ไปม่วนซื่นกับสถานที่ท่องเที่ยวยโสธร จังหวัดเล็กๆ ในภาคอีสานที่มีดีไม่แพ้ที่เที่ยวอีสานที่อื่นๆที่เราเคยแนะนำค่ะ ใครจะไปนึกว่าการไปเที่ยวยโสธรเมืองบั้งไฟแห่งนี้ จะแสนเก๋ ชิคคูล และสุดจะชิล เหมาะกับทุกเพศทุกวัยได้ขนาดนี้ ซึ่งช่วงนี้ ShopBack เอาใจสายเที่ยว ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแคมเปญ “พาวัยเก๋า เที่ยวอีสานเท่” เช็คอินกินเที่ยวอีสานเท่ จากแนวคิด อะเมซซิ่ง ไทยเท่ เที่ยวเมืองไทย เที่ยวได้ทุกภาคทุกเวลา ซึ่งตอนนี้ถ้าจองที่พัก เที่ยวบิน หรือตั๋วรถเดินทาง ผ่าน ShopBack มีเงินคืนสูงสุดถึง 25% เลยนะคะ รู้อย่างนี้แล้วต้องอย่าพลาดโปรโมชั่นพิเศษ เที่ยวคุ้มๆ ผ่าน ShopBack แบบนี้นะคะ

ในอดีตพื้นที่ในเขตจังหวัดยโสธรมีความเป็นมาตั้งแต่ยุคทวารวดีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  ถูกยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 71 ของประเทศไทย(โดยแยกมาจากจังหวัดอุบลราชธานี) ในปีพ.ศ. 2515  มีแม่น้ำชีเป็นสายน้ำหลักของจังหวัด มีประเพณี ความเชื่อ และวัฒนธรรมท้องถิ่นตามแบบอีสาน(ไทย-ลาว) ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม มีเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่อลังการระดับประเทศ คือ งานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมทุกปี

ShopBack Tips : เที่ยวยโสธรรอบนี้ ShopBack มีแคมเปญพิเศษโพสต์ภาพติดแฮชแท็ก “#ถิ่นเฮา vs. #คนข้ามถิ่น” ร่วมแชร์ภาพ ประสบการณ์ท่องเที่ยวอีสานกับครอบครัว บอกต่อสถานที่ห้ามพลาด กติกาง่ายๆ คือ แชร์ภาพเที่ยวอีสานเท่กับครอบครัว Check-in สถานที่เพื่อบอกต่อ และแท็ก ShopBack ติด hashtag #ถิ่นเฮา หากเที่ยวในจังหวัดของคุณเอง หรือ #คนข้ามถิ่น หากไปเที่ยวต่างจังหวัด ผ่าน Instagram / Facebook แล้วเปิดเป็นสาธารณะ ส่วนของรางวัลจะเป็นอะไรนั้น ติดตามได้ใน https://www.shopback.co.th เร็วๆ นี้
  • การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยโสธร และภายในจังหวัด

ยโสธรอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 552 กิโลเมตร เราสามารถเดินทางสู่จังหวัดยโสธรทางตรงและทางอ้อม

  1. รถยนต์ส่วนตัว

มีเส้นทางปกติ 2 เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ผ่านสระบุรี, นครราชสีมา, มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เข้าสู่ยโสธร เช็คกูเกิ้ลแมปก่อนขับเพื่อความมั่นใจได้เลย

2. รถโดยสารประจำทาง

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ยโสธร ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 8 ชั่วโมง ตอนนี้ ยิ่งสะดวกมากขึ้น เพราะมีเว็บไซต์จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์อย่าง Bus Ticket Online เว็บจองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ ที่รองรับลูกค้าชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษและจีนด้วย เข้าผ่าน ShopBack ได้ด้วย

  1. รถไฟและเครื่องบิน

แม้ว่าที่ยโสธรจะไม่มีสถานีรถไฟและสนามบินของตัวเอง แต่ว่าการนั่งไปลงจังหวัดใกล้เคียงแล้วต่อรถมาเที่ยวยโสธรก็ทำได้ไม่ยากนัก เช่น โดยสารรถไฟไปลงสถานีอุบลราชธานี หรือนั่งเครื่องบินไปลงร้อยเอ็ดหรืออุบลราชธานี แล้วต่อรถสาธารณะกลับเข้ามายังยโสธร ก็ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงโดยประมาณ (แล้วแต่เส้นทาง)

ส่วนการเดินทางภายในจังหวัดเองก็สะดวกและมีพาหนะให้เลือกหลากหลายทั้งรถสองแถว รถสามล้อเครื่อง หรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่า รถสกายแลป มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถรางนำเที่ยว ก็มีให้เลือกเช่นกันค่ะ

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

Image Credit : pasusat.com

  • เมนูห้ามพลาดเมื่อมา..ยโสธร

นอกจากห้ามพลาดการลิ้มลองอาหารอีสานสูตรยโสธรแล้ว ปลาส้มยโสธร คืออาหารขึ้นชื่อพิเศษที่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ ปลาส้มที่นี่ชาวบ้าน นำปลาที่ตกได้จากลำน้ำชีมาแปรรูปถนอมอาหารเป็นปลาส้มแสนอร่อย ไปถึงถิ่นแล้วต้องลองชิมและอย่าลืมซื้อเป็นของฝากนะคะนอกจากนี้ก็มี ลอดช่องยโสธร ที่ต้องลอง สูตรยโสธรแป้งลอดช่องนุ่มหนึบ หอมใบเตยและหวานกำลังดี ตบท้ายเป็นของหวานล้างปากทุกมื้อจะฟินมาก

ShopBack Tips : จะเดินทางไปยโสธรด้วยเครื่องบิน แนะนำจองตั๋วเครื่องบินผ่าน Expedia เพราะมีตัวเลือกเยอะ และยังช่วยแนะนำให้ได้ด้วยว่าจะจองที่พักที่ไหน หรือมีแพ็คเกจที่พักให้ด้วย อย่าลืม ! จองผ่าน ShopBack ได้เงินคืนด้วยนะ

5 ที่สุด สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร ของดีเมืองบั้งไฟไปเมื่อไหร่ก็ฟิน 2019

  1. วัดมหาธาตุ

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

Image Credit : visityasothon.com

ถือคติว่า ไปที่ไหนก็ต้องเคารพที่นั่น สถานที่ท่องเที่ยวยโสธรที่แรก เราจึงขอพาท่านเข้าวัดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันก่อนเริ่มต้นทริปเที่ยวยโสธรกันที่วัดมหาธาตุ วัดนี้มีความสำคัญมากถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธร ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น พระธาตุยโสธร หรือพระธาตุอานนท์ พระธาตุรุ่นเก่าที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน เจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยมส่วนยอดคล้ายพระธาตุพนม (พุทธศิลปะอิทธิพลลาว)

นักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในพระธาตุบรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์ ซึ่งทางวัดจะจัดให้มีงานสมโภชพระธาตุพระอานนท์ขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนมีนาคม และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตน์ (พระแก้วหยดน้ำค้าง) พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน เป็นพระคู่เมืองของชาวยโสธรมายาวนาน

นอกจากนี้ยังมี หอไตรกลางสระน้ำ ลักษณะแบบหอไตรอีสานทั่วไป ซุ้มประตูและบานประตูไม้สลักลวดลายเครือเถา ลงรักปิดทองอย่างสวยงาม มีลวดลายการตกแต่งฝาผนังซึ่งลักษณะผสมแบบภาคกลาง(สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ 4-5) ภายในเก็บรักษาตู้พระธรรม หีบพระธรรม เสลี่ยง และชั้นวางคัมภีร์

แผนที่ :  

 

  1. เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

ไปใกล้ชิดเมืองบั้งไฟกันต่อที่เขต “เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า” เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวยโสธรก็คงไม่มีใครจะคิดว่า จะมีสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสให้ชมกับเขาด้วย เพราะส่วนมากหากพูดถึงบ้านเรือนรูปแบบศิลปกรรมแบบจีนผสมยุโรปนี้ เราก็ต้องนึกถึงไปถึงเมืองเก่าภูเก็ต ที่ยโสธรมีสถาปัตยกรรมแนวนี้ ก็เพราะว่าในอดีตที่นี่เคยได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส ผ่านการนำเข้าช่างฝีมือจากเวียดนามจำนวนมากเข้ามาสร้างบ้านเรือนในแถบชุมชนบ้านสิงห์ท่านี้นี่เอง

บ้านสิงห์ท่านี้เป็นชุมชนที่สืบอดีตย้อนไปได้ถึง 200 กว่าปี นับง่าย ๆ ก็คือย้อนไปถึงยุคต้นรัตนโกสินทร์ ในอดีตนั้นเป็นศูนย์กลางการค้าขายในพื้นที่ สามารถเดินทางเข้ามาทั้งทางบกและเรือเนื่องจากอยู่ติดกับแม่น้ำชี  

ย่านนี้จึงมีตึกแถวสองชั้นกึ่งไม้กึ่งปูนและห้องแถวไม้ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งค้าขายและที่อยู่อาศัยของพ่อค้าคนจีนแต้จิ๋วที่มาทำการค้าขายระหว่างเมืองอุบลราชธานี ยโสธร และร้อยเอ็ด จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมีศาลเจ้าอยู่ด้วย ลักษณะพื้นที่แบบซอกซอยเล็ก ๆ ตัดไปมาอย่างนี้ ช่างเหมาะแก่การเดินเล่นถ่ายรูปยิ่งนัก เป็น A Must ของสถานที่ท่องเที่ยวยโสธรเลย

แผนที่ :

 

3วิมานพญาแถน หรือ พิพิธภัณฑ์พญาคันคากและพิพิธภัณฑ์พญานาค

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

ตำนาน “พญาแถน” หรือเทวดาท้องถิ่น และเป็นความเชื่อที่ชาวอีสานเชื่อและศรัทธากันอย่างจริงจังมาก ที่ยโสธรจึงมีการสร้าง “วิมานพญาแถน” ขึ้น ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งภายในวิมานพญาแถนนั้นประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สะท้อนถึงตำนานบุญบั้งไฟของยโสธร มีความเชื่อว่าโลกนั้นประกอบด้วย 3 โลก คือ โลกมนุษย์ โลกเทวดา และโลกบาดาล โดยโลกมนุษย์อยู่ภายใต้อิทธิพลของโลกเทวดาซึ่งขาวอีสานเรียกเทวดาว่า “พญาแถน”

ซึ่งพญาแถนมีอิทธิพลต่อ ฝน ฟ้า ลม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการเกษตร หากมนุษย์ทำให้พญาแถนพอใจ ก็จะบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จึงเกิดพิธีการบูชาพญาแถนโดยการใช้บั้งไฟ เพื่อแสดงการเคารพและเป็นการขอฝนจากพญาแถน อันเป็นที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธรอันโด่งดัง

ไฮไลท์สุดๆ ต้องยกให้อาคารพญาคันคาก อาคารที่สร้างขึ้นเป็นรูปร่างพญาคันคาก หรือคางคก สูง 19 เมตร ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของเมืองยโสธร มีพื้นที่จัดนิทรรศการจำนวน 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 แสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองยโสธร ชั้นที่ 2 มีเรื่องตำนานพญาแถนและพญาคันคาก ชั้นที่ 3 เป็นเรื่องตำนานและเรื่องราวของบั้งไฟ และ ชั้นที่ 4 นำเสนออัตลักษณ์เมืองยโสธร ค่ะ

ส่วนอีกด้านของอ่างเก็บน้ำเป็นพิพิธภัณฑ์พญานาคขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 90 เมตร สูงประมาณ 27 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และบริเวณโดยรอบยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์สวยงาม ไว้เดินเที่ยวเล่นได้ด้วย

เวลาเปิดปิด : เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันจันทร์ (ปิดวันอังคาร ยกเว้นตรงกับวันหยุดราชการ) วันธรรมดา ช่วงเช้า เวลา 09.00 -12.00 น. ช่วงบ่าย เวลา 15.00 – 18.00 น ส่วน วันหยุดราชการ ช่วงเช้า เวลา 09.00 -12.00 น. ช่วงบ่าย เวลา 13.00 – 19.00 น.

แผนที่ :

 
 

4. วัดอัครเทวดามิคาแอล หรือ โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

Image Credit : tourismthailand.org

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยโสธรที่น่าสนใจ คือ “โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้” เพราะเป็นโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แม้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองไปไกลถึง 50 กิโลเมตร เราก็ต้องไป ไกลแค่ไหนต้องไปดูให้เห็นกับตาและก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ เป็นโบสถ์คริสต์ในนิกายโรมันคาทอลิค แรกสร้างนั้นเป็นเพียงกระต๊อบไม้เล็กๆ เท่านั้น ต่อมาได้มีการปรับปรุงพัฒนาเรื่อยมาเนื่องจากข้อจำกัดของอายุการใช้งานของวัสดุไม้

โบสถ์ไม้หลังปัจจุบัน เป็นโบสถ์หลังที่ 4 ที่เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2490 ตัวโบสถ์รูปทรงที่สร้างขึ้นมีลักษณะแบบศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร ใช้เสาทั้งเล็กและใหญ่จำนวนประมาณ 227 ต้น สร้างด้วยไม้หมดทั้งหลัง รวมทั้งหลังคาก็เป็นไม้ มุงหลังคาด้วยแผ่นไม้จำนวนกว่า 80,000 แผ่นทีเดียว เมื่อเข้าไปภายในจะยิ่งรู้สึกทึ่งแบบว่าอะเมซซิ่งมากๆ

พิกัด : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร

เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 8.30 – 16.30 น.

แผนที่ : 

 

ShopBack Tips : เที่ยวต่างจังหวัดแบบนี้ ขาดอินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย ถ้ากลัวสัญญาณเน็ตหมดกลางทาง เตรียมอินเตอร์เน็ตดีๆ ไว้ล่วงหน้าเลยผ่าน AIS Online Store ซื้อผ่าน ShopBack ก็ประหยัดเงินไปได้อีกด้วยเด้อค่า

5. ทุ่งบัวแดงบ้านสำโรง ยโสธร

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

ดอกบัวแดง เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดยโสธร ถ้ามาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวยโสธรทั้งทีก็ไม่อยากให้พลาดไปชื่นชมกันก่อน จุดชมบัวแดงที่สวยมากๆ อยู่ที่กลางทุ่งนาตอนปลายของทุ่งกุลาร้องไห้ ณ หนองเลิง บ้านสำโรง ต.คูเมือง อ.มหาชนะชัย ห่างจากตัวเมือง 55 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที มาถึงจะเห็นทุ่งดอกบัวแดงขนาดใหญ่กว่า 90 ไร่ เลย

โดยทุ่งแห่งนี้เป็นหนองน้ำธรรมชาติที่มีสัตว์ปีกและสัตว์น้ำอาศัยอยู่มาก รวมทั้งมีดอกบัวแดงจำนวนมาก ทางชาวบ้านในพื้นที่และทางจังหวัดจึงร่วมใจพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น  

ช่วงที่เหมาะแก่การมาเยือนคือเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์  ในเวลาระหว่างตี 5 ถึง 11 โมงเช้าจะเป็นช่วงที่บัวกำลังบานสวยงามก่อนจะเริ่มหุบ อดดู ต้องมาใหม่นะจ๊ะ

แต่ถ้าตัดสินใจมาแล้ว ก็มีรถซาเล้งของชาวบ้านคอยบริการรับส่งจากจุดจอดรถยนต์ไปที่ทุ่งบัวแดง (ค่ารถเข้าชม 20 บาท) มีจักรยานให้เช่า มีของทานเล่น เช่น ข้าวจี่ ข้าวเหนียวปิ้ง หรือข้าวโพดต้มขาย รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น ผ้าไหมพื้นเมือง และของท้องถิ่นจากชาวบ้านมาให้เลือกซื้อเลือกชมด้วย

แผนที่ :

 

ที่เที่ยวยโสธร เที่ยวอีสาน ที่เที่ยวอีสาน สถานที่ท่องเที่ยวยโสธร

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวยโสธรครบเครื่องขนาดนี้ ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าวันหยุดหน้าร้อนนี้จะลองไปตะลุยที่เที่ยวยโสธร ก็ขอแนะนำให้ไปรีบจองที่พักกับ Booking.com  พร้อมกับรับเงินคืนถ้าจองผ่าน ShopBack นะจ้ะ รับรองว่าทริปบุกอีสานคราวนี้ จะยิ่งทำให้คุณจะรักเมืองไทยมากขึ้น

สำหรับท่านที่กำลังมองหาที่เที่ยวคลายร้อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวอีสานดูนะคะ ที่ยโสธรคุณจะได้สัมผัสกับบ้านเมืองที่อาจจะแปลกตา พบกับภาษาที่แปลกหู ของกินอร่อยและผู้คนน่ารัก ที่สำคัญคือ ไปง่าย เดินทางสะดวก จะไปคนเดียว ไปกับเพื่อน หรือพาครอบครัวไปก็ไปได้ทุกซีซั่นด้วย

เท่าที่ได้ไปทัวร์ทั้งสุรินทร์ เลย อุดรธานี หนองคาย ศรีสะเกษ หรือ บุรีรัมย์ ShopBack การันตีได้เลยว่าสีสันของการเที่ยวอีสานนั้นมันช่างสดใสและมีชีวิตชีวา เป็นประสบการณ์ที่ทำให้การเที่ยวเมืองไทย สนุกไม่แพ้เที่ยวที่ไหนในโลกเลย

ช้อปกินเที่ยวแบบชาญฉลาด รีบคลิกลงทะเบียนฟรีที่ ShopBack เพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่คลิก ShopBack ก่อนช้อปปิ้งออนไลน์ ก็เท่ากับสะสมเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองแบบง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ๊ะ

Facebook Comments