ชี้เป้า Wifi ญี่ปุ่น ฟรี มีให้ใช้ที่ไหน แบบไหนบ้าง มาดูกัน!

พอเข้าช่วงปลายปี ก็ถือว่าเป็นช่วงฮิตของการท่องเที่ยวตาม Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram หลายๆคนก็พากันอัพรูปและเช็คอินกันให้พรึ่บ และสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งของคนไทยที่ยังฮอตฮิตไม่เสื่อมคลาย คือ ประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งแต่ยกเลิกวีซ่าก็ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวไทยอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง อาจจะเริ่มจากการเที่ยวโตเกียวคนเดียวเองก่อน หรือไปเที่ยวตามเมืองใหญ่ เช่น ที่เที่ยวโอซาก้า ที่ ShopBack อัพเดตไว้แล้วก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่นอกจากแผนเที่ยว สิ่งที่สำคัญมากสำหรับการท่องเที่ยวในยุคนี้ คือ อินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเพื่อใช้ค้นหาร้านอร่อย แหล่งช้อปปิ้ง แผนที่นำทาง หรือเพื่อใช้ Social Media ต่าง ๆ วันนี้ ShopBack เลยจะมาแนะนำฟรี wifi ญี่ปุ่น 7 แบบ ที่ให้บริการแบบฟรี กันค่ะ

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

  1. Japan Connected-free Wi-Fi

    wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

Japan Connected-free Wi-Fi เป็นแอพพลิเคชั่น wifi ญี่ปุ่นที่รองรับทั้งระบบ Android และ ios สามารถเชื่อมต่อ wifi ฟรีได้ในหลายพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นด้วยการลงทะเบียนเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น สามารถใช้งานได้นานถึง 14 วัน รวมรวบสปอต wifi ญี่ปุ่นไว้มากกว่า 170,000 จุด และยังสามารถรองรับถึง 16 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย! ถือเป็นแอพยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และยังเป็นแอพที่เป็นพันธมิตรกับ Wifi Spot Provider เกือบจะครอบคลุมทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว

พื้นที่ให้บริการ : สามารถใช้บริการได้ภายในเมือง มีจุดให้เชื่อมต่อครอบคลุมหลายพื้นที่ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ ย่านร้านค้า และร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ

วิธีการลงทะเบียน : ลงทะเบียนการใช้งานด้วยอีเมลแอดเดรส ชื่อ เพศ และอายุ หรือลงทะเบียนด้วยบัญชี Social Network

Social Network ที่รองรับการลงทะเบียน : Facebook, Line, Twitter, Google+, Weibo, Docomo

ขั้นตอนการใช้งาน :

  1. เปิด Social Network เพื่อลงทะเบียนใช้งาน
  2. เข้าแอพพลิเคชั่นและกดปุ่ม “Wi-Fi Spot”
  3. แอพพลิเคชั่นจะโชว์ว่ามี Wifi Spot ไหนบ้างที่อยู่ใกล้เรา
  4. เดินไปยังจุดที่มีฟรี Wifi
  5. กด “Connect” เพื่อเชื่อมต่อ ก็ใช้ได้เลย
ShopBack Tips : แอพพลิเคชั่นนี้รวบรวมสปอต wifi ญี่ปุ่นเอาไว้มากมายเอาไว้ภายในที่เดียว ทั้ง wifi ที่สนามบิน, wifi ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และ LAWSON, wifi ของรถไฟและรถบัสของสาย TOEI รวมไปถึงสปอต wifi ญี่ปุ่นตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างชินจูกุ ชิบุยะ รวมไปถึงย่านนิฮงบาชิในโอซาก้าอีกด้วยจ้า

2. TRAVEL JAPAN Wi-Fi

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

แอพพลิเคชั่น Travel Japan Wi-Fi รองรับทั้งระบบ Android และ ios ให้บริการฟรี wifi ทั่วญี่ปุ่นกว่า 200,000 จุด รองรับ 5 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย นอกจากจะให้บริการ wifi ฟรีแล้ว แอพนี้ยังมีไกด์ทัวร์ แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และคูปองส่วนลดต่าง ๆ ไว้ให้บริการอีกด้วย

พื้นที่ให้บริการ : สามารถใช้บริการได้ภายในเมือง มีจุดให้เชื่อมต่อครอบคลุมหลายพื้นที่ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ ย่านร้านค้า และร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ

SSID : Wi2, Wi2_club, Wi2premium, Wi2premium_club, Wi2_free, wifi_square, UQ_Wi-Fi

วิธีการลงทะเบียน : ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการเท่านั้น


ขั้นตอนการใช้งาน:

  1. ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น
  2. กดยอมรับข้อตกลงการใช้บริการ
  3. กดติดตั้งการใช้งานตามขั้นตอนที่ระบุ
  4. สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นได้เลย
ShopBack Tips: อยากเที่ยวญี่ปุ่น อยากเที่ยวโตเกียว เที่ยวโอซาก้า เข้าไปวางแพลนเที่ยวโดยใช้แอพฯ นี้ประกอบการตัดสินใจได้เลย แล้วจองไฟลท์และโรงแรมด้วยโปรโมชั่น Expedia และอย่าลืมช้อปผ่านทาง ShopBack นะจ๊ะ นอกจากจะได้ส่วนลดแล้ว ยังได้เงินคืนด้วย


3. Odakyu Free-Wifi

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

Odakyu โอดะคิว เป็นบริษัทที่ให้บริการทั้งเส้นทางรถไฟที่วิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง และเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทางบริษัทจึงได้มีให้บริการฟรี wifi Odakyu แก่นักท่องเที่ยวแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายตามพิกัดต่างๆ อาทิ ภายในรถไฟโรแมนซ์คาร์ ย่านชินจูกุ ย่านฮาโกเน่ ย่านเอโนชิมะ และคามาคุระ เชื่อมต่อได้ครั้งละ 3 ชม. รองรับทั้งหมด 5 ภาษา รวมภาษาไทย 

พื้นที่ให้บริการ : บริเวณสถานีรถไฟของสาย Odakyu และห้างสรรพสินค้า Odakyu รวมทั้งรถด่วนโรแมนซ์คาร์ ขบวน VSE และ EXE

SSID : 0dakyu_Free_Wi-Fi

วิธีการลงทะเบียน : ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการเท่านั้น

ขั้นตอนการใช้งาน :

  1. ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น
  2. กดเข้าไปที่ “ตั้งค่า” ในมือถือ กดเปิดใช้งาน Wi-Fi และกดเลือก “0dakyu_Free_Wi-Fi”
  3. เปิดแอพพลิเคชั่นแล้วเลือก “เชื่อมต่อ Free Wi-Fi”
  4. ระบบจะแสดงเงื่อนไขและข้อตกลงต่าง ๆ ให้เรากดยอมรับ
  5. สามารถใช้งาน wifi ฟรีได้เลย
ShopBack Tips : อยากช้อปปิ้ง อยากซื้อของฝากจากญี่ปุ่นแบบคุ้มๆ มั้ย? ShopBack แนะเช็คราคาสินค้าก่อนไปช้อป เพราะไม่แน่ว่า ซื้อจากเว็บออนไลน์อาจได้ถูกกว่า แถมยังส่งถึงบ้าน อย่าง Rakuten Global ส่วนลด โปรโมชั่นต่างๆ เยอะมาก แถมได้เงินคืนด้วย ประหยัดได้อีก


4. FREE Wi-Fi PASSPORT

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

บริการ wifi ญี่ปุ่นฟรีจาก Softbank ก็มีนะ บริษัทนี้เป็นผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์รายใหญ่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น (เหมือน True หรือ AIS บ้านเรา) มีจุดให้บริการทั่วประเทศประมาณ 400,000 จุด เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ สถานีรถไฟขนาดใหญ่ โรงแรม จุดที่ป้ายน้องหมาสีขาวสวมผ้าพันคอสีแดง สัญลักษณ์ของ Softbank ตั้งอยู่ให้เห็นชัดๆ จะมี wifi ฟรีนี้ให้บริการ

Free Wi-Fi Passport โดย SoftBank ให้บริการ 4 ภาษา หนึ่งในนั้นมีภาษาอังกฤษ ไม่มีภาษาไทย เมื่อสมัครใช้บริการแล้ว จะสามารถใช้งานได้ถึง 2 อาทิตย์เลยทีเดียวค่ะ

พื้นที่ให้บริการ : มีให้บริการในร้านอาหาร คาเฟ่ สถานีรถไฟและโรงแรม

SSID : .FREE_Wi-Fi_PASSPORT

วิธีการลงทะเบียน :

  1. เข้าไปที่ “ตั้งค่า” และเปิด Data Roaming ให้เป็นของ SoftBank
  2. กด *8180 แล้วกดโทรออก
  3. จะมีระบบอัตโนมัติบอกรหัสผ่านมาให้ ให้จดบันทึกรหัสนี้ไว้ให้ดีเพราะจะต้องใช้ในการ Log-in

ขั้นตอนการใช้งาน :

  1. ไปยังสถานที่ที่มีสัญญาณ wifi ฟรีของ SoftBank
  2. กดเชื่อมต่อ wifi ชื่อ .FREE_Wi-Fi_PASSPORT
  3. จะมีขึ้นหน้า Sign-in มาให้เรากรอกข้อมูล Login ID และ Password
  4. ช่อง Log-in ID ให้กรอกหมายเลขโทรศัพท์ของเราพร้อมรหัสประเทศ (รหัสของประเทศไทยคือ 66) ส่วนช่อง Password ให้กรอกรหัสผ่านที่เราได้รับมา
  5. ในการ Log-in ใช้งานครั้งแรกต้องกรอกเพศและอายุด้วย
  6. เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จก็สามารถใช้งานได้ทันที

5. Starbucks

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

Image Credit : starbucks.wi2.co.jp

Wi-Fi Starbucks เป็นอีกหนึ่งในบริการ wifi ฟรีญี่ปุ่นที่ให้บริการภายในร้าน Starbucks เท่านั้น ซึ่งร้านกาแฟเงือกเขียวในญี่ปุ่น มีอยู่ประมาณ 1,400 สาขาทั่วประเทศ ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่นนะคะ เว็บไซต์ที่แนะนำการใช้งานมี 2 ภาษา คือ ญี่ปุ่น กับ อังกฤษ แต่รองรับทั้งหมด 4 ภาษา ซึ่งก็มีภาษาอังกฤษด้วยเช่นกัน แค่เพื่อนๆ เข้าไปลองชิมเมนูใหม่ของทางร้าน ก็สามารถเชื่อมต่อใช้บริการอินเตอร์เน็ตของร้านได้ตามวิธีข้างล่างนี้ได้เลย

พื้นที่ให้บริการ : ร้าน Starbucks ทั่วประเทศญี่ปุ่น

SSID : at_STARBUCKS_Wi2

วิธีการลงทะเบียน : ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน แค่ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการเท่านั้น

ขั้นตอนการใช้งาน :

  1. กดเชื่อมต่อ SSID ชื่อ at_STARBUCKS_Wi2
  2. เปิด Browser
  3. จะขึ้นหน้า Log-in มาให้ ให้กดที่ปุ่ม “Connect”
  4. อ่านเงื่อนไขการให้บริการและกดปุ่ม “Accept”
  5. เมื่อ Log-in เสร็จแล้วก็จะสามาถใช้งาน wifi ได้ทันที
ShopBack Tips : Starbucks ของประเทศไทยให้บริการ wifi ฟรี โดยเครือข่ายของ AIS ซึ่งอินเตอร์เน็ตแรงดี แม้จะใช้งานในที่คนเยอะๆ ก็ตาม ถ้าเพื่อนๆ อยากใช้อินเตอร์เน็ตแรงๆ แบบนี้แบบไม่ต้องพึ่ง wifi ญี่ปุ่นฟรี ก็สามารถเข้าไปซื้อ Sim2Fly แบบมีโปรโมชั่น AIS Online Store ได้เช่นกันค่ะ


6. FREEMOBILE

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

Freemobile  เป็นอีกหนึ่งฟรี wifi ที่ให้บริการในญี่ปุ่นในพื้นที่สาธารณะทั่วไป เช่น สวนสาธารณะ บริเวณเครื่องกดน้ำอัตโนมัติและบริเวณร้านค้าต่างๆ หน้าเว็บไซต์มีคำอธิบาย 4 ภาษา มีภาษาอังกฤษไม่มีภาษาไทย และการเชื่อมต่อจะต้องอยู่ภายในระยะ 50 ม. จากจุดเชื่อมต่อ ถ้าหากออกนอกบริเวณ การเชื่อมต่อจะหลุดค่ะ

พื้นที่ให้บริการ : Wi-Fi ฟรีสาธารณะ ให้บริการตามสถานที่สาธารณะทั่วไปของญี่ปุ่นค่ะ

SSID : FREEMOBILE และ FREEMOBILE_SECURE

วิธีการลงทะเบียน : ไม่ต้องลงทะเบียน

ขั้นตอนการใช้งาน : สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง FREEMOBILE และ FREEMOBILE_SECURE แต่ถ้าเชื่อมต่อ FREEMOBILE_SECURE  จะต้องใช้อีเมลในการลงทะเบียน

7. FREESPOT

wifi ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ฟรี wifi

Image Credit : freespot.com

FreeSpot เป็นฟรี wifi ที่ให้บริการในหลายพื้นที่ เช่น พื้นที่สาธารณะทั่วไป ร้านกาแฟ และโรงแรมที่พักต่างๆ เว็บไซต์จะมีคำอธิบายภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ แต่ภาษาท่ีรองรับระหว่างเชื่อมต่อจะมีแค่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ระยะเวลาการเชื่อมต่อ แตกต่างกันไปแล้วแต่จุดที่เชื่อมต่อ ซึ่งจะแจ้งว่าใช้ได้นานเท่าไหร่ตอนเชื่อมต่อ ต้องไปดูตอนที่เชื่อมต่อจุดนั้นๆ

พื้นที่ให้บริการ : Wi-Fi FreeSpot ให้บริการร้านกาแฟ โรงแรม และพื้นที่สาธารณะบางแห่ง

SSID : FREESPOT และ freespot’=SecurityPassword(AES)

วิธีการลงทะเบียน : ใช้อีเมลในการลงทะเบียน

ขั้นตอนการใช้งาน :

  1. ต่อ wifi เข้ากับ SSID ที่มีให้บริการ
  2. ลงทะเบียนโดยใช้อีเมล
  3. จะมีอีเมลแจ้งวิธีการใช้เข้าไปที่อีเมลของเรา
    – FREESPOT ถ้าแบบนี้ สามารถต่อใช้งานได้เลย
    – freespot’=SecurityPassword(AES) แต่ถ้าขึ้นแบบนี้ เข้าใช้งานโดยต้องมีรหัสผ่าน (รหัสผ่านคือ freespot ค่ะ)

ไฟสวยๆ ที่เที่ยวกรุงเทพ ไฟปีใหม่

เที่ยวญี่ปุ่นแบบจุใจกับ wifi ญี่ปุ่น ฟรีทั้ง 7 ตัวที่ ShopBack เอามาฝากกัน ถ้าเพื่อนๆ คนไหนไปญี่ปุ่นและเดินทางเที่ยวด้วยตัวเองก็อย่าลืมเช็คสภาพอากาศ เสื้อผ้า ของใช้ และของจำเป็นต่างๆตามฤดูกาล รวมทั้งลิสต์ที่เที่ยวญี่ปุ่นต่างๆ ไว้ล่วงหน้าก็จะดี ไม่เสียเวลานะคะ นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย เผื่อมีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยขึ้นมา ShopBack แนะนำให้ทำประกันการเดินทางญี่ปุ่นก่อนไปด้วยก็จะดีกว่า อย่างน้อยที่สุด ก็เรื่องการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่สะดวกรวดเร็วกว่า กันไว้ดีกว่าแก้ ดีกว่าเป็นไหนๆ จริงไหมจ๊ะ

สำหรับใครที่อยากกินเที่ยวช้อปแบบชาญฉลาด อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนทุกครั้งที่ช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน ShopBack เพราะแค่ คลิก ช้อปสะสม ก็สามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองได้ไม่ยากแล้ว ลองใช้กันดูนะคะ!

พูดคุยและรับข่าวสารเงินคืนให้คุณประหยัดได้มากขึ้นที่ www.facebook.com/ShopBackThailand

ส่วนใครอยากแชร์โปรเด็ด ดีลโดน แวะมาบอกกันที่ group ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป ของ ShopBack กันได้นะจ้ะ

Facebook Comments