ประเทศโครเอเชียเป็นอีกประเทศที่มาแรงในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา ด้วยกระแสซีรีย์ชื่อดังอย่าง Game of Thrones และเชื่อว่าหลายคนคงมีแพลนที่จะไปเยือนประเทศนี้สักครั้ง  ShopBack blog พาทุกคนเที่ยวโครเอเชียไปกับคุณ มันทุกเม็ด  มีที่ท่องเที่ยวไหนน่าสนใจบ้าง โครเอเชีย เที่ยวยากไหม ค่าใช้จ่ายเท่าไร หาคำตอบได้จากบทความนี้เลย

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล
 
สวัสดีครับ วันนี้กลับมารีวิวเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ก็เป็นประเทศโครเอเชีย โครเอเชียอยู่ในยุโรปไม่ใช่เอเชียนะจ๊ะ เป็นประเทศที่เซียนยุโรปทั้งหลายห้ามพลาด เรียกว่าเป็นประเทศที่ The must ก็ว่าได้ โดยสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ถ้าใครมาเยือนที่แห่งนี้ต้องห้ามพลาดเลยนั่นก็คือ Dubrovnik ซึ่งมีหลายฉายาที่เรียกกัน ไม่ว่าจะเป็น King’s Landing, ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติกและยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Game of Thrones อีกด้วย ซึ่งขอเรียนตามตรงว่าตัวผมไม่ใช่เซียนหนังแต่อย่างใดแต่ที่ชอบเพราะเห็นตามภาพหรือรีวิวต่างๆที่ถ่ายภาพเมืองเก่าของดุบรอฟนิกในมุมสุงจึงเกิดแรงบันดาลใจในการไปเยือนสักครั้ง แต่ทว่าในการไปเยือนครั้งนี้เป็นช่วงวันหยุดเดือนธันวาคมผนวกกับหน้าหนาวอาจจะเป็นอุปสรรคในการเดินทางบ้างก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามให้การเที่ยวลดลง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประเทศโครเอเชีย

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

  • โครเอเชียอยู่ในทวีปยุโรปไม่ใช่เอเชีย ติดกับทะเลเอเดรียติก
  • เมืองหลวงของโครเอเชียคือ Zagreb อาจจะไม่โดดเด่นเหมือนเมืองอื่นๆ แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย
  • รถรางขึ้นลงเขาที่สั้นที่สุดในโลกก็อยู่ในกรุง Zagreb เนี่ยแหละ ด้วยความยาว 66 เมตรระหว่าง Upper และ Lower Town แต่ไม่ได้ใช้
  • บริการ  4. สกุลเงินที่ใช้เป็นคูนา (HRK) ต้องทำการแลกเป็นยูโรก่อน เมื่อมาถึงโครเอเชียค่อยแลกเป็นคูนาแทน อาจจะแลกที่สนามบินสักเล็กน้อยเพราะเรทแพง แล้วค่อยนำเงินส่วนใหญ่ไปแลกในเมือง ถ้ากลับเมืองไทยอย่าลืมแลกกลับเป็นยูโรละ เดี๋ยวจะแลกเป็นเงินไทยไม่ได้ โดยที่ 1 คูนาเท่ากับ 4.7 บาท
  • นอกจากวีซ่าโครเอเชียหากขอในเมืองไทยจะมีค่าบริการราวห้าพันกว่าบาทเนื่องจากสถานทูตอยู่ในอินโดนีเซีย แต่ถ้าใครมีวีซ่า Schengen แบบ Double หรือ Multiple Entry ก็ใช้เข้าประเทศโครเอเชียได้ไม่มีปัญหา แต่ จขกท ใช้ Double Entry ที่ขอจากกรีซเมื่อบทความก่อนหน้า โดนซักไปประมาณ 5-10 นาทีถึงจะเข้าเมืองได้
  • การโดยสารภายในกรุง Zagreb จะใช้รถราง (Tram) และรถเมล์เป็นหลัก สามารถใช้บัตรโดยสารแบบ 30, 60 และ 90 นาที ส่วนเมืองอื่นๆก็จะมีรถเมล์เป็นหลัก สำหรับการโดยสารระหว่างเมืองก็โดยสารรถบัสเป็นหลัก
  • ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติกก็คือ Dubrovnik เป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเมื่อมาเยือนโครเอเชีย
  • สัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศโครเอเชียคือ ตราหมากรุก พบได้ในธงชาติและเสื้อฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียเที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว
    เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว
    เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวโครเอเชีย

Zagreb

อาจจะไม่โดดเด่นเหมือนเมืองอื่นๆ แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเมื่อเรามาถึงสนามบินที่กรุง Zagreb ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อย เราก็ได้ทำการแลกเงินที่สนามบินประมาณ 40 ยุโรพร้อมซื้อตั๋วรถโดยสาร 30 นาทีจำนวน 3 ใบ (ใบละ 4 คูนา) ที่ร้าน Tisak ในสนามบิน พร้อมทั้งซื้อซิมในร้านเดียวกันในราคา 80 คูนาของค่าย A1 ซิมนี้มีประโยชน์มากๆสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาในประเทศโครเอเชีย เที่ยวไม่เกิน 7 วัน Data Usage Unlimited เหมาะสำหรับนักเสพ Social ตัวยง โทรได้ 100 นาที และส่งข้อความได้ 100 ครั้ง เมื่อออกจากสนามบินเราได้ทำการเข้าเมือง Zagreb โดยรถบัสสาย 290 ไปยังป้าย Kvaternikov Trg เมื่อถึงป้ายนั่งรถรางสาย 11 ไปยัง Trg Bana Josipa Jelacica ซึ่งเป็นจัตุรัส Jelacic ใจกลางกรุง Zagreb

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

จากนั้นเราได้นั่ง Minibus สาย 150 ไปยังป้าย Markov trg เพื่อพบกับแลนด์มาร์คที่สำคัญประจำกรุง Zagreb นั่นก็คือ St.Mark’s Church หากใครไม่ได้มาที่นี่ถือว่าพลาดในการมาเยือนซาเกร็บ

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เมื่อชมสัญลักษณ์ประจำเมืองเป็นที่เรียบร้อยเราก็เดินไปยัง Stone Gate ซึ่งเคยถูกไฟไหม้ไป จากการทิ้งระเบิดของทหารอเมริกัน และภายหลังได้พบรูปปั้นพระแม่มารีมีความมหัศจรรย์คือไม่โดนไฟไหม้ และที่เห็นตัวหนังสือบนกำแพงหลายภาษา ซึ่งทั้งหมดนั้นก็แปลว่า ขอบคุณ

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

หลังจากนั้นเราก็ได้กลับไปยัง Jelacic Square เพื่อนั่ง Tram สาย 6 ไปยังป้าย Autobusni Kolodvor ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Central Bus Station ไปยังเมืองต่างๆ ซึ่งเราได้ทำการซื้อตั๋วรถบัส Online ผ่านเว็บ Busbud.com ในราคาประมาณ 400 บาท ไปยังอุทยานแห่งชาติ Plitvice Lake หรือ Plitvička Jezera ในรอบ 10.30-13.20 น.

Plitvice Lake

เมื่อรถบัสออกจากกรุงซาเกร็บผ่านมาตามระยะทางเรื่อยๆ เข้าใกล้อุทยานแห่งชาติ Plitvice Lake สถานที่ท่องเที่ยวโครเอเชียขึ้นชื่อ Plitvice Lake จะเริ่มมีหิมะปกคลุมพื้นที่เรื่อยๆ นั่นแสดงถึงความหนาวสุดขั้วได้มาเยือนพวกเราแล้ว เมื่อถึงอุทยานแห่งชาติเราได้แจ้งคนขับรถให้จอดรถที่ Entrance 1 ซึ่งเป็นส่วนของ Lower Lake เนื่องจากอากาศหนาวมากและมีหิมะปกคลุมหนาและเวลาในการเที่ยวมีไม่มากจึงทำให้เราเก็บไฮไลท์เฉพาะ Entrane 1 เท่านั้น ซึ่งเราได้ทำการจองตั๋วออนไลน์ที่เว็บไซต์ คลิกในราคา Low season (ฤดูขาว) 60 คูนา ถ้าเป็นช่วง High season (ฤดูเขียว) ราคาจะสูงขึ้นเท่าตัว 120 คูนา แล้วปริ้นท์ตั๋วให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าอุทยาน

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เมื่อเที่ยวในส่วนของ Lower Lake จนเต็มอิ่มเราพบว่ากำไรชีวิตคือการได้เห็นน้ำตกไหลเชี่ยวในช่วงหิมะตกเนี่ยแหละมันสุดๆแล้ว สวยไปอีกแบบเมื่อเทียบกับฤดูปกติหรือฤดูเขียว แล้วเราก็เดินทางเข้าที่พัก Guest House Marijan ซึ่งห่างจาก Entrance 1 ประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเราจองในราคา 1,500 บาท/คืน แต่เราไม่ได้พักเต็มคืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพักผ่อนเอาแรงและต้องการหาที่อุ่นๆ หลังจากเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นระยะเวลานาน เราต้องออกเดินทางไปยัง Split ในคืนเดียวกัน ซึ่งได้ทำการซื้อตั๋วรถบัส Online ผ่านเว็บ Busbud.com ในราคาประมาณ 700 บาท ไปยังเมือง Split ในรอบ 23.40-5.15 น. โดยรอรถบัสที่ Entrance 1 Bus Stop โดยออกไปรอรถบัสตอนห้าทุ่ม ซึ่งกลางคืนบนถนนเงียบและหนาวมากๆ ถ้าเห็นรถบัสไกลๆ รีบโบกรถไว้ก่อนแล้วค่อยเช็คกับคนขับรถอีกทีว่าตั๋วที่เราปริ้นท์ใช่รถบัสที่จะไป Split หรือเปล่า ซึ่งเป็นรถบัสคันที่สองที่เกือบหนีเราผ่านหน้า Bus Stop แล้วเบรคนิดเดียว แล้วเราก็ได้ขึ้นรถไปยัง Spilt พร้อมกับพักผ่อนกายาให้เต็มที่บนรถอีกครั้ง

Split

พอเรามาถึง Split ประมาณตีห้าสิบนาที ซึ่ง Split เป็นเมืองท่าและใหญ่เป็นอันดับสองของเทศ เราออกจากสถานีรถบัสมุ่งตรงมายังที่พักของเราซึ่งจองได้ที่ Split Accommodation ในราคา 836 บาทต่อคืน ใช้เวลาในการเดินทางจากสถานีรถบัสมาที่พักประมาณ 700 เมตร เดินไม่เกิน 10 นาที ซึ่งเจ้าของที่พักใจดียอมให้เรา Check-in ก่อนเวลา พอเวลาแปดโมงเช้าเราก็ตะลุยออกเดินทางด้วยเท้าไปยังเมืองเก่าซึ่งไม่ไกลจากที่พักเดินไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง โดยสถานที่ที่เราจะไปนั้นจะเป็นสถานที่สำคัญของเมือง Split ได้แก่ Diocletian’s Palace และขึ้นหอระฆังของ St.Domnius cathedral เพื่อชมวิวรอบๆเมือง Split ในมุมสูงในราคา 20 คูนา

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

จากนั้นเราก็เดินเล่นบนถนน Riva และ Republic Square ซึ่งเป็นถนนริมทะเลชมบรรยากาศชิลๆ ซึ่งริมถนนก็เตรียมประดับตกแต่งไฟพร้อมรับเทศกาลคริสมาสต์ปีใหม่ ซึ่งคนยุโรปให้ความสำคัญและเป็นเทศกาลแห่งความสุขทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่ เดินเสร็จก็กลับเข้าที่พัก

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

จากนั้นเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวซึ่งอยู่ระหว่างทางขึ้นไป Marjan Hill และได้เก็บภาพ Split ยามเย็นก่อนจะกลับเข้าที่พัก

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

จากนั้นตีสองเราได้ออกจากที่พักเพื่อไปยังสถานีรถบัสไปยัง Dubrovnik ดินแดนแห่งความฝัน ซึ่งเราจองผ่าน Croatiabus.com ในราคาประมาณ 600 บาท และรถก็ได้ออกเดินทางในเวลา 02.35 ถึงดูบรอฟนิคประมาณ 06.50 น.

Dubrovnik ดินแดนแห่งความฝัน EP1

เมื่อเรามาถึงสถานีรถบัสที่ Dubrovnik ก็ได้ซื้อตั๋ว Local Bus เข้าเมืองที่ร้าน Tisak ในราคา 12 คูนาเพื่อไปยัง Pile Gate เมื่อถึงเป้าหมายปลายทางแล้ว เราก็บึ่งตรงไปยังที่พักที่ได้จองไว้ชื่อว่า Guest House Tomasi จองไว้ 2 คืน ในราคาประมาณ 2,400 บาท ซึ่งระหว่างทางได้เจอคุณยายเจ้าของแกถามว่าคุณมาพักที่นี่ใช่ไหม เราเลยตอบว่าใช่ แกก็พามาจนถึงที่พักซึ่งเป็นที่พักที่ชอบที่สุดในทริปนี้เลย
เมื่อเก็บสัมภาระเป็นที่เรียบร้อยก็ออกตะลุย Dubrovnik เที่ยวโครเอเชียที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ Game of Thrones ไม่ว่าจะเป็นถนน Stradun เป็นถนนใจกลางหลักย่านเมืองเก่าซึ่งเตรียมความพร้อมในการประดับไฟตกแต่งให้พร้อมกับเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

The City Gates ประตูเมือง

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

The Square of the Loggia จัตุรัสใจกลาง Old Town

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

Walk of shame ของคุณ Cersei ในมหากาพย์ Game of Thrones

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

The Big Fountain of Onofrio and St. Saviour Church

และปิดท้ายด้วยครึ่งเช้าด้วยการชมวิวรอบๆกำแพงเมือง Dubrovnik ในราคา 200 คูนา เก็บทัศนียภาพรอบๆเมืองเก่า โดยระหว่างทางจะมีป้อมใหญ่ๆชื่อ Minceta Tower ยกระดับการชมวิวให้สูงขึ้นไป เมื่อเก็บภาพประมาณ 2 ชั่วโมงก็แวะกลับมาพัก

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

Dubrovnik ดินแดนแห่งความฝัน EP2

หลังจากพักผ่อนกายาเป็นที่เรียบร้อย เราก็มีภาระกิจไปที่ป้อม Lovrijenac Fort ซึ่งอยู่นอกเมืองเก่าไปเก็บภาพเมืองเก่าผ่านป้อม

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

สุดท้ายของวันเราก็ไปเก็บภาพตะวันตกดินของ Dubrovnik โดยเดินไปทางใกล้ Angelic Apartments แล้วปักหมุดเก็บภาพ

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

พอได้ภาพตะวันตกดินเป็นที่เรียบร้อย ก็เข้ามาเก็บภาพในเมืองเก่า ซึ่งประดับด้วยไฟต่างๆ ต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ เต็มไปร้านอาหารต่างๆมากมายจัดอยู่รอบๆ ถนนคนเดิน Stradun เราเห็นแล้วรู้สึกเป็นเทศกาลแห่งความสุขของชาวยุโรปรวมถึงความหวังของเด็กๆ ที่หวังให้ซานตาครอสมาแจกของขวัญในช่วงเวลาดังกล่าว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เมื่อครบสามทุ่มเราก็กลับที่พักหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการท่อง Dubrovnik แบบเต็มวัน

Dubrovnik ดินแดนแห่งความฝัน EP3

ในวันนี้เราตั้งใจชิลๆที่ดูบรอฟนิค โดยไปตามสถานที่ต่างๆดังนี้

  • Church of Saint Blaise

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

  • Sponza Palace

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

และก็เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยใน Dubrovnik

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เนื่องจากในถนน Stradun ได้จัดร้านอาหารริมทางมากมายหนึ่งในนั้นก็คือร้าน Barba ซึ่งเป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่จัดได้ว่าถุกที่สุดร้านหนึ่งในย่านนี้ โดยความตั้งใจของเราจะไปทานที่ร้านเนื่องจากเราอยากกินปลาหมึกชุบแป้งทอด (Calamari) ตามรีวิวร้านนี้จะให้อาหารแต่ละอย่างเยอะมากๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายร้านปิด มาเปิดร้านต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์ที่ Stradun แทน ซึ่งรายการอาหารก็ต้องเป็นอาหารพวกเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย เป็นต้น เราก็ได้จัดเบอร์เกอร์ปลาหมึกขนาดยักษ์ในราคา 37 คูนา และเฟรนช์ฟรายในราคา 22 คูนา อิ่มไปตามๆกัน

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เราก็ไปพักที่ห้องพักก่อนที่เราจะไปเก็บภาพดูบรอฟนิกในมุมสูงก่อนตะวันจะตก เราได้ออกจากที่พักประมาณบ่ายสามไปยัง Cable Car ซึ่งในเดือนธันวาคมเป็นช่วงพีคของฤดูหนาว สว่างช้ามืดเร็ว เวลาให้ทำการของ Cable Car อยู่ในช่วง 09.00-16.00 น. ราคาตั๋ว Cable Car ขาเดียว 90 คูนา ไปกลับ 170 คูนา เราเน้นประหยัดเราได้ซื้อตั๋วขาเน้น จากนั้นก็ขึ้น Cable Car พาเราไปยังภูเขา Srd Mountain ซึ่งจะเห็นแผ่นดิน King’s Landing ในมุมสูงได้ทัน ซึ่งระยะทางระหว่าง Srd Mountain และตัวเมืองเก่าใช้เวลาเดินทางกลับประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นเราก็เดินลงเขามาเรื่อยๆ จนได้วิวเป็นที่น่าพอใจก็เก็บภาพตอนตะวันตกดิน ก่อนที่จะกลับไปยังเมืองเก่า

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

จากนั้นเราก็กลับที่พัก ในวันต่อมาเราจะกลับไปที่กรุงซาเกร็บกันอีกครั้ง

Zagreb รีเทิร์น (อีกครั้ง)

เราออกจากที่พักใน Dubrovnik ในเวลาตีห้าเพื่อขึ้นรถบัสไปยังสนามบิน โดยจุดที่ขึ้น Shuttle bus อยู่บริเวณ Cable Car รถจะออกจากจุดนี้เวลา 05.15 น. เราสามารถซื้อตั๋วได้กับคนขับหรือที่ Office ของ Platanus ในราคา 55 คูนา ในเวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงสนามบิน Dubrovnik ซึ่งเรามีไฟลท์กับซาเกร็บในเวลา 06.40-07.50 เมื่อถึงซาเกร็บแล้วเรามีเวลามากพอที่จะไปเที่ยวในเมืองอีกครั้งโดยเรามีไฟลท์กลับเมืองไทยในเวลา
16.05 น. โดยเราออกจากกรุงซาเกร็บนั่งรถบัสสาย 290 โดยใช้ตั๋ว 30 นาที ในราคา 4 คูนา แล้วลงที่ป้าย Kvaternikov Trg และต่อรถรางสาย 11 ไปลงที่จัตุรัส Jelacic จากนั้นเดินไปประมาณ 500 เมตรก็จะพบกับ Zagreb Cathedral

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เราก็เดินไปประมาณ 1 กิโลเมตรเพื่อขึ้นไปยัง Upper Town เพื่อชม Zagreb ในมุมสูงนิดหน่อย ซึ่งเป็นทางผ่านของสถานีรถรางขึ้นลงเขาที่สั้นที่สุดในโลกด้วยระยะทาง 66 เมตร

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เมื่อถึงสนามบินที่กรุงซาเกร็บเป็นอันต้องร่ำลาทริปเที่ยวโครเอเชียแห่งความประทับใจ แม้เวลาจะน้อยนิดเราก็เก็บสถานที่ทุกเม็ดทุกหน่วย เพื่อไม่ให้พลาดในสถานที่และจังหวะสำคัญๆของที่นั้นๆ ขอบคุณทุกๆท่านเข้ามาอ่านกันนะครับ ยังไม่จบเท่านี้ จะมีการสรุปค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในทริปเที่ยวโครเอเชียทั้งหมดด้วยครับ

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในทริปเที่ยวโครเอเชียนี้

ค่อนข้างถูกมากๆ โดยรวมเกือบ 32,000 บาทเนื่องจาก

  • เรามีวีซ่า Double Entry ของกรีซเหลือจากเที่ยวกรีซก็สามารถไปโครเอเชียได้
  • เราจองที่พักแบบ Guest House ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวราคาจะถุกกว่าโรงแรม
  • อาหารที่เน้นเอาไปทานเป็นส่วนใหญ่คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ช่วยประหยัดค่าทริปได้มาก

เที่ยวโครเอเชีย, โครเอเชีย เที่ยว


จบไปแล้วกับบทความพาเที่ยวโครเอเชีย เมืองสวยต้องมนต์ พาไปชม Plitvice Lake ในฤดูหนาวที่ทุกอย่างขาวโพลนราวกับโลกในจินตนาการ พาเที่ยว Dubrovnik เมืองที่ใช้เป็นฉากในการถ่ายทำซีรีย์ Game of Thrones ใครกำลังหาแพลนเที่ยวประจำปีนี้ ลองไปเที่ยวโครเอเชียสักครั้ง โครเอเชีย เที่ยวไม่ยากแถมค่าใช้จ่ายเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์อีกด้วย

เที่ยวต่างประเทศฟินๆ อ่านบทความก่อนไปที่ ShopBack Blog สิ!

 

Facebook Comments