนีห่าว ฉงชิ่ง

ทริปเที่ยวฉงชิ่งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังไล่อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองจีนไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดตาเข้ากับภาพๆหนึ่ง เป็นรูปของโรงเตี๊ยมโบราณท่ามกลางหุบเขาหินปูนสูงตระหง่าน มันคือที่ไหนกัน? ช่างดูลึกลับน่าค้นหา สัมผัสได้ถึงดินเเดนเเห่งเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายในใต้หล้า (ว่าไปนั่น) ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับมัน จนได้มาทราบในภายหลังว่า สถานที่เเห่งนี้คือ ‘อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์’ ตั้งอยู่ในมหานครฉงชิ่ง ประเทศจีน

ดังนั้น ผมก็ได้ตัดสินใจจองตั๋วไปเที่ยวฉงชิ่งในทันที ภาษาจีนก็งูๆปลาๆ คือพูดคำพื้นฐานพอได้นิดนึง เช่น อันนี้เท่าไหร่ ทานข้าวหรือยัง แต่ถ้าคนจีนตอบกลับมา แน่นอนว่าฟังไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆ เเต่ยังไงก็เเล้วเเต่ ในเมื่อตัดสินใจเเล้วมันก็ต้องลองกันสักตั้งล่ะวะ!

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ค่าใช้จ่ายสำหรับทริป 4 วัน 3 คืน

– ค่าเครื่องบิน กระบี่-กรุงเทพ-ฉงชิ่ง ไปกลับ 4,550 บาท

– AIS Sim2Fly แบบ 5 GB ซื้อจาก Shopee 299 บาท (จากราคาเต็ม 399 บาท)

– ค่าที่พัก Travelling with Hostel 3 คืน 1,035 บาท

– ค่าวีซ่า (จ้างบริษัททำ) 2,000 บาท หรือหากใครต้องการทำด้วยตนเอง สามารถศึกษาได้ที่ คลิก

– ค่าเข้าอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ 95 หยวน ประมาณ 408 บาท

– ค่ารถบัสเเละรถตู้ไปอู่หลง ประมาณ 602 บาท

– ค่าอาหารทุกมื้อ รวมแล้วประมาณ 500 บาท

– ค่ารถไฟฟ้ารวมทั้งหมด ประมาณ 150 บาท

รวมค่าของฝากแล้ว ประมาณ 9,000 กว่าบาท ไม่เกินหมื่นครับ 

ปล. การเดินทางเที่ยวฉงชิ่งครั้งนี้ ผมเดินทางคนเดียวนะครับ

ร่วมพูดคุยเเละเเลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่

FB: https://www.facebook.com/callmepetchy/

IG: Callmepetchy


Day 1: Day of Civilization

สำหรับทริปเที่ยวฉงชิ่งนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาเกิดขึ้นตั้งเเต่ยังไม่ได้เริ่มครับ เนื่องจากไฟลต์ที่ผมจองไปคือ กระบี่-ฉงชิ่ง เเต่เดชะบุญที่ไฟลต์ดังกล่าวได้ถูกยกเลิกเส้นทาง ต้องประสานงานกับคอลเซ็นเตอร์เพื่อเปลี่ยนรูทจากบินตรงกลายเป็น กระบี่-ดอนเมือง-ฉงชิ่ง

จากเดิมที่จะออกเดินทางในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 20.30 น. เเละไปถึงจุดหมายเมืองฉงชิ่งประมาณตี 2 ของวันที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศจีน ต้องเปลี่ยนมาเป็น ออกเดินทางจากกระบี่ในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 17.20 นาที เเละไปค้างคืนที่สนามบินดอนเมือง ก่อนจะบินไปยังฉงชิ่งในตอนเช้าของวันที่ 7 ในเวลา 06.20 น. ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 15 นาที และจะไปถึงในเวลา 10.35 น. โดยประมาณครับ (เวลาที่จีนเร็วกว่าที่ไทย 1 ชั่วโมง)

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมื่อไปถึงสนามบินฉงชิ่ง ผมก็รีบเปลี่ยนซิม AIS Sim2Fly ที่ซื้อมาจาก Shopee (อย่าลืมเปิด Roaming นะครับ) แล้วเดินไปยังจุดตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่หน้าตาค่อนข้างดุ ใช้เวลาตรวจเเต่ละคนนานทีเดียว โดยเจ้าหน้าที่จะดูว่าหน้าตาของเราตรงกับในพาสปอร์ตไหม วีซ่ายังใช้ได้ไหม เเละโรงเเรมที่พักอย่างละเอียด โดยเมื่อถึงคิว ผมได้ยื่นเอกสารการจองห้องพักไปให้เจ้าหน้าที่ดูพร้อมกับพาสปอร์ตเลย สรุปว่าใช้เวลาเเค่แปปเดียวก็ได้รับการประทับตราครับ (มีการให้สเเกนลายนิ้วมือด้วย พอรู้ว่าเราเป็นคนไทย เจ้าหน้าที่ก็จะเปิดคำอธิบายภาษาไทยให้ฟัง)

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

จากสนามบิน ผมรีบลงลิฟต์ไปยังชั้น B1F เพื่อต่อรถไฟฟ้าหรือ CRT สำหรับเข้าเมืองและไปเช็คอินยังที่พัก การซื้อตั๋วสามารถซื้อได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติเลยหากมีเเบงก์เล็ก (5, 10, 20) หรือเหรียญ เเต่หากมีเเบงก์ใหญ่สามารถซื้อได้ที่เจ้าหน้าที่

รถไฟฟ้าของฉงชิ่งมีมากมายถึง 10 สายด้วยกัน หากเราจะไปที่สถานีไหน สามารถกดเลือกสถานีนั้นได้เลย เเล้วไปเปลี่ยนสายเอาเอง ที่พักที่ผมเลือกจะอยู่ใกล้ทางออกที่ 4 ของสถานี Jiaochangkou ชื่อว่า Travelling with Hostel ราคาคืนละประมาณ 350 บาท เป็นห้องเตียงเดี่ยว มีน้ำอุ่น มีเเอร์ ห้องน้ำโอเค เดินทางสะดวก นับว่าคุ้มมากๆครับ เเม้ทางเข้าจะดูหลอนๆไปสักนิดเเละไม่มีลิฟต์ก็เถอะนะ ฮ่าๆ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

หลังจากเอาของทั้งหมดเก็บไว้เรียบร้อย ก็ได้เวลาของ Jiafangbei ย่านความเจริญใจกลางมหานคร ความจริงเเล้วสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Xiaoshizi แล้วเดินไปอีกไม่ไกล เเต่ผมเลือกที่จะเดินชมเมืองไปเรื่อยจากที่พักนี่เเหละครับ ใช้เวลาค่อนข้างนานอยู่เเต่ไม่เหนื่อยมากเพราะอากาศกำลังเย็นสบาย (ประมาณ 18 องศาเซลเซียส) หากคิดว่าหลงทางก็เอารูปให้คนเเถวนั้นดู ให้เขาชี้มือชี้ไม้ เดินไปสักพักก็ถามคนอื่นไปเรื่อยๆ รับรองว่าสนุกครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ระหว่างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่มาพร้อมกับความร่มรื่น มีเหล่าอาม่า อากง จับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรสชาติ ผู้คนดูไม่เร่งรีบ ใช้ชีวิตกลมกลืมกับบ้านเมือง เเม้หมอกจะลงหนาแต่ความทุกข์ของคนท้องถิ่นดูเหมือนจะเบาบางจนปลิดปลิวไปกับสายลม

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

และเเล้วก็มาถึงย่าน Jiafanbei ครับ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าคนจีนมากมายนับเเสน เสียงตะโกนดังเซ็งเเซ่ ผมเริ่มมองหาร้านอาหารเเถวนั้นเพื่อประทังความหิวก่อน

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

หอนาฬิกา สัญลักษณ์ของที่นี่

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ต่างคนต่างมาท่องเที่ยวพร้อมด้วยเเฟชั่นในธีมฤดูเหมันต์

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

จนได้มาลงเอยที่นี่ครับ อาหารมื้อเเรกในเมืองจีนของผม มีความ Local มากๆเลย (ประชด)

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเดินชมความเจริญจนหนำใจ จึงขอไปต่อที่ Hongyadong ถ้ำที่รัฐบาลจีนลงทุนขุดเจาะเพื่อทำเป็นตึกโบราณผสานกับความทันสมัย เปิดเป็น Shopping Complex อันตระการตาไม่เหมือนใคร ใน Tripadvisor มีคนบอกว่าหงหยาต้งคือตลาดนัดจตุจักรในเเนวตั้ง! ที่นี่รัฐบาลจีนยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA (4A)

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ด้านในก็จะมีของขายมากมาย โดยเฉพาะของกินในหมวดหม่าล่า

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ด้านหน้าของหงหยาต้งเป็นทางเดินเลียบเเม่น้ำ Yangtze ที่บรรยากาศดีสุดๆ ผมใช้เวลาตรงนี้ค่อนข้างนานครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

และในตอนกลางคืน หงหยาต้งมีการเปิดไฟสวยงามเลยทีเดียว

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ผมดื่มด่ำแสงสียามค่ำคืนของฉงชิ่ง มหานครเเห่งหม่าล่าจนเต็มอิ่ม นั่นทำให้วันแรกของผมที่นี่มีความประทับใจตั้งเเต่เเรกเห็น
เอาล่ะ ได้เวลาพักผ่อนพร้อมไปลุยสรวงสววรค์บนพื้นพิภพกันพรุ่งนี้เช้า! ราตรีสวัสดิ์ครับ

Day 2: The Power of Nature

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

นาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลา 5.35 น. ผมรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำ (ที่ไม่ค่อยจะอุ่นสักเท่าไหร่) ก่อนจะคว้าสัมภาระทั้งหมดเพื่อบึ่งไปยังสถานีรถไฟฟ้า Jiaochangkou (สถานีเปิดประมาณ 6.30 น.) จากสถานีนี้ ผมจะต้องนั่งไปยังสถานี Lianglukou เสร็จแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นสาย 3 (สีน้ำเงิน) เพื่อไปยังสถานี Sigongli ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งสุดยิ่งใหญ่

ผมมาถึงสถานีประมาณ 7 นาฬิกา ฟ้ายังมืดอยู่เลย จากนั้นลงบันไดเลื่อนไปยัง Center Hall เลี้ยวซ้ายเพื่อไปซื้อตัว สามารถบอกเจ้าหน้าที่ว่า อู่หลง ได้เลย แล้วก็ยื่นพาสปอร์ต สนนราคา 60 หยวน รถจะออกเวลา 7.40 (เวลาในตั๋วไม่ตรงตามเวลาออกจริง) ที่ประตู 6

ขณะนั่งรถบัส ในจอทีวีจะฉายภาพอุบัติเหตุซ้ำไปซ้ำมา ทั้งรถบัสแหกโค้ง คว่ำ ชนกับรถคันอื่น ดูแล้วสบายใจจริงๆเล้ยย แต่จุดประสงค์น่าจะเป็นการบอกให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย อย่าลืมปฏิบัติตามนะครับ

รถบัสจอดลงที่สถานีขนส่ง Wulong เวลาประมาณ 10.45 น. จากจุดจอดรถต้องเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสารเพื่อซื้อตั๋วรถตู้ไปยังอาคาร Wulong Karst จุดจำหน่ายตั๋วเข้าอุทยาน

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องขึ้นคันไหนก็แค่เปิดรูปอาคารทรงปิระมิดให้คนขับดูครับ

รถตู้จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และเป็นครึ่งชั่วโมงที่ค่อนข้างท้าทายกล้ามเนื้อท่อนล่างพอสมควร เพราะลุงแกขับได้ซิ่งมาก ขนาดทางขึ้นเขายังสามารถขับแบบฉวัดเฉวียนโดยที่ความเร็วไม่มีตก ที่นั่งด้านในค่อนข้างคับแคบ คนตัวใหญ่ๆเลยลำบากนิดหน่อย ด้านในรถมีแต่คนจีน บางคนนี่ขากถุ๊ยกันอย่างสนุกสนาน ฮือ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ยัง ยังไม่ถึง หลังจากที่มาถึงอาคารรูปปิระมิด ให้เดินเข้าไปด้านในและซื้อตั๋วเข้าชม (เดือนพฤศจิกายนราคา 95 หยวน ถ้า High Season จะ 135 หยวน) จากนั้นลงบันใดเลื่อนไปด้านล่างเพื่อขึ้น Shuttle Bus ของอุทยานอีกทอดนึง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

หลังจากนั้นผมก็พบว่าตัวเองมาอยู่ตรงหน้าเจ้า Bunblebee จากจุดนี้ต้องเดินผ่านด่านตรวจตั๋วและรอลงลิฟต์ที่โคตรสูง พร้อมกับเหล่าอากงอาม่านับแสน

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

และแล้วก็ได้เวลายลโชมของ ‘อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ครับ’

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เนื่องด้วยพลังเเห่งธรรมชาติได้ส่งผลให้เกิดหลุมลึกลงไปในหุบเหว ชาวจีนโบราณได้มาสร้างโรงเตี๊ยมโบราณเอาไว้ ทำให้เกิดเป็นภาพที่เเปลกตา คือ อาคารทรงจีนโบราณที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน น่าจะเป็นภาพที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนส่วนใหญ่อยากมาเที่ยวฉงชิ่งครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ของจริงสวยงามและยิ่งใหญ่กว่าในรูปมากครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

หุ่นไดโนบอทจากภาพยนตร์ Transformer 4: Age of Extinction ที่มาถ่ายทำกันที่นี่ครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

แอบมีใบไม้เปลี่ยนสีอยู่นิดนึงเหมือนกัน

ขากลับ มีให้เลือกว่าจะนั่งรถกอล์ฟหรือเดินกลับ เนื่องจากข้อเท้าส่งเสียงประท้วงดังระงม ผมเลยจำต้องเลือกรถกอล์ฟอย่างเสียไม่ได้ พอนั่งรถขึ้นมาก็คิดในใจว่า ‘ดีแล้วแหละที่ไม่เดินมาเอง เพราะนี่คือการเดินข้ามภูเขาอีกลูกชัดๆเลย’

รถกอล์ฟจะมาส่งที่จุดขายของฝาก ตรงนี้สามารถขึ้นรถของอุทยานเพื่อกลับไปยังอาคารปิระมิด และจากอาคารปิระมิด เดินออกมาแล้วหันไปทางซ้ายจะเจอกับรถตู้แบบเดิมที่เคยนั่งมา ก็กระโดดขึ้นไปพร้อมมุ่งหน้ากลับไปที่สถานีขนส่งอู่หลงครับ

คำศัพท์ง่ายๆที่ควรรู้ในพาร์ทนี้

จ้าน = สถานี

พอขึ้นรถตู้ก็บอกว่า อู่หลงจ้าน เป็นอันเสร็จพิธีครับ

จากสถานีขนส่งอู่หลง ซื้อตั๋วกลับฉงชิ่งในราคาเดิม (60 หยวน) แล้วยื่นพาสปอร์ตเช่นเคย ซื้อเสร็จแล้วพนักงานชี้ไม้ชี้มือบอกว่าให้ไปขึ้นรถได้เลย รถจะออกเเล้ว รถเริ่มเคลื่อนตัวตอน 16.00 น. โดยประมาณ และใช้เวลา 3 ชั่วโมงก็จะมาถึงสถานีขนส่ง Sigongli เพื่อต่อรถไฟฟ้ากลับไปยังที่พัก

Day 3: Historical Time

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

วันนี้ผมถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงไซต์ก่อสร้างข้างๆโรงแรม นาฬิกาบอกเวลา 7.00 น. ผมรีบคว้าแปรงสีฟันและผ้าเช็ดตัว เปิดน้ำร้อนให้สุด ก่อนจะอาบน้ำด้วยความไวแสง (อากาศหนาวมาก) สถานที่แรกที่จะไปในช่วงเช้า คือ ตลาดโบราณ Ciqikou ต้องนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงจาก Jiaochangkou ไปไกลเลยทีเดียว (15 สถานี) ตั้งปณิธาณไว้ว่าจะหาที่นั่งให้ได้

ปรากฎว่าพอไปถึงสถานี คนเบาบางมากครับ สบายใจได้นั่งซักที ราคารถไฟฟ้าแค่ 4 หยวน ถูกเหลือเกินครับอาม่า

นั่งไปสักพักมีคุณป้ามาขอนั่งข้างๆ ป้าพูด (แต่ความดังระดับการตะโกน) ว่า ‘เขออี่ จั้ว อี่เก้อเหรินมา?’ น่าจะแปลว่า ป้าขอนั่งด้วยคนนะพ่อหนุ่ม ผมก็เลยต้องพยายามทำตัวลีบเล็กเข้าไว้ เพราะตอนนี้รถไฟเริ่มคับแคบแล้ว

ผ่านไปสักสามสถานี ป้าก็ได้ทำสิ่งหนึ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน

‘ขาก ถุ้ย!’

แผละ .. เสลดสีเหลืองนวลตกลงบนพื้นรถไฟฟ้า ใกล้ๆรองเท้าผม อึ๋ยย

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

หลับไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงประกาศว่า ตอนนี้รถไฟฟ้าได้มาถึงสถานีซื่อชี่โข่วเป็นที่เรียบร้อย ให้เดินหาทางออกที่ 1 แล้วจ้ำไปอีก 500 เมตรก็จะถึงทางเข้าตลาดโบราณครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เนื่องด้วยผมมาแต่เช้า ร้านรวงบางร้านยังไม่ได้เปิด คนก็ไม่เยอะมากเลยพอมีมุมให้ถ่ายรูปแบบไม่ติดคนบ้าง เดินเล่นไปสักพัก เหล่าพ่อค้าแม่ค้าเริ่มเปิดทำการ บางร้านเริ่มตั้งเตา ส่งผลให้มีควันตลบอบอวลหอมกลิ่นหม่าล่าไปทั่ว สุดท้ายผมก็ตกเป็นเหยื่อของร้านหม่าล่าร้านหนึ่งจนได้ ฮ่าๆ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เหนือสิ่งอื่นใด ที่นี่ถ่ายรูปสนุกมากครับเพราะมีอะไรให้ดูเยอะเเยะเลย เเถมยังได้บรรยากาศความคลาสสิคเเบบจีนๆ ได้ดูวิถีชาวบ้านในยามเช้า สิ่งสำคัญคือเหล่าของกินมหาศาลด้วยครับ เเละหลังจากนี้ ผมขออนุญาตให้ภาพของตลาดโบราณเหล่านี้เล่าเรื่องเเทนเลยละกัน

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ผมใช้เวลาที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเลยมุ่งหน้าไปที่ศาลาประชาคม สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานี Zengjiayan ทางออก A เดินมาเรื่อยๆผ่านไซต์ก่อสร้างภายในสถานีก็จะพบทางออก เดินข้ามถนนมาก็จะเจอศาลาประชาคมอยู่ทางซ้าย ส่วนทางขวาจะเป็น Three George Museum สุดยิ่งใหญ่อลังการ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

มีโอกาสได้ชิมบะหมี่เย็นอะไรสักอย่าง รสชาติพอกินได้ ราคา 6 หยวนครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เสร็จภารกิจที่พิพิธภัณฑ์ เป้าหมายต่อไปคือการมุ่งหน้าไปที่เที่ยวฉงชิ่ง ซึ่งเป็นจุดชมวิวฉงชิ่งในมุมสูง ที่สถานี Eling Park ทางออกที่ 1 จะเห็นได้ว่าผู้คนในเมืองอัธยาศัยดีมาก ถามทางก็ตอบทุกคน แน่นอนว่าคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ไอ้ผมก็ได้ภาษาจีนแค่พื้นๆ (พื้นปูนด้วย) สุดท้ายก็ต้องจบลงที่การชี้มือชี้ไม้

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ขณะกำลังเดินหาจุดชมวิวอยู่ มีพนักงานที่สวนสาธารณะพยายามเข้ามาให้ความช่วยเหลือเต็มที่โดยการเดินไปส่งยังจุดหมาย (ซึ่งไกลจากจุดที่เธอประจำตำเเหน่งมาก) อยากจะขอบคุณให้แอ๊ดวานซ์แต่ก็พูดไม่เป็น เลยได้แต่บอกว่า ‘เซียะ เซียะ หนี่ เฟย ฉาง เพี่ยวเลี่ยง’

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

จุดชมวิวจะเป็นอาคารให้เดินขึ้นไปเเบบนี้ครับ น่าจะประมาณ 8 ชั้น

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมื่อเสร็จเเล้วก็ถึงคราวบอกลาสวนสาธารณะ Eling Park เพื่อไปหาอะไรทานก่อนกลับที่พักครับ

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

ใกล้ๆที่พัก จะมีถนนคนเดินทุกๆเย็น อาหารที่ผมเลือกในวันนี้น่าจะเป็นหม่าล่าคลุกน้ำมันพืช กับบะหมีฉงชิ่งในน้ำมันพืชพร้อมไข่ดาวโปะด้านบน!

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

เมืองฉงชิ่ง, เที่ยวฉงชิ่ง

วันที่ 4 เป็นวันของการเดินทางกลับครับ โดยไฟลต์ที่บินคือไฟลท์ 11.20 น. ของแอร์เอเชียครับ


สรุปและเกร็ดต่างๆ

1. ฉงชิ่งเป็นเมืองที่เที่ยวง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ภาษาจีนหรือได้นิดหน่อย และคนที่อยากจะเริ่มลองเที่ยวจีนดูสักครั้ง

2. เราต้องเข้าใจความเป็นจีนและวัฒนธรรมของเขา สิ่งสำคัญเลยคือการยอมรับในตัวตนของคนจีน แล้วเราจะสนุกกับการท่องเที่ยวครับ

3. สิ่งก่อสร้างและสถานที่ท่องเที่ยวในจีนเป็นอะไรที่ใหญ่โตมโหฬารมาก เเม้การคมนาคมจะครอบคลุม แต่คุณก็ยังต้องฟิตร่างกายให้พร้อมเพื่อเดิน เดิน และเดินอยู่ดี

4. ที่ฉงชิ่งช่วง Low (พ.ย เป็นต้นไป) อากาศจะค่อนข้างเย็น แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก เเค่เสื้อสเว็ตเตอร์ก็เอาอยู่

5. ฟ้าเริ่มสว่างปาเข้าไปตอนเจ็ดโมงครึ่ง และมืดเร็วมาก ประมาณ 6 โมงเย็นก็ค่ำแล้ว

6. หม่าล่าที่ฉงชิ่งไม่ได้เน้นความเผ็ด หากแต่มี ‘ความชา’ เป็นเอกลักษณ์

7. การขึ้นรถไฟฟ้าทุกครั้งจะต้องมีการแสกนกระเป๋า แต่ไม่ได้เข้มถึงขนาดที่สนามบินที่ต้องถอดเสื้อกันหนาวออกด้วย น้ำเอาเข้าไปได้แต่บางครั้งเจ้าหน้าที่จะเอาไปตรวจ

8. การเซฟรูปภาพเอาไว้ช่วยได้มาก เวลาหลงทางหรืออยากกินอะไร ก็แค่เอารูปที่เที่ยวฉงชิ่งให้คนจีนดู เขาจะพยายามช่วยเราอย่างเต็มที่

9. ค่าครองชีพที่จีนไม่แพงมาก โดยเฉพาะค่ารถไฟฟ้า นั่งไกลแค่ไหนก็ไม่เคยเกิน 6 หยวน (ประมาณ 27 บาทเลย)

10. ตอนนี้ห้องน้ำที่จีนดีขึ้นมากเเล้ว ตามที่สาธารณะจะเป็นส้วมนั่งยองคล้ายๆของไทย จะมีชักโครกอยู่บ้าง เเต่ในห้างจะเป็นชักโครกเกือบหมด

11. ฉงชิ่งกับมรดกโลกระดับ 5A ต้องมาเยือนสักครั้งก่อนตายครับ!

 

จบไปแล้วสำหรับรีวิว เที่ยวฉงชิ่ง พาทัวร์รับประทานในเมืองฉงชิ่ง เดินชมธรรมชาติในสวนและชมวิวมุมสูงที่ Eling Park ชมหงหยาต้ง ศูนย์การค้า หน้าตาเหมือนโรงเตี๊ยมโบราณ แหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAA ของจีน ท้ายสุดกับอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า–สะพานสวรรค์ ดื่มดำกับพลังของธรรมชาติ ประเทศจีนยังมีสถานที่สวยงามรอผู้คนไปเยือนอีกมากมาย หากใครกำลังมองหาทริปประหยัดงบ และสวยครบทั้งวิวเมืองวิวธรรมชาติ ShopBack Blog ขอเชิญชวนให้เพื่อนๆไปเที่ยวฉงชิ่งสักครั้ง รับรองสวยประทับใจไม่รู้ลืม

ใครเที่ยวฉงชิ่งแล้วอยากไปเที่ยวที่อื่นๆในจีน สามารถเข้าไปดูได้เพิ่มเติม ที่ เที่ยวจีนเมืองไหนดี หรือ ดูรีวิวเที่ยวจีน ผ่าน ShopBack Blog ได้เลย!

♥เที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนกดจองเที่ยวออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

♥พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ facebook.com/ShopBackThailand

♥แชร์โปรเด็ด ดีลโดน เที่ยวทั้งไทยและเทศ แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments