เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก อีกหนึ่งเส้นทางเดินเขาในฝันของใครหลายๆคน  ShopBack Blog พาเที่ยวหิมาลัย กับ คุณ สมาชิกหมายเลข 982458 พาไป trekking เนปาล กับเส้นทางการเดินเขา  Annapurna การเดินทางต้องเตรียมอะไรบ้าง การเดินทางเป็นอย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้ได้เลย

คลิกสมัครใช้ ShopBack          รับข่าวสารเงินคืน          แชร์โปร เก็บดีล

เมื่อตอน คริสต์มาส 2019 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศไป trekking เนปาล ที่เทือกเขาหิมาลัย ชึ่งเป็นเทือกเขาที่เปรียบเสมือน หลังคาของโลก เพราะเป็นเทือกเขาที่ถือว่า สูงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับผมแล้ว มันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย ในการไป trekking ครั้งนี้ เพราะว่าอะไรก็ดูจะใหม่ไปหมด สำหรับผม ไม่ว่าจะเป็น การเที่ยวต่างประเทศคนเดียว นี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย ที่ผมเดินทางออกนอกประเทศไทย คนเดียวโดยที่ภาษา อังกฤษ ก็ยังไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่  การ Trekking คนเดียว นี้ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกัน ที่ไป trekking เนปาล คนเดียว โดยไม่มีไกด์นำทางหรือลูกหาบช่วยแบกกระเป๋า 17 กิโลกรัมให้ บอกก่อนเลยว่าในชีวิตนี้ผมไม่เคย Trekking แบบจริงๆจังๆ มาก่อนเลย แม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตาม เที่ยวหิมาลัยสภาพอากาศที่หนาวมากๆ ติดลบถึง -20 องศา นี้ก็อีกเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปที่ไหน ที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า 10 องศาเลย นี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มากๆ สำหรับคนที่เตรียมความพร้อมน้อยแบบผม แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีคำว่า ” ครั้งแรก ” เสมอ ถ้าเราไม่กล้าข้ามผ่าน ครั้งแรกมาเราก็จะไม่มีครั้งต่อไป

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
จุดเริ่มต้นของการไป trekking เนปาล เส้นทาง Annapurna circuit ในครั้งนี้ เกิดมาจาก การที่ผมคิดอยากจะลองเที่ยวต่างประเทศ
แบบที่มันดูแตกต่างออกไปจากคนอื่นๆบ้าง เที่ยวหิมาลัยเผื่อจะได้เจอตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ฮ่าฮ่าๆ ก็ว่ากันไป

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
ผมหาข้อมูลมาสักพัก และ มีตัวเลือกให้เลือกในหัวเยอะแยะไปหมด เลือกไม่ถูกเลย จนได้ไปเจอกระทู้หนึ่งในพันทิป คลิก ทางเจ้าของกระทู้เขียนไว้ดีมากๆ ถือว่าเป็นกระทู้แรกที่ผมอ่านจบทุกตัวอักษร และเป็นจุดเริ่มต้นในการไปเที่ยวครั้งนี้เลยครับ ตามไปดูกันเลยครับว่า 14 วัน คนเดียวในเนปาลจะเป็นอย่างไร ผมลืมบอกไปครับ ผมไม่ใช่ ช่างภาพนะครับ รูปที่ถ่ายทั้งหมด 95 % มาจากกล้องโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S10 + และ 5% มาจากกล้อง Gopro รูปอาจจะดูยาวๆใหญ่ๆแปลกๆ และไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ครับ

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

เส้นทางนี้มีระยะทางในการ trekking รวมกันน่าจะประมาณ 200 กิโลเมตรเลยนะครับ ถ้าจะเดินกันจริงๆจังๆ จาก Besisahar ถึง Jomsom สำหรับผม น่าจะใช้เวลาประมาณ 20+ วัน ได้เลยนะครับ แต่สำหรับ มือใหม่อย่างผม กำลังกายก็ไม่ค่อยจะออก ออกแต่กำลังคอ หาเวลามาได้ 14 วัน ก็ถือว่าเยอะเอามากๆเลยนะครับ กลับไปทำงานอีกที ไม่รู้ว่าเขาจะไล่ออกเลยไหม ฮ่าๆ เล่นลากันข้ามปีเลยทีเดียว

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เมื่อดูในแผนที่จะสังเกตุเห็นว่า ผมจะเริ่ม Trek ที่หมู่บ้าน Chame นะครับ เพื่อที่จะย่นระยะเวลาให้สั้นลง สำหรับคนที่มีเวลาน้อยอย่างผม เส้นทาง Annapurna circuit จะมีรถ Jeep ขึ้นไปถึงยังหมู่บ้าน Manang เลยนะครับ หากใครมีเวลาน้อยกว่านี้ สามารถนั่งรถขึ้นไปยังหมู่บ้าน Manang ได้เลยนะครับ ค่ารถ Jeep จากเมือง Besisaha ไปหมู่บ้าน Manangราคา 3,000 รูปีเนปาล ต่อคนครับ ส่วนค่ารถ Jeep จากเมือง Besisaha ขึ้นมาที่หมู่บ้าน Chame อยู่ที่ 2,000 รูปี ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมงกว่าเลยครับ ระยะทางแค่ 60 กว่ากิโลเมตรเอง

จุดสีฟ้าในแผนที่ นั้นคือหมู่บ้านที่ผมนอนค้างคืน  ส่วนสีส้มคือหมู่บ้านที่ผมเดินทางผ่าน ชึ่งแต่ละหมู่บ้าน จะมีโรงแรมอยู่พอสมควรเลยนะครับ ถ้าเราเดินไปไม่ถึงจุดที่เราแพลนเอาไว้ เราก็สามารถนอนค้าง ยังหมู่บ้านนั้นๆได้ครับ โรงแรมราคาไม่แพงครับ มีตังแต่ 100 – 400 รูปี ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ 30 -120 บาท ส่วน wifi และ น้ำอุ่นสำหรับอาบ แทบจะมีทุกโรงแรมเลยนะครับ แต่ก่อนเข้าพักควรสอบถามให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นอาจจะถูกเก็บเงินเพิ่มได้ครับ ในส่วนอาหารไม่ต้องกลัวครับทุกโรงแรมมีแน่นอน เพราะเส้นทางนี้ นักท่องเที่ยวมาแทบจะตลอดอยู่แล้ว ราคาอาหารถือแพงใช้ได้เลยครับ ยิ่งสูงยิ่งแพงครับ แต่ก็เข้าใจได้ครับเพราะ บางโรงแรมรถเข้าไม่ถึงต้องใช้คนแบกขึ้นไป ใช้เวลาหลายวันเหมือนกันครับ

แผนการเดินทางวันต่อวัน

  1. Bangkok > Malaysia > Nepal
  2. Kathmandu  ( ทำ permit+เที่ยวรอบๆ Katmandu )
  3. Kathmandu > Besisahar > Chame
  4. Chame > Upper pisang
  5. Upper pisang > Bhraka
  6. Barka  > Shree kharka
  7. Shree kharka  >  Tilicho besecamp  >  Tilicho leke  > Tilicho besecamp
  8. Tilicho besecamp > Leder ( Khangsar > Yak kharka)
  9. Leder (Yak kharka) > High camp
  10. High camp > Tharung la pass > Muktinath
  11. Muktinath > Pokhara > Kathmandu
  12. Kathmandu
  13. Kathmandu
  14. Kathmandu  > Malaysia > Bangkok

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

พร้อมแล้วไปเก็บ กระเป๋ากันเลยนะครับ เมื่อได้ของมาครบแล้ว ลองเอายัดๆใส่กระเป๋า 38+10 ลิตร งานเข้าครับ ยัดใส่ไม่หมด
ต้องเสียเงินชื้อกระเป๋าใหม่อีกแล้ว ไหนๆก็จะชื้อใหม่เลยจัด 65 ลิตรไป ทีนี้ใส่ไม่พอก็ให้มันรู้ไป

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ขนม มาม่า อาหารชองอีก เยอะแยะไปหมด ยัดมันเข้าไป ก่อนวันเดินทางลองชั่งน้ำหนักดู 17 กีโลกรัม ลองสพายดู โอ้ยแค่นี้สบายๆ  หึ..หึ..ขอบอกตรงนี้เลยว่า อย่าเอาของไปเยอะครับ ถ้าคิดจะแบกเอง

เริ่มออกเดินทางกันเลย!

วันที่ 1 : Bangkok > Malaysia > Nepal

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ผมเดินทางด้วยสายการบิน Malaysia Airlines นะครับ จากสนามบินสุวรรณภูมิ แวะเปลียนเครื่องที่สนามบิน กัวลาลัมเปอร์ ก่อนที่จะบินไปยังประเทศเนปาล ได้ตั๋วมาได้ในราคา 4xxx กว่าบาท ฟรีน้ำหนักกระเป๋า 20 กีโล ถึงว่าโอเคเลยนะครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
อาหารก็อร่อยดีครับ

ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่บ่าย 2 ถึงสนามบินเนปาล 4 ทุ่มกว่า นานใช้ใด้เลย เมื่อถึงสนามบิน ก้าวออกจากเครื่อง บอกได้เลยว่าอากาศดีมากๆ เย็นสบาย 8 องศาใส่เสื้อแขนยาวชิวๆ ไปครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
แต่กว่าจะผ่าน ตม. มารับกระเป๋า เกือบเที่ยงคืน เสียเวลากับการต่อคิวกรอกใบ ตม. อยู่นานสองนาน เครื่องมีน้อยและไม่ค่อยมีเจ้าหน้าทีคอยให้คำแนะนำ ทำให้แต่ละคนกรอกช้ามา เมื่อเดินจากสนามบินสนามบินตรีภูวัน มีคนขับรถแท็กซี่ มารุมล้อมเหมือนผมเป็นพระเอกเกาหลีเลยครับพูดกันเจี๊ยวจ๊าว ฟังไม่ออกสักคำ คอยแต่จะแย่งถือกระเป๋าให้ผมอย่างเดียว ผมถึงกับต้องเดินหนีเลยครับ แต่พี่แกก็เดินตามไม่หยุดเลย จะลากผมขึ้นรถอย่างเดียวเลย พอถามราคาค่ารถไปทาเมล พี่แกจะเอาตั้ง 1,200 รูปี ถือว่าแพงมาก ผมเดินหนีอย่างเดียว จนมีพี่คนหนึ่งก็เดินตามผมมาบอกว่า 800 รูปี ผมก็เลยตอบตกลงทันที ดึกแล้วด้วยเลยไม่อยากจะต่อ คืนแรกผมพักในย่านทาเมล โรงแรมชื่อ The Glasshouse Hotel คืนละ 260 บาท รวมอาหารเช้าด้วยครับ ถือว่าคุ้มมากครับ ที่พักนอนสบาย มีทั้งแบบเป็นห้องส่วนตัว และห้องรวม 8 เตียง อาหารก็อร่อย เจ้าของเป็นกันเองมากครับ

วันที่ 2 : เมืองกาฐมาณฑุ 

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

วันนี้ผมตื่นตั้งแต่เช้าเลย เป็นเพราะตื่นเต้น หรือสงสัยยังปรับตัวไม่ได้เพราะเวลาที่ประเทศเนปาล จะช้ากว่าประเทศไทยอยู่ 1 ชั่วโมง 15 นาที ตื่นมาแล้วก็ไปรับแสงแรกของเนปาลกันหน่อยก่อนที่เราจะไป Trekking เราจะต้องมาทำ Permit เพื่อขออนุญาตในการ Trekking ก่อนนะครับ ถ้าเราไม่มีใบอนุญาต เราจะไม่สามารถไป trekking เนปาล ได้นะครับ เพราะว่าระหว่างทาง จะมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คที่จุดเช็คพ้อยท์ อยู่ตลอดเส้นทาง ชึ่งเราสามารถไปทำได้ที่นี้เลยนะครับ  Nepal tourism Board ห่างจากทาเมลไม่ไกลครับ เดินมาประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้วครับ ถือว่าซ้อม Trek ก่อนลงสนามจริง Permit ที่เราจะต้องทำในการไปTrekking เส้นทาง Annapurna circuit  มี 2 ตัวนะครับ คือ TIMS  และ ACA

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
เอกสารขอ Permit TIMS กรอกรายละเอียดตามเอกสารได้เลยครับ ใช้รูปถ่าย 2 ใบ ค่าธรรมเนียม 2,000 รูปี

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
เอกสารขอ Permit ACA กรอกรายละเอียดตามเอกสารเหมือนกับ TIMS เลยครับ  ใช้รูปถ่าย 2 ใบเหมือนกัน ค่าธรรมเนียม 3,000 รูปี

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
กรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ยื่นชำระเงินกับเจ้าหน้าที่ ได้เลยนะครับ รอไม่นานก็จะได้ ใบอนุญาตแบบนี้มา ทีนี้ก็พร้อมลุยแล้วนะครับ ทำ Permit เสร็จ
ยังมีเวลาอีกตั้งครึ่งวัน เลยเดินไปเที่ยวชมเมือง และสถานที่สำคัญๆของ Katmandu

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เสร็จแล้วเดิน เดิน กันต่อ วันนี้ถือว่าเป็นวันซ้อมเดินนะครับ เดินไปที่ สยมภูวนาถ กันต่อ วัดสยมภูวนาถ นี้ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุด ของประเทศเนปาล มีอายุมากกว่า 2,000 ปี เลยทีเดียว เราใช้เวลาเดินนานพอสมควร  50 กว่านาทีได้ ไหนจะเดินขึ้นบันไดมาอีก เหนื่อยพอสมควร ฮ่าๆๆ วันแรกก็ออกอาการชะแล้ว จะรอดไหมเนี้ย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เหนื่อยๆกันแล้วหาอะไรกินกันดีกว่า Jhol momo หน้าตาดูน่ากินเอามาก ไหนลองสั่งมาดูสักหน่อย หืม..รสชาติเหมือนกับเกี้ยวซ่าของบ้านเราเลย แต่กลิ่นเครื่องเทศแรงมาก กินไปได้ 5 คำรู้สึกเลี่ยนๆ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

หมดไปแล้วอีกวัน ช่างหมดเร็วเหลือเกิน วันนี้ก็ขอกลับไปนอนพักให้เต็มที่ เพราะพรุ่งนี้คือของจริง เป็นวันทีต้องออกเดินทางอีกครั้ง

วันที่ 3 : จาก Kathmandu (460 m.) > Besisahar (760 m.) > Chame (2,720 m.)

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

วันนี้ผมตื่นตั้งแต่เช้า เพราะว่าต้องเดินทางออกนอกเมือง เพื่อไปยัง Besi Sahar เป็นเมืองเริ่มต้นของการ trekking เนปาล เมื่อคืนผมได้แจ้งกับทางโรงแรม ให้ทางโรงแรมเรียกรถแท็กซี่มารับประมาณ 6โมงเช้า เพื่อไปยังท่ารถบัสที่จะไปเมือง Besi Sahar สำหรับการเดินทางไปยัง Besi Sahar จะมีทั้งรถตู้ รถบัส และเหมาแท็กซี่ ไปนะครับ ทีแรกผมตั้งใจจะไปรถบัส เพราะคิดว่าน่าจะนั่งสดวกสบายกว่าแต่ไม่รู้ว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง หรืออย่างไง พี่แท็กซี่แกพามาส่งที่ท่ารถตู้เฉยเลย ตอนคุยกันในรถตกลงกันว่าจะไปท่ารถไมโครบัส พอไปถึงผมถึงกับ งง พึ่งมารู้ทีหลังงว่า รถตู้คนเนปาลจะเรียกว่าไมโครบัสไหนๆก็มาละ รถตู้ก็ได้วะ ส่วนค่ารถแท็กซี่ จากโรงแรมไปยังท่ารถบัส  ราคา 500 รูปีใช้เวลาในการเดินทาง 30 นาที พอไปถึงยังท่ารถ รถคันแรกกำลังจะออกพอดี เลยรีบขึ้นไป ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เลยครับ ค่ารถราคา 600 รูปี นะครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ถนนทางไปเมือง Besi Sahar เป็นแบบ 2 เลนและไม่มีเส้นแบ่งเลน ถนนขรุขระเอามากๆ โค้งหนักๆ ขึ้นเขา ลงเขา ทำเอานั่งไม่ติดเลยครับ
ระยะทางไป Besi Sahar 200 กว่ากิโล ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

นั่งรถข้ามเขามาได้ 2-3 กว่าลูกเอง ใช้เวลาตั้ง 2 ชั่วโมง และแล้วพี่แกก็จอดรถให้พัก เข้าห้องน้ำ กินข้าว 10 นาที ส่วนผมไม่อยากกินอะไรเลย ในท้องตอนนั้นผมมีแต่ลมเต็มไปหมด

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เมื่อเริ่มเข้าใกล้เมือง Besi Sahar เราก็จะเห็นภูเขาหิมะ สูงเด่นเป็นสง่าดูแล้วสวยงามมากๆ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

และแล้วเราก็มาถึงยังเมือง Besi Sahar ถือว่ามาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ รถตู้มาจอดตรงจุดที่ มีรถต่อขึ้นไปยังหมู่บ้านด้านบน ตอนแรกผมตั้งใจว่าคืนนี้จะพักที่เมืองนี้ เพราะแพลนเอาไว้ว่าน่าจะถึงช่วงบ่ายๆ คงไม่มีรถขึ้นไปยังด้านบนแล้ว แล้วพรุ่งนี้ค่อยนั่งรถขึ้นไปยังหมู่บ้าน Chame แต่…เมื่อทันรถเที่ยวสุดท้าย ผมก็เลยตัดสินใจที่จะเดินทางต่อเลย อย่างน้อยผมก็จะได้มีเวลาเพิ่มขึ้นมาอีกวัน พอรถตู้จอดปุ๊บ ก็มีคนมาเรียก ” Chame Chame Manang Manang ” ใครที่จะขึ้นไปยังหมู่บ้านด้านบน สามารถขึ้นรถได้ที่นี้เลยนะครับ จะเป็นรถกระบะ Jeep ค่าโดยสาร 2,000 รูปี นั่งได้ 6 คนรวมคนขับ ถือว่าอึดอัดมากครับสำหรับ 6 คน ก่อนที่เราจะเดินทางต่อ อย่าลืมไปเช็คพ้อยท์ด้วยนะครับที่ตรงท่ารถนี้จะมีจุดเช็คพ้อยท์อยู่ เช็คพ้อยท์เสร็จก็เดินทางกันต่อเลยครับ ใช้เวลาในการเดินทาง 6-7 ชั่วโมง กับระยะทาง 65 กิโลเมตร ถึงว่านานเอามากๆ ระหว่าทางจะจุดเช็คพ้อยท์เป็นระยะนะครับ ทุกครั้งที่เราถึงจุดเช็คพ้อยท์ เราต้องเอา Permit ไปให้ทางเจ้าหน้าทีตรวจดู แล้วเขาจะถามว่าเราจะเดินทางไปยังจุดไหนต่อ เผื่อเราหลงทางเขาจะได้ตามหาได้ถูกครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ถนนขึ้นมาจะเป็นทางออฟโรดนะครับ มีเลนเดียว เวลามีรถสวนลงมาต้องจอดให้อีกคันไปก่อน พอเริ่มขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ภูเขาจะดูใหญ่และอลังการมากๆ เหมือนเอาภูเขาบ้านเรา มาวางช้อนกัน 3-4 ชั้น ใหญ่และสูงมากๆ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

19.30 น. เราขึ้นมาถึงยังหมู่บ้าน Chame ที่ความสูง 2,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล พี่คนขับรถพาผมมาส่งที่โรงแรม four season guest house คืนละ 300 รูปี มี wifi ด้วยแต่เล่นไม่ได้ครับ มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย แต่น้ำไม่ไหล เอาเป็นว่าไม่อาบน้ำละกันวันนี้เพราะอากาศหนาวมากๆ – 8 องศา

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

รู้สึกเหนื่อยเอามากๆวันนี้ นั่งรถทั้งวัน น้ำก็ไม่ได้อาบ ห้องพักจะเป็น 2 เตียงแบบนี้นะครับมีผ้าห่มให้ แต่ถ้าไปช่วงหน้าหนาวเหมือนผม เอาไม่อยู่ครับ คืนนี้ถือว่าเป็นคืนที่ทรมานมากๆครับ เกิดมาไม่เคยเจออากาศแบบนี้มาก่อน ทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน ฮีตเตอร์ก็ไม่มี  หนาวมากๆครับ ขนาดใส่เสื้อ 4 ตัว กางเกง 3 ตัว ถุงนอน -10 องศาที่ผมชื้อจากทราเมล ก็เอาไม่อยู่ หลับๆตื่นๆทั้งคืนครับ

 

วันที่ 4 : Chame (2,720 m.) > Upper pisang (3,310 m.)

ระยะทาง 16.17 Km. ใช้เวลาในการเดิน 8 ชั่วโมง วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่ม Trekking นะครับวันแรกก็สายชะแล้ว กว่าจะเก็บของอะไรเสร็จ ก็ปาไป 08.30 น.แล้ว แดดเริ่มส่องแสง อากาศเริ่มอุ่นขึ้นค่อยๆเดินไปอย่างไงก็ถึง

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เดินตามถนนไปเลยนะครับ ช่วงนี้เดินง่ายมีเส้นทางชัดเจน เดินตามถนนขึ้นเขาไปเรื่อยๆ วิวเริ่มสวยขึ้นเรื่อยๆ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

11 โมงกว่าๆเราก็มาถึงหมู่บ้าน Bhratang  ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะพักทานอะไรกันตรงนี้ แล้วค่อยเดินทางต่อ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เดินตามถนนขึ้นมาเรื่อยๆจนเจอสะพาน จะเจอทางแยกออกเป็น 2 ทางนะครับ ทางแรกเดินตามถนนไปเรื่อยๆแต่จะอ้อมหน่อย ทางที่สอง เป็นทางที่เดินเข้าในป่ามืดๆ และชันเอามากๆแต่ระยะทางจะสั้นกว่า

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

บ่าย 3.30 แล้วดวงอาทิตย์เริ่มลับภูขา นรกกำลังมาเยือน มือเริ่มเย็น น้ำมูกเริ่มไหล กระเป๋าเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เริ่มเดินช้าลง อาการต่างๆเริ่มมา มองไปข้างหน้า ข้างหลัง รู้สึกโดดเดี่ยวมาก ไม่มีใครสักคน ก้มหน้าเดินต่อไปจนมาเจอทางแยก ไป Lower pisang  กับ  upper pisang

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

กัดฟันเดินไป มองไปทางไหนก็รู้สึกหว้าเหว่ ไม่มีใครเลยสักคน เดินข้ามสะพานมาวิวสวยมาก แต่ต้องรีบเดินกลัวจะมืดชะก่อน

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

สุดท้ายก็ทำสำเร็จ เดินขึ้นมาถึงหมู่บ้าน upper pisang ข้างบนวิวสวยมาก

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

คืนนี้ผมพักโรงแรมชื่อ Alobar hotel  ราคา 400 รูปี ขี้เกียดเดินไปหาที่อื่นแล้วครับเหนื่อยมากวันนี้ วันแรกก็เกือบจะไม่รอด  มี Wifi ให้เล่นด้วยนะครับ แรงมากๆ เพราะทั้ง โรงแรมมีผมอยู่คนเดียว ตอนเดินมาถามตอนแรกบอกว่ามีน้ำอุ่นให้อาบนะครับ แต่พอจะไปอาบน้ำไม่ไหลอีกแล้ว ทางเจ้าของโรงแรมบอกว่าน้ำในท่อกลายเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว มีเครื่องทำน้ำอุ่นแต่ไม่มีน้ำไม่อาบน้ำอีกตามเคย 2 วันแล้วนะ 555 ใช้ทิชชู่เปียกเช็ดตัวไปก่อนนะครับ แต่ให้อภัยได้ เพราะห้องพักวิวสวยมากๆ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
คืนนี้อากาศหนาวกว่าเมื่อวานอีก อยู่บนห้องไม่ได้ ต้องลงมานั่งผิงไฟกับทางเจ้าของ โรงแรมในห้องอาหาร เย็นนี้สั่ง Dal Bhat มากิน อร่อยดีนะครับแต่ไม่มีเนื้อเลยมีแต่ผัก ความรู้สึกในวันแรกของการ Trekking คนเดียวสำหรับมือใหม่อย่างผม รู้สึกถึงความเหนื่อยเอามากๆ กระเป๋า 17 kg. พอตกช่วงบ่ายๆมามันเป็นอุปสรรคมาก ดูเกะกะไปหมด สภาพอากาศพอดวงอาทิตย์ลับภูเขา นรกชัดๆเลย หายใจเข้าเย็นไปถึงสมองเลย บ่าย 3 โมงกว่าๆภูเขาก็บังดวงอาทิตย์แล้วครับ วันนี้ผมใช้เวลาในการถ่ายรูปเยอะหน่อย เลยใช้เวลาในการเดินค่อนข้างนาน สำหรับใครที่จะมาในช่วงหน้าหนาวแบบนี้เตรียมเสื้อหนาๆมานะครับ สภาพอากาศโหดร้ายมากๆ

วันที่ 5  : Upper pisang (3,310 m.)  >  Ghyaru (3,670 m.) > Munchi (3,467 m.)

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ระยะทาง 19.07 Km.ใช้เวลาในการเดิน 9 ชั่วโมง วันนี้ผมแพลนเอาไว้ว่าจะเดินไปยังหมู่บ้าน Bhraka  ซึ่งหมู่บ้านBhraka สามารถไปได้สองทางนะครับ เส้นทางแรก เดินไปตามเส้นทางสีแดง ผ่านหมู่บ้าน Ghyaru หมู่บ้าน Ngawal เส้นทางที่สอง เดินตามถนนไป ผ่านหมู่บ้าน Humde คนส่วนใหญ่จะเดินเส้นทางสีแดงกัน เพราะวิวข้างบนจะสวยมาก แต่ต้องเดิน ขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้น นะครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

วันนี้ตื่นตี 5 เช้าหน่อยนะครับเพราะต้องเดินไกลกลัวจะไปไม่ถึง ตื่นเช้ามา เทน้ำไว้ เพื่อที่จะล้างหน้า ผ่านไปประมาณชั่วโมงเดียวนำกลายเป็นน้ำแข็งไปชะแล้ว หนาวแค่ไหน ถึงจะแข็งได้เร็วขนาดนี้

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ก่อนที่จะออกจะหมู่บ้าน Upper pisang มีระฆังมนต์อยู่นะครับ ใช้มือขวาหมุนๆระฆังก่อนออกจากหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านแถวนี้ เชื่อว่าในตัวของระฆังจะมีบทสวดมนต์อยู่ ถ้าเราหมุนระฆัง1รอบเท่ากับเราได้สวดมนต์ไป 1 บทสวดหมุนๆ ขอพรแล้วก็ไปกันต่อ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เดี๋ยวเราจะต้องเดินขึ้นไปหมู่บ้าน Ghyaru ข้านบนนั้นนะครับ ความสูงอยู่ที่ 3,670 เมตรความสูงระดับนี้ อาจจะทำให้เราเกิดโรคแพ้ความสูงได้นะครับ เมื่อวานผมคล้ายๆเหมือนกับจะเป็นเจ้าโรคนี้ วันนี้ผมเลยกินยาที่เตรียมมาไว้ก่อนเลย ถ้าเป็นขึ้นมาต้องเดินย้อนกลับลงมาทำให้เสียเวลาไปอีก โรคแพ้ความสูงหรือ Altitude Sickness อันตรายนะครับ อาจทำให้ถึงตายได้เลย สำหรับใครที่จะมา ควรศึกษาโรคนี้ไว้ด้วยนะครับ เดียวผมแปะลิงค์ไว้ให้นะครับลองศึกษาดู คลิก

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เดินตามทางมาเรื่อยๆจะเจอสะพาน ข้ามสะพานมาเลยครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

คนที่เดินตามหลังผมมา เริ่มแซงไปที่ละกลุ่ม สองกลุ่ม เพราะผมเดินได้ช้ามากๆ เดินๆหยุดๆ หายใจไม่ทัน น้ำมูกไหลเป็นทางเลยครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

เดินขึ้นมาอีก 20 กว่านาทีเราก็ถือหมู่บ้าน Ghyaru กันแล้วนะครับ แต่ทำเวลาได้ไม่ดีเลย แพลนไว้ว่าจะถึงไม่เกินเที่ยง แต่ตอนนี้ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าแล้ว

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ข้างบนนี้มีอาหารขายนะครับ ผมสั่งซุปกระเทียมไป ช้ามากๆ  แต่ข้างบนนี้วิวสวยจริงๆ

บ่ายสามครึ่งพึ่งถึง หมู่บ้าน Ngawal ลังเลอยู่นานว่าจะเปลี่ยนแผนพักที่หมู่บ้านนี้ หรือจะไป  Bhraka ต่อดี ถามชาวบ้านแถวนั้นดู บอกว่าจากหมู่บ้าน Ngawal ไป Bhraka 2 ชั่วโมงเอง ผมเลยตัดสินใจที่จะเดินไปต่อ แต่ผมคิดผิดมหันต์ ทางเดินลงจาก Ngawal ไป Bhraka จะเป็นเส้นทางเดินลงแบบยาวๆชันๆ เดินไม่ง่ายเลย ลื่นหิมะไป 2 รอบ ทำให้ปวดเข่ามาก ยิ่งเดินช้าไปอีก เจ็บนิ้วโป้งไปหมดทำให้ไม่มีกระจิตกระใจถ่ายรูปใดๆทั้งสิ้น เก็บมือถือลงกระเป๋า เดินเข้าป่าสนไปอีกเป็นชั่วโมง ก้าวแรกที่เดินเข้าป่าสน นรกมาเยือนอีกแล้ว อากาศเย็นมากๆ ผมเดินอยู่ในป่าสนคนเดียววังเวงมาก กัดฟันก้มหน้าก้มตาเดินต่อไปเรื่อยๆ

จนเดินมาเจอหมู่บ้านหนึ่ง คิดว่าเป็นหมู่บ้าน Bhraka แต่สรุปคือไม่ใช่ จะให้ผม เดินไปต่อคงจะไม่ไหวแล้ว เพราะว่ามันมืดมากเลยตัดสินใจนอนที่หมู่บ้านนี้เลย ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมู่บ้านนี้ชื่ออะไรตกลงราคากันเสร็จผมเดินเข้าห้อง กินยาแก้หวัด ยาพารา ยาคลายเส้น แล้วก็หลับยาวๆไปเลยไม่ได้อาบน้ำอีกเหมือนเคย 3 วันแล้วนะ 5555 ซกมกเอามาก

วันที่ 6: Munchi (3,467 m.)  > Manang (3,540 m.)

ระยะทาง 3.6 Km. ใช้เวลาในการเดิน 2 ชั่วโมง หลังจากที่เมื่อวานเจอศึกหนักมา ตอนมาถึงโรงแรมอัดยาเข้าไปหลายเม็ด วันนี้เลยตื่นขึ้นมาเกือบๆ 9 โมงตื่นสายหน่อย เพระผมมีเวลาเหลือ 1 วัน เลยแพลนไว้ว่าจะค้างที่หมู่บ้าน  Manang เพื่อปรับสภาพร่างกาย แล้วค่อยไปต่อ ระยะทางเดินไม่ไกลมาก ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว เมื่อดูจากแผนที่ แต่แผนเดิมคือวันนี้ ผมจะต้องไปที่หมู่บ้าน Shri Kharka เพื่อจะต่อไปยัง Tilicho lake ในวันถัดไป

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

จากโรงแรมเดินต่อมาอีกประมาณ 10 นาทีก็จะเจอหมู่บ้าน Bhraka แล้วครับ หมู่บ้านที่แพลนไว้ว่าจะมาพักตอนแรก แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เจ็บใจ 555 เดินผ่านหมู่บ้านBhraka  มา 10 กว่านาที ก็จะมาเจอวิวตรงนี้สวยมากๆ จากตรงนี้เราจะมองเห็นหมู่บ้าน Manang อยู่ไม่ไกลแล้วนะครับ เดินตามถนนไปเรื่อยๆ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

Manang ถือว่าเป็นหมู่บ้านใหญ่เลยนะครับ มีโรงแรมให้เลือกเยอะแยะไปหมด เดินหาอยู่พักหนึ่งจนมาเจอโรงแรมนี้ วิวข้างหลังสวยมาก และดูมีสีสันดี มีกาแฟเบเกอรี่ ขายด้วยนะครับ ชื่อโรงแรม Alpine Home สอบถามราคา คืนละ 300 รูปี มี Wifi มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย ดีใจจังวันนี้จะได้อาบน้ำแล้ว ผมไม่ได้อาบน้ำมา 3 วันแล้ว 555

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

4 โมงครึ่งจะไปอาบน้ำ แต่น้ำดันไม่ไหลอีกแล้ว แจ้งทางโรงแรมไปเขามาทำให้ แต่ก็ยังไม่ได้อีก สุดท้ายเขาต้องไปต้มน้ำมาให้อาบ 1 ถัง พึ่งมารู้ตอนหลัง ก่อนออกจากโรงแรม ว่าเขาคิดเงินเพิ่ม 300 รูปี รู้อย่างงี้ไม่อาบดีกว่า 555 อาบน้ำเสร็จมานั่งเล่น Wifi ผิงไฟ อยู่ในห้องอาหาร อุ่นมากครับ 

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย

ตอนนั่งพิงไฟผมได้สอบถามไกด์ของนักท่องเที่ยวคนอื่น 2-3 คน ว่าพรุ่งนี้จะเดินไปที่หมู่บ้าน ไหนกันต่อ ทุกคนตอบตรงกันว่าจะเดินขึ้นไปยังหมู่บ้าน Ledar ไม่มีใครไป Tilicho lake เลยพอคุยกันไปคุยกันมาก็ได้คำตอบว่า รร.ที่ Tilicho ไม่น่าจะเปิด เพราะก่อนหน้านี้ประมาณ 1 อาทิตย์มีหิมะตกหนัก คงจะเดินข้าม Land slide ไปไม่ได้ เพราะจะอันตรายมาก ถ้าลื่นคงได้ไปอยู่ในก้นเหวแน่นอน ทางไกด์ไม่แนะนำให้ไป ส่วน Land slide ที่ว่านี้จะอยู่ระหว่างหมู่บ้าน Shree kharka และ  Tilicho Base camp นะครับ

trekking เนปาล, เที่ยวหิมาลัย
เมื่อดูในแผนที่จาก Manang  Tilicho lake จะต้องแยกออกไปอีกทาง แยกออกจากเส้นทางหลักซึ่งตอนมาผมแพลนจะไปที่ Tilicho lake ด้วย เพราะ Tilicho lake ถือว่าเป็นทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลกเลยและสวยงามมากๆ มาทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม หลังจากที่คุยกับไกด์ ทำให้ผมคิดหนักเลยเพราะถ้าผมไม่ไป Tilicho lake ผมจะมีเวลาเหลืออีกตั้ง 2 วันเลยวันต้องวางแผนกันใหม่

จบไปแล้วสำหรับการพา trekking เนปาลในช่วงครึ่งแรก ทั้งการเตรียมตัวก่อนอออกเดินทาง การทำใบอนุญาตการเดินเขา อุปสรรคและข้อควรรู้ต่างๆตลอดระยะเวลาในการเดินเขา ในครั้งต่อไป ShopBack Blog จะพาเที่ยวหิมาลัยในช่วงครึ่งหลัง จะมีอะไรน่าสนใจและตื่นเต้นแค่ไหน ตามอ่านได้ในบทความ เดินคนเดียวมันเหงา ไปหิมาลัย เนปาล เส้นทาง Annapurna กับเราไหม ตอนที่ 2 เลย

เที่ยวต่างประเทศฟินๆ อ่านบทความก่อนไปที่ ShopBack Blog สิ!

Facebook Comments